Friday , February 21 2020
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / สภาผู้แทนสหรัฐฯ เตรียมลงมติส่งคำฟ้องถอดถอน “ทรัมป์” ไปยังสภาสูง

สภาผู้แทนสหรัฐฯ เตรียมลงมติส่งคำฟ้องถอดถอน “ทรัมป์” ไปยังสภาสูง

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตรียมลงมติในวันพุธ เพื่อส่งคำฟ้องขอถอดถอนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเป็นทางการ ไปยังวุฒิสภา เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการดังกล่าว หลังสมาชิกสภาล่างผ่านมติดำเนินการถอดถอนครั้งประวัติศาสตร์นี้ตั้งแต่เดือนก่อน​

ประธานสภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ แนนซี เพโลซี ออกแถลงการณ์ว่า การหารือรายละเอียดขั้นตอนการถอดถอนโดยสมาชิกสภาผู้แทนฯ จากพรรคโดเมแครต ในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปว่า สภาผู้แทนฯ จะประชุมกันในวันพุธเพื่อให้สมาชิกทั้งหมดลงมติว่าจะให้ส่งคำฟ้องที่เป็นทางการไปยังวุฒิสภาหรือไม่

นางเพโลซี ระบุในแถลงการณ์ว่า “ชาวอเมริกันจะได้เข้าใจเสียทีว่า จุดยืนของวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่ต้องการดำเนินกระบวนการถอดถอนโดยไม่มีการสอบสวนพยานบุคคลหรือตรวจสอบหลักฐานใด ๆ นั้นเป็นความพยายามทางการเมืองที่จะปกปิดความจริง” และว่าประธานวุฒิสภา มิทช์ แม็คคอร์แนลล์ และประธานาธิบดีทรัมป์ นั้นกลัวว่าความจริงทั้งหลายจะปรากฏออกมา

เธอยังระบุด้วยว่า ชาวอเมริกันนั้นมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ความจริง และรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ก็เรียกร้องให้มีการไต่สวนด้วย

นอกจากนั้น นางเพโลซี กล่าวว่า ในการประชุมในวันพุธ สมาชิกสภาฯ จะลงมติเสนอชื่อ คณะผู้ดำเนินการที่รับผิดชอบกระบวนการในขั้นต่อไป ในตำแหน่งคล้ายอัยการ ที่เรียกว่า Impeachment Managers ด้วย

ขณะที่ ประธานวุฒิสภา แม็คคอร์แนลล์ กล่าวในวันอังคารเช่นกันว่า กระบวนการไต่สวนเพื่อทำการถอดถอนนี้น่าจะเริ่มต้นได้ในสัปดาห์หน้า หากทางสภาผู้แทนฯ มีมติส่งคำฟ้องมาเร็วๆ นี้ โดยลำดับแรกที่จะดำเนินการคือ การสาบานตนของประธานศาลสูงสุด จอห์น โรเบิร์ตส เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานในการพิจารณาคดี รวมทั้งการเตรียมการอื่นๆ

ประธานวุฒิสภา แม็คคอร์แนลล์ ยังให้ความมั่นใจต่อสาธารณชนด้วยว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่มีความปรารถนาที่จะลงมติยกฟ้องในคดีดังกล่าว โดยไม่ฟังคำแถลงทั้งหมดเสียก่อน

กระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์นี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐฯ และอดีตผู้นำประเทศก่อนหน้าที่ถูกสภาล่างเสนอถอดถอน คืออดีตประธานาธิบดี แอนดรูว์ จอห์นสัน และอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน แต่วุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่คล้ายศาลลงมติไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหา ส่วนผู้นำสหรัฐฯ อีกคนหนึ่งซึ่งถูกกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนเช่นกัน คืออดีตประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน แต่ได้ชิงลาออกจากตำแหน่งก่อนที่กระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์

กรณีของประธานาธิบดีทรัมป์นั้น สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ กล่าวหาว่า เขาพยายามกดดันประธานาธิบดีของยูเครนให้สอบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และลูกชาย ฮันเตอร์ ไบเดน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางทหารสหรัฐฯ ต่อยูเครน

ทั้งนี้ โจ ไบเดน เป็นหนึ่งในตัวเก็งจากพรรคเดโมแครต ที่อาจจะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ปีนี้

ถึงแม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อตกลงเพื่อแลกเปลี่ยนแบบเอื้อประโยชน์กับผู้นำของยูเครนก็ตาม แต่หลังจากที่มีรายงานเรื่องนี้ ได้มีนักการทูตอเมริกันที่เกี่ยวข้องหลายคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของทำเนียบขาว ไปแถลงให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ไต่สวนกรณีดังกล่าว ระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้ยูเครนช่วยเหลือตนเพื่อให้ได้ประโยชน์ทางการเมืองสำหรับการเลือกตั้งในสหรัฐ

กระบวนการขอถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์นั้นยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพราะประธานสภาผู้แทนฯ เพโลซี ดึงเรื่องไม่ส่งคำฟ้องไปยังสภาสูง เพื่อหวังให้ประธานวุฒิสภา แม็คคอร์แนลล์ ตกลงให้มีการไต่สวนพยานสำคัญ ซึ่งเป็นผู้ช่วยของประธานาธิบดีทรัมป์ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามระงับเงินช่วยเหลือทางการทหารมูลค่าเกือบ 400 ล้านดอลลาร์แก่ยูเครน พร้อมๆ กับขอให้ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี้ เริ่มกระบวนการสอบสวนกรณีของอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน

 

Check Also

สหรัฐฯ ระงับบังคับใช้ กม.เพื่อเร่งสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก

รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐเป็นกรณีพิเศษ เพื่อหวังเร่งสร้างกำแพงในแนวเขตพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ประกาศในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ว่าการระงับการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 10 ฉบับเป็นการชั่วคราวนี้จะช่วยให้การสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระยะทาง 283 กิโลเมตร ในพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา นิวเม็กซิโก ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *