Friday , July 10 2020
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / จีนเรียกทูตสหรัฐฯเข้าพบ จี้เลิกแส่กิจการภายในฮ่องกง

จีนเรียกทูตสหรัฐฯเข้าพบ จี้เลิกแส่กิจการภายในฮ่องกง

วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ขู่ตัดสถานะพิเศษทางการค้า รัฐบาลจีนยัวะเรียกอุปทูตสหรัฐเข้าประท้วง เรียกร้องเลิกแส่กิจการภายใน ด้านม็อบเดนตายราว 50 คนปักหลักในมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกงโดยไม่ยอมจำนน

วุฒิสภาสหรัฐประชุมที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน2019 ผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายคลึงกับร่างกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว กฎหมายนี้ต้องการให้ประธานาธิบดีทบทวนสถานะพิเศษทางการค้าของฮ่องกงเป็นประจำทุกปี และมอบอำนาจให้คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ฮ่องกงและจีนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการส่งตัวบุคคลข้ามแดนนอกกระบวนการยุติธรรม นอกจากนั้น ส.ว.สหรัฐยังอนุมัติกฎหมายฉบับหนึ่งที่จะห้ามการขายแก๊สน้ำตา, กระสุนยาง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่กองกำลังฝ่ายความมั่นคงใช้ในการปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

วันรุ่งขี้นที่ 20 พ.ย.2019 รัฐบาลจีนตอบโต้การผ่านกฎหมายของสภาสูงสหรัฐทันที โดยหม่า จ้าวซวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เรียกวิลเลียม ไคลน์ รักษาการอุปทูตสหรัฐ เข้าพบเพื่อประท้วงขั้นรุนแรง โดยหม่ายืนยันว่าสถานการณ์ในฮ่องกงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกิจการภายในของจีน และเรียกร้องให้สหรัฐยุติการก้าวก่าย เทอร์รี แบรนสตัด เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีนไม่ได้อยู่ในประเทศจีนเวลานั้น

คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยด้วยว่า หม่ายังต้องการให้สหรัฐป้องกันไม่ให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย มิเช่นนั้นจีนจะใช้มาตรการหนักแน่นตอบโต้ และสหรัฐต้องรับผลที่ตามมา

ด้านโฆษกสถานทูตสหรัฐกล่าวว่า ไคลน์ได้ตอบรัฐมนตรีจีนไปว่า สหรัฐกำลังจับตาสถานการณ์ในฮ่องกงด้วยความกังวลอย่างยิ่ง

เมื่อเดือนที่แล้วจีนก็เคยโกรธที่สภาล่างสหรัฐผ่านกฎหมายคล้ายกันนี้ ขั้นตอนต่อไปสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐจะต้องรวมกฎหมายเป็นร่างเดียวให้สภาคองเกรสลงมติ แล้วส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้กฎหมาย

เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างแถลงที่กรุงปักกิ่งวันพุธว่า จุดมุ่งหมายของสหรัฐคือเพื่อสนับสนุนพวกสุดโต่งและพวกที่ใช้ความรุนแรงต่อต้านจีนที่กำลังพยายามทำให้ฮ่องกงโกลาหลวุ่นวาย และทำให้แผนถ่วงการพัฒนาของจีนกลายเป็นความจริงด้วยการฉวยความได้เปรียบจากกรณีที่เกิดขึ้นฮ่องกง

การประท้วงในฮ่องกงเริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน เมื่อผู้คนนับล้านออกมาชุมนุมคัดค้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงเพิกถอนอย่างไม่มีกำหนดไปแล้ว การประท้วงบานปลายเป็นการเรียกร้องเสรีภาพและสิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้หลักการหนึ่งประเทศ สองระบบ การชุมนุมช่วงสุดสัปดาห์มักเกิดการปะทะรุนแรงในช่วงกว่า 5 เดือนที่ผ่านมา

สัปดาห์ที่แล้วการประท้วงยกระดับความรุนแรงขึ้นและการปะทะลามเข้าสู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นครั้งแรก โดยมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค (โพลียู) เป็นสมรภูมิต่อสู้ดุเดือดที่สุดตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์

ผู้ประท้วงในโพลียูกล่าวว่า ยังมีพวกของตนราว 50 คนปักหลักอยู่ภายในเมื่อวันพุธ พวกเขาทำเครื่องหมาย “เอสโอเอส” ขนาดใหญ่ไว้ที่พื้นเพื่อขอความช่วยเหลือ สภาพการณ์ภายในกำลังเลวร้าย พวกเขาอ่อนแรงและขาดเสบียง

เมื่อวันอังคาร (19 พ.ย.) แคร์รี แลม หัวหน้าผู้บริหารฮ่องกงเรียกร้องให้คนเหล่านี้มอบตัว โดยบอกว่าเฉพาะพวกที่อายุเกิน 18 ปี จะถูกตั้งข้อหาก่อจลาจล ส่วนเยาวชนจะไม่ถูกจับกุม ขณะที่ตำรวจเผยว่า นับแต่โพลียูโดนยึดจนถึงคืนวันอังคาร มีคนออกมามอบตัวแล้ว 900 คน.

 

Check Also

ปีหน้า“สหรัฐฯ”แจ้งยูเอ็นถอนตัวจาก “WHO” ขณะยอดติดเชื้อ “โควิด-19” เกิน 3 ล้าน

รัฐบาลสหรัฐฯ แจ้งต่อยูเอ็นยืนยันถอนตัวจากองค์การอนามัยโลกแล้ว ขณะยอดติดเชื้อรายวันในสหรัฐฯ วันเดียวกันเกิน 60,000 รายเป็นสถิติสูงสุด ส่วนยอดรวมทะลุ 3 ล้าน ข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2020 อ้างข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ว่า เมื่อวันอังคารที่่ผ่านมาสหรัฐฯ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *