Thursday , June 4 2020
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / “ทรัมป์” ยืนยัน ยังไม่อยากทำสงครามกับอิหร่าน

“ทรัมป์” ยืนยัน ยังไม่อยากทำสงครามกับอิหร่าน

แตะเบรกหัวทิ่ม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสียงอ่อนลงในวันจันทร์ ระบุอิหร่านน่าจะอยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงงานน้ำมันซาอุดีอาระเบียเมื่อวันเสาร์ (14 ก.ย.) แต่เขาไม่อยากทำสงคราม ขณะผู้นำสูงสุดของอิหร่านยืนกรานไม่เจรจากับสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสหรัฐเพิ่งทวีตเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (15 ก.ย.) ว่า สหรัฐได้บรรจุกระสุนล็อกเป้าพร้อมตอบโต้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงงานน้ำมันขนาดใหญ่2 แห่งของซาอุดีอาระเบียแล้ว แต่ในวันจันทร์ (16 ก.ย.) ทรัมป์กล่าวว่าไม่มีความเร่งรีบที่ต้องทำเช่นนั้น

ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างสอบสวนว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้หรือไม่ แต่ “ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย” กระนั้นทรัมป์ออกตัวว่า สหรัฐฯ จะไม่กระโจนเข้าสู่สงครามครั้งใหม่ในนามของซาอุดีอาระเบีย

“ผมเป็นคนที่ไม่อยากทำสงคราม” คำยืนยันของผู้นำสหรัฐที่พยายามนำสหรัฐถอนตัวจากสงครามต่างๆ ที่ตกทอดมาจากรัฐบาลก่อนๆ “เรามีทางเลือกมากมาย แต่ผมจะยังไม่พิจารณาทางเลือกใดในตอนนี้ เราต้องการหาคำตอบให้แน่ชัดว่าใครเป็นคนทำ”

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า รัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และริค เพอร์รี รัฐมนตรีพลังงาน กล่าวโทษอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลัง ปอมเปโอและเจ้าหน้าที่อีกหลายคนจะเดินทางไปซาอุดีอาระเบียเร็วๆ นี้ แต่ทรัมป์ออกตัวว่า เขาไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องซาอุดีอาระเบีย การโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีซาอุดีอาระเบีย ไม่ใช่การโจมตีสหรัฐฯ แต่แน่นอนว่าสหรัฐต้องช่วย

รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐก่อนหน้านี้ว่า “ยอมรับไม่ได้และไม่มีมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง” ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่านกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของ “ชาวเยเมน” ที่ทำเพื่อล้างแค้นการโจมตีของกองกำลังผสมภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบีย ที่ช่วยเหลือรัฐบาลเยเมนที่นานาชาติรับรองทำสงครามกับกลุ่มกบฏฮูตีมาตั้งแต่ปี 2015

“ชาวเยเมนกำลังใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของพวกเขาในการป้องกันตัว” โรฮานีกล่าวขณะเยือนกรุงอังการาของตุรกี

ทางการซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้ใช้อาวุธของอิหร่าน และเรียกร้องให้ผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติช่วยเหลือการสอบสวน เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ตรัสว่า ภัยคุกคามจากอิหร่านไม่เพียงคุกคามโดยตรงต่อซาอุดีอาระเบีย แต่ยังคุกคามตะวันออกกลางและทั้งโลกด้วย

การโจมตีเมื่อวันเสาร์กระทบต่อกำลังการผลิตน้ำมันราว 5% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งขึ้น 19% ในการซื้อขายวันจันทร์ เป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในวันเดียวนับแต่สงครามอ่าวปี 1990-1991 ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียวันอังคาร (17 ก.ย.) ลดลงมาราว 1% ภายหลังสหรัฐฯ ประกาศว่าจะปล่อยน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ออกสู่ตลาด และผู้ผลิตยืนยันว่ายังมีน้ำมันในสต็อกทั่วโลกเพียงพอ

ซาอุดีอาระเบียและอิหร่านเป็นศัตรูกันมายาวนานหลายทศวรรษ และทำสงครามตัวแทนกันหลายครั้ง ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านก็เลวร้ายลงนับแต่ทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์เมื่อปีก่อน แล้วรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านแบบเต็มพิกัด

ทรัมป์กล่าวว่า เป้าหมายของการใช้วิธีการกดดันอิหร่านถึงขีดสุดนี้ ก็เพื่อบังคับให้อิหร่านกลับสู่การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ใหม่ ทั้งยังเปิดกว้างสำหรับการเจรจากับประธานาธิบดีโรฮานีของอิหร่าน นอกรอบการประชุมสมัชชายูเอ็นที่นิวยอร์กด้วย แต่โรฮานียังคงยืนกรานว่าจะไม่เจรจาจนกว่าสหรัฐจะยกเลิกการคว่ำบาตรทั้งหมด

เมื่อวันอังคาร (17 ก.ย.) อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประกาศชัดเจนเช่นกันว่า อิหร่านจะไม่เจรจากับสหรัฐไม่ว่าในระดับใด นโยบายกดดันอิหร่านถึงขีดสุดของสหรัฐนั้นไม่มีความหมาย.

Check Also

สกญ. ณ นครลอสแอนเจลิส ขอรายงานเหตุการณ์ชุมนุมประท้วง

ในพื้นที่ต่างๆ ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 29-30 พ.ค. 2020 อาทิ นครลอสแอนเจลิส เมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย นครลาสเวกัส รัฐเนวาดา เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด เมืองปอร์ตแลนด์ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *