Thursday , November 21 2019
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ตั้ง“เกียรติ กัญจนศิริกุล”บอร์ดบริหารสภามวยโลก WBC

ตั้ง“เกียรติ กัญจนศิริกุล”บอร์ดบริหารสภามวยโลก WBC

“สยามมีเดีย” ขอร่วมแสดงความยินดีกับ “คุณเกียรติ กัญจนศิริกุล” ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารของบอร์ดสภามวยโลก (WBC Board of Governors) คนใหม่ คนไทยคนแรกที่ทาง WBC ไว้วางใจและเป็นผู้แทนจากสภามวยแห่งเอเชียที่ขึ้นมาเป็นบอร์ดบริหารระดับโลก

ซึ่งในการประชุมใหญ่ของสภามวยโลกของบอร์ดบริหาร ณ โรงแรมมิราจ ลาสเวกัส รัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา เมื่อ 15 ธ.ค. 2015 ได้มีการประกาศแต่งตั้งคุณเกียรติ กัญจนศิริกุล เป็นกรรมการบริหารของบอร์ดสภามวยโลก (WBC Board of Governors) คนใหม่กลางที่ประชุมอย่างเป็นทางการ

และเมื่อวันอังคารที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา คุณเกียรติ ได้เดินทางมาเยือนนครลอสแอนเจลิส ก่อนที่จะต่อไปยังประเทศเม็กซิโกเพื่อเข้าร่วมประชุม WBC Female Convention ได้ให้สัมภาษณ์ “สยามมีเดีย” ถึงความรู้สึกที่ได้เป็นตัวแทนของไทยและสภามวยแห่งเอเชียเข้าไปทำหน้าที่บริหารในบอร์ดของสภามวยโลกว่า นับเป็นเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจ ตนทำงานอยู่เบื้องหลังมาตลอด 18 ปี จนเมื่อปีที่แล้วที่งานประชุมที่ลาสเวกัส จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งใน 50 กรรมการบริหารของบอร์ดสภามวยโลก

ทั้งนี้หน้าที่และความรับผิดชอบหลักของกรรมการบริหารสภามวยโลก คือ การเข้าร่วมประชุมและมีสิทธิ์ออกเสียงโหวต เช่น กรณีเกิดปัญหาเรื่องคู่มวยประกบกัน หรือความไม่เหมาะสมของในวงการ WBC เป็นต้น

“หลายคนอาจจะเข้าใจว่า WBC เกิดอะไรขึ้นก็ตัดสินใจกันเองเฉพาะในกลุ่ม แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เดือนๆ หนึ่งจะมีเมลที่ขอโหวตจากกรรมการบริหาร WBC อย่างน้อยๆ ก็ต้อง 3-4 เมล แต่ละเมลจะมีการบอกถึงปัญหาของคู่มวยที่จะประกบคู่กันและขอเสียงโหวตถึงความเหมาะสม คือ ไม่ใช่ว่าจะมาจับคู่อะไรง่ายๆ แล้วไปเที่ยวตัดสินกันเอง สภามวยโลกพยายามที่จะเข้าไปกวดขันเรื่องของการประกบคู่มวย เรื่องการใช้กรรมการ นี่เป็นสิ่งที่ตนได้เรียนรู้และคิดว่าเป็นนโยบายที่ดีมาก”

หากไม่นับ พล.ต..โกวิท ภักดีภูมิ ประธานสภามวยแห่งเอเชียและรองประธานสภามวยโลก (WBC) แล้ว คุณเกียรติ กัญจนศิริกุล ถือเป็นคนไทยคนแรกที่ทาง WBC ให้ความไว้วางใจ และเป็นผู้แทนจากสภามวยแห่งเอเชียที่ขึ้นมาเป็นบอร์ดบริหารระดับโลก

ทั้งนี้ตามขั้นตอนโดยหลักการเลือกคณะกรรมการบริหารบอร์ดของ WBC นั้นจะแยกเป็นภาคพื้นต่างๆ เช่น ภาคพื้นเอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ แบ่งเป็นโซน และจากนั้นจะทำการคัดเลือกบุคคลระดับผู้นำของแต่ละประเทศในโซนนั้นๆ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับเข้ามาเป็นตัวแทน รวมทั้งหมด 50 ราย เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ดูแลวงการมวยโลกทั้งหมด

“ตนได้ทำงานอยู่ในบอร์ดของสภามวยแห่งเอเชียและเป็นบอร์ดของ WBC มวยไทยด้วย ดังนั้นจึงมีโอกาสทำงานบริหารทั้งในส่วนของประเทศไทยและเอเชีย ตอนนี้ประเทศที่ให้ความร่วมมือก็มีไทย ฟิลิปปินส์ จีน อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และจะมีบ้างในกลุ่มคาซัคสถาน แต่ไม่ค่อยเยอะ แต่เราก็หวังว่าถ้ามวยของประเทศนี้บูม เขาเป็นมวยน้ำหนักสูง ในการชกระดับโลกจำเป็นต้องพึ่งทางคาซัคสถาน เพราะรูปร่างเขาจะสู้ทางฝั่งยุโรป อเมริกาใต้ได้มากกว่า”

ทั้งนี้คุณเกียรติยังกล่าวด้วยว่า การที่มีตัวแทนคนไทยเข้าไปเป็นกระบอกเสียงแทนคนในวงการมวยภาคพื้นเอเชีย จะช่วยทำให้สภามวยโลกได้เห็นถึงปัญหาที่แท้จริง และยังเป็นการเพิ่มโอกาสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมจัดอันดับหรืออนุมัติการแข่งขัน เป็นต้น

สำหรับการเดินทางไปประชุมที่ติกัวน่า ประเทศเม็กซิโก ในงานประชุม WBC Female Convention นั้น คุณเกียรติ เล่าวา เป็นการจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยในแต่ละโซนจะส่งตัวแทนมาร่วมประชุม เพื่อยกระดับมาตรฐานของนักมวยหญิงให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น สำหรับมวยหญิงของทางฝั่งเอเชีย ต้องยอมรับว่าเป็นภาระค่อนข้างหนัก การประชุมครั้งนี้ตนจึงตั้งใจมาศึกษาข้อมูลและนำกลับไปพัฒนาให้กับนักมวยหญิงในบ้านเราและในเอเชีย

“ไทยเรามีนักมวยหญิงจำนวนมากนะ แต่ไม่ค่อยได้โอกาสที่ดี ส่วนใหญ่เป็นนักมวยที่จบจากสถาบันพลศึกษาแล้วมีพื้นฐานทางด้านมวยหรือเด็กๆ ที่โตมากับยิมหรือกับค่ายมวยก็มีบ้าง แต่หลังๆ นี้บ้านเราจะโดดเด่นมากคือมวยหญิงที่เป็นมวยไทยไม่ใช่มวยสากล เพราะมวยหญิงสากลยังได้รับความนิยมน้อยอยู่ ปัญหาอีกอย่างก็คือการขาดสปอนเซอร์ที่มีไม่มากเท่าที่ควร”

อย่างไรก็ตามยังมีข้อดีหากมองในระดับโลก “ปัจจุบันนี้มวยชายบูมมากขึ้น ดังนั้นมวยหญิงก็จะได้รับความนิยมไปด้วย ในบางโปรโมชั่นจะเห็นว่าเขาจะจัดมวยหญิงอยู่ในรายการ แต่ไม่ได้เป็นคู่เอก ถึงกระนั้นเราก็ยังมีความหวังว่าถ้าสถาบัน WBC ที่แข็งแรงนี้ จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักมวย ให้พวกเขาฝึกฝนตัวเองให้ก้าวขึ้นมาอีกระดับ เป็นไปได้ที่นักมวยหญิงจะได้รับความนิยมมากขึ้นครับ”

ถามถึงภาพรวมของวงการมวยในประเทศ คุณเกียรติ บอกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาวงการมวยในประเทศตกต่ำลงมาก เนื่องจากปัญหาการขาดสปอนเซอร์ ส่วนในเรื่องมาตรฐานทั้งมวยไทยและมวยสากลเมื่อเทียบกับระดับโลกก็ยังต่ำกว่ามาตรฐาน

“เมื่อก่อนสปอนเซอร์โปรโมทกับค่ายไหนก็อยู่กับค่ายนั้นตลอด ไม่ย้ายไปไหน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ สถาบันไหนว่าง เขาไปสนับสนุนหมด ก็ทำให้แชมเปี้ยนกระจัดกระจาย การสร้างมวยก็เหมือนกัน สมัยก่อนคนในวงการจะมีความมุ่งมั่นมาก แต่เดี๋ยวนี้ปัญหาหลักอยู่ที่เรื่องของเงิน โปรโมเตอร์เองก็จำเป็นจะต้องอยู่รอด บางทีจัดมวยแบบไม่มีคุณภาพก็ต้องจัด เพราะเขาต้องหารายได้เข้ามา แล้วเวลาในทีวีบ้านเราก็ไม่ได้อำนวยความสะดวกเท่าไหร่ ทุกวันนี้จัดมวยชกสากลมาไต่อันดับโลก ก็ยังจัดกันให้คนดูฟรี ดังนั้นรายได้ที่เข้ามาถ้าไม่มีสปอนเซอร์ไม่มีโฆษณาผ่านทีวีก็ขาดทุนทุกราย เพราะฉะนั้นนักมวยก็ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าพวกเขาจะได้รับเงินกันเท่าไหร่ในการขึ้นชกแต่ละครั้ง แต่บางโปรโมเตอร์ก็ทำมวยแบบโลภ ขอแค่มีนักมวยขึ้นชกในรายการแต่จะออกมาดีหรือไม่ดีเขาไม่สนใจ แต่ถ้าเรามาดูของเมืองนอก เขาวางตารางไว้เลย เช่น ในหนึ่งปีเขาจะจัดกี่งาน จัดมวยโลกแบบไหน จัดคุณภาพแล้วเป็นงานที่มีการเตรียมการ เพราะฉะนั้นคู่มวยที่จะมา เขาก็ฟิตมาพร้อมแบบ 100 % เพราะเขาต้องการเป็นแชมป์ที่จะไต่ระดับขึ้นไป เป็นการสร้างมวยจริงๆ ดังนั้นปัญหาที่แย่ที่สุด คือ เรื่องคุณภาพของแชมป์ที่ถูกสร้างขึ้นมาแบบไม่พร้อม ทำให้เราได้ข่าวว่าเป็นแชมป์ในบ้าน แต่ไปชกนอกบ้านแพ้ทุกที เป็นเรื่องที่พูดแล้วน่าอาย แต่เราคงจะต้องหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยกัน หรือเป็นที่คุณภาพการฝึกอบรม หรืออะไรจะต้องวิเคราะห์กันเป็นจุดๆ”

สำหรับเป้าหมายการทำงานนั้น คือ การผลิตแชมป์เปี้ยนให้ได้เพิ่มขึ้น คุณเกียรติ บอกว่า “แต่ก่อนบ้านเราสามารถมีแชมป์โลกได้ที 3-4 คน ปัจจุบันเรามีอยู่คนเดียวของ WBC ดังนั้นเป้าหมายของเราคือ ทำอย่างไรถึงจะเพิ่มคุณภาพของนักมวยและให้ได้แชมป์เพิ่มขึ้น ซึ่งการจะได้แชมป์โลกก็ต้องได้คนที่เก่งจริงๆ ไม่ใช่เก่งแค่นักมวย แต่โปรโมเตอร์ เทรนเนอร์ ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องเก่งหมด ต้องมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้”

ส่วนแนวทางการปฏิรูปวงการมวยของประเทศไทยนั้น คือ พยายามบริหารจัดการในส่วนงานการส่งนักมวยไทยให้ไปชกในต่างประเทศมากที่สุด เพื่อให้ได้ประสบการณ์และเรียนรู้การชกแบบมวยสากล รวมถึงการกำจัดเรื่องยาเสพติดและสารกระตุ้นให้หมดไปจากวงการมวยด้วย

“ผมได้ตั้งโครงการ Boxing Anti-Drugs เพื่อย้ำเตือนนักมวยไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติด ก่อนที่ปีนี้จะเปลี่ยนชื่อเป็น Anti-Doping แทน คือ ห้ามใช้สารกระตุ้น อีกอย่างหนึ่งคือ เราอยากให้คนทั่วไปเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมกับวงการมวยมากขึ้น ปัจจุบันโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คแข็งแรงมากเพราะฉะนั้นคนธรรมดาเดินถนนทั่วๆไปที่รักกีฬามวย ก็สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวงการมวยได้ ขอให้แจ้งเข้ามา ก็อาจจะเป็นภาพสะท้อนให้เราเห็นภาพที่แท้จริงจากคนธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีชื่อเสียง เราอยากได้จากคนธรรมดาหรือคนมวยเองก็ดี มาพัฒนาวงการมวยไปด้วยกัน และในส่วนของบทบาทของสื่อเองก็เช่นเดียวกัน ผมขอฝากว่าอย่าไปมองเรื่องของชัยชนะมากเกินไป อยากสะท้อนให้คนเห็นว่าทำอย่างไรเราจะปรับปรุงวิธีการเรื่องความเข้าใจของกฏกติกาของมวยได้มากขึ้น เพราะของพวกนี้ไม่ได้พูดกันด้วยวาจา ถ้ามีอะไรให้เขาอ่านก็จะเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น นี่เป็นนโยบายของ WBC ที่ต้องการผลักดันครับ”

 

 

 

Check Also

“ทรัมป์” ขอศาลสูง ห้ามอัยการขุดคุ้ยข้อมูลภาษีของตน

หนังสือพิมพ์ New York Times, Washington Post และ The Wall Street Journal รายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขอให้ศาลสูงสหรัฐฯ สั่งให้อัยการรัฐนิวยอร์ก ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *