Monday , October 21 2019
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ศาลอุทธรณ์ห้าม “ทรัมป์” บล็อกทวีตคนเห็นต่าง

ศาลอุทธรณ์ห้าม “ทรัมป์” บล็อกทวีตคนเห็นต่าง

ศาลอุทธรณ์ยืนคำตัดสินห้ามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บล็อกผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่มีทัศนะขัดแย้งกับเขา ระบุเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถใช้โซเชียลมีเดียที่เป็นช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการโดยไม่รับฟังผู้ที่ไม่เห็นด้วย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ 3 ท่านมีคำตัดสินเมื่อวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2019 ยืนตามคำพิพากษาของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ตัดสินว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ “การแบ่งแยกกีดกันทัศนะ” โดยละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญของบุคคลที่มีทัศนะตรงข้ามกับเขา

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ซึ่งสู้คดีแทนประธานาธิบดีทรัมป์ พยายามอ้างสิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐฉบับแก้ไขครั้งที่ 1 ว่าบัญชีทวิตเตอร์ @realDonaldTrump เป็นบัญชีส่วนบุคคล แต่ศาลอุทธรณ์ระบุว่า แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตของทรัมป์นี้เป็นเวทีสาธารณะที่ถูกใช้สำหรับกิจกรรมอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว

คำวินิจฉัย 29 หน้ากระดาษกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 1 ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ประโยชน์จากบัญชีโซเชียลมีเดียเพื่อวัตถุประสงค์ของทางการทุกอย่าง กีดกันบุคคลอื่นๆ จากการเสวนาทางออนไลน์แบบเปิดกว้าง เพียงเพราะพวกเขาแสดงทัศนะที่เจ้าหน้าที่ผู้นี้ไม่เห็นด้วย

คดีนี้เป็นผลจากการยื่นฟ้องร้องของกลุ่มผู้ใช้ทวิตเตอร์ และสถาบันไนต์เฟิร์สต์อเมนด์เมนต์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่กล่าวหาว่าทรัมป์บล็อกทัศนะของผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองอย่างไม่สมควร โจทก์ซึ่งรวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยแมริแลนก์, ตำรวจเทกซัส และนักเขียนการ์ตูนชาวนิวยอร์ก กล่าวว่า พวกเขาโดนบล็อกการแสดงทัศนะในทวิตเตอร์ของทรัมป์ ภายหลังพวกเขาทวีตวิจารณ์นโยบายของทรัมป์

ฝ่ายกฎหมายของทรัมป์อ้างว่า ทรัมป์ใช้บัญชีนี้เป็นบัญชีส่วนตัว ไม่ใช่บัญชีของทางการ แต่ศาลไม่เห็นด้วย โดยชี้ว่า มีหลักฐานมากมายที่บ่งบอกว่า ทรัมป์และสมาชิกในรัฐบาลของเขาหลายคนกล่าวถึงบัญชีทวิตเตอร์นี้ของทรัมป์ในฐานะบัญชีทางการ และทันทีที่ทรัมป์เลือกแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตแล้วเปิดเป็นช่องทางปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้และผู้เข้าร่วมหลายล้านคน ทรัมป์ก็ไม่สามารถเลือกกีดกันทัศนะของผู้ที่เขาไม่เห็นด้วย

กระทรวงยุติธรรมยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อศาลสูงสุดของสหรัฐได้ เคลลี ลาโก โฆษกกระทรวงกล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า กระทรวงผิดหวังต่อคำพิพากษาและกำลังตรวจสอบการดำเนินการขั้นต่อไป

ด้านจามีล จัฟเฟอร์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันไนต์กล่าวว่า คำตัดสินนี้สร้างแบบอย่างสำคัญ เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐหันมาใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางสื่อสารนโยบายอย่างเป็นทางการมากขึ้น คำตัดสินนี้รับประกันว่าประชาชนไม่อาจถูกกีดกันจากเวทีแสดงความเห็นเหล่านี้เพียงเพราะทัศนะของพวกเขา.

 

Check Also

“ทรัมป์” บอกปัด! ตุรกีโจมตีชาวเคิร์ด “ไม่ใช่ปัญหาของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานในทำเนียบขาวว่า การที่ตุรกีส่งทหารรุกเข้าไปในแถบทางเหนือของซีเรียซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวเคิร์ดนั้น “ไม่ใช่ปัญหาของสหรัฐฯ” ปธน.ทรัมป์ กล่าวหลังการหารือกับประธานาธิบดีอิตาลี เซอร์จิโอ แมททาเรลล่า ในวันพุธว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทหารรัสเซียเข้าไปช่วยทำหน้าที่ทางภาคเหนือของซีเรียในขณะนี้ และบอกด้วยว่า ชาวเคิร์ดนั้น “ไม่ใช่เทวดา” ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *