Wednesday , October 17 2018
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / งานวิจัยชี้แม่ใช้ “ยาแก้ซึมเศร้า” ส่งผลทารกในครรภ์เป็น “ออติสซึ่ม”

งานวิจัยชี้แม่ใช้ “ยาแก้ซึมเศร้า” ส่งผลทารกในครรภ์เป็น “ออติสซึ่ม”

 

            งานวิจัยล่าสุดพบสตรีที่ใช้ยาต้านอาการซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงต่อบุตร มีโอกาสเป็น “ออติสซึ่ม” สูงขึ้น!

            สำนักข่าววีโอเอไทย รายงานว่า ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมอนทรีออนได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ยาต้านอาการซึมเศร้าในกลุ่มสตรีที่กำลังครรภ์กับผลกระทบที่ตามมา โดยผลการศึกษาชิ้นใหม่ชิ้นนี้พบว่าการใช้ยาต้านอาการซึมเศร้าระหว่างการตั้งครรภ์ มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงต่อบุตรที่กำลังจะคลอด โดยอาจจะทำให้เกิดความบกพร่องของโรคออติสซึ่มถึง 87%

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้หญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด 145,000 ราย Anick Berard นักวิจัยกล่าวว่า ยังไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุของความบกพร่องนี้ แต่จากงานศึกษาวิจัยที่ผ่านมาต่างชี้ว่าปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมล้วนมีบทบาทต่อการเกิดความบกพร่องของโรคนี้ ส่วนงานวิจัยชิ้นนี้ค้นพบว่า การรับประทานยาต้านอาการซึมเศร้าในระหว่างตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 เพิ่มความเสี่ยงเป็นเท่าตัวที่จะส่งผลต่อทารกในครรภ์มีโอกาสเป็นโรคออติสซึ่ม ซึ่งโรคนี้สามารถตรวจพบในเด็กได้จนถึงอายุ 7 ขวบ โดยเฉพาะหากมารดาใช้ยา SSRIs ที่ช่วยกระตุ้นให้สารเซโรโทนิน (Serotonin) ในสมองอยู่ในระดับปกติเพื่อลดอาการซึมเศร้า

ทั้งนี้ผลงานวิจัยดังกล่าวได้ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Pediatrics ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลกระทบตามมาอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้มีสตรีตั้งครรภ์ประมาณ 5-10 % กำลังใช้ยาดังกล่าวเพื่อบำบัดอาการซึมเศร้า นอกจากนี้ผลการวิจัยยังระบุด้วยว่ามีเด็กประมาณ 1,054 รายหรือคิดเป็น 0.72% ของทั้งหมดได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคออติสซึ่มเมื่ออายุเฉลี่ยราว 4 ขวบครึ่ง และพบว่าจำนวนของเด็กที่เกิดความบกพร่องเพิ่มขึ้นกว่าเดิม จากสถิติเฉลี่ยเด็ก 4 คนใน 1,000 คนเมื่อปี 1966 เป็น 100 คนต่อเด็ก 1,000 คนในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามอาจเป็นเพราะการวินิจฉัยหาความบกพร่องของโรคซึ่งมีหลายรูปแบบนั้นมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น อีกทั้งปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กเป็นออติสซึ่มเพิ่มขึ้น

อนึ่งโรคออติสซึมเป็นภาวะที่เกิดจากสมองมีพัฒนาการที่ผิดแปลกออกไปจากเด็กทั่วไป โดยเป็นภาวะที่ครอบคลุมพัฒนาการหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะ (1) ด้านการสื่อสารและการใช้ภาษา (2) การเข้าสังคมและสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น (3) พฤติกรรมและหรือความสนใจ โดยเด็กแต่ละคนจะมีลักษณะและอาการของภาวะออติสซึมมากน้อยแตกต่างกันไป และอาจเปลี่ยนไปได้เมื่อเด็กโตขึ้น หรือเมื่อสมองมีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลง

ประเทศสหรัฐอเมริกามีการคาดการณ์ว่า ในเด็กทุกๆ 150 คน จะมีเด็ก 1 คนที่แสดงอาการในเครือข่ายของโรคออติสซึม โดยจะพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงถึง 4-5 เท่า

สาเหตุของโรคออติสซึมนี้ยังไม่ชัดเจน และมีหลายทฤษฎีที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้เสนอออกมา ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติในยีน ผลกระทบจากสารเคมีในสภาพแวดล้อม ปฏิกิริยาตอบรับกลุ่มวัคซีน MMR ความผิดปกติในลำไส้ ฯลฯ แต่สาเหตุที่เป็นที่ยอมรับกันก็คือ นักวิจัยพบว่า สมองของเด็กที่เป็นออติสซึมนั้นมีการพัฒนาที่ไม่ปกติ รวมไปถึงขนาดของสมองบางส่วน การเชื่อมโยงกันของเซลล์สมอง และอัตราการเจริญเติบโตของขนาดสมองโดยรอบด้วย

 

 

 

 

 

 

Check Also

“Sears” ประกาศล้มละลาย

ห้างฯ เก่าแก่สหรัฐ “Sears”  ยื่นล้มละลายตามมาตราที่ 11 หลังเปิดมานาน 132 ปี เนื่องจากอุ้มหนี้มหาศาล ยอดขาดทุนสะสม และยอดขายที่ตกลงมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้า “Sears” ได้ยื่นล้มละลายขอคุ้มครองทรัพย์ที่ศาลในนครนิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (15 ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *