Friday , December 15 2017
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / งานวิจัยชี้แม่ใช้ “ยาแก้ซึมเศร้า” ส่งผลทารกในครรภ์เป็น “ออติสซึ่ม”
pregnancy-depression-drugs1

งานวิจัยชี้แม่ใช้ “ยาแก้ซึมเศร้า” ส่งผลทารกในครรภ์เป็น “ออติสซึ่ม”

 

            งานวิจัยล่าสุดพบสตรีที่ใช้ยาต้านอาการซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงต่อบุตร มีโอกาสเป็น “ออติสซึ่ม” สูงขึ้น!

            สำนักข่าววีโอเอไทย รายงานว่า ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมอนทรีออนได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ยาต้านอาการซึมเศร้าในกลุ่มสตรีที่กำลังครรภ์กับผลกระทบที่ตามมา โดยผลการศึกษาชิ้นใหม่ชิ้นนี้พบว่าการใช้ยาต้านอาการซึมเศร้าระหว่างการตั้งครรภ์ มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงต่อบุตรที่กำลังจะคลอด โดยอาจจะทำให้เกิดความบกพร่องของโรคออติสซึ่มถึง 87%

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้หญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด 145,000 ราย Anick Berard นักวิจัยกล่าวว่า ยังไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุของความบกพร่องนี้ แต่จากงานศึกษาวิจัยที่ผ่านมาต่างชี้ว่าปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมล้วนมีบทบาทต่อการเกิดความบกพร่องของโรคนี้ ส่วนงานวิจัยชิ้นนี้ค้นพบว่า การรับประทานยาต้านอาการซึมเศร้าในระหว่างตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 เพิ่มความเสี่ยงเป็นเท่าตัวที่จะส่งผลต่อทารกในครรภ์มีโอกาสเป็นโรคออติสซึ่ม ซึ่งโรคนี้สามารถตรวจพบในเด็กได้จนถึงอายุ 7 ขวบ โดยเฉพาะหากมารดาใช้ยา SSRIs ที่ช่วยกระตุ้นให้สารเซโรโทนิน (Serotonin) ในสมองอยู่ในระดับปกติเพื่อลดอาการซึมเศร้า

ทั้งนี้ผลงานวิจัยดังกล่าวได้ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Pediatrics ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลกระทบตามมาอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้มีสตรีตั้งครรภ์ประมาณ 5-10 % กำลังใช้ยาดังกล่าวเพื่อบำบัดอาการซึมเศร้า นอกจากนี้ผลการวิจัยยังระบุด้วยว่ามีเด็กประมาณ 1,054 รายหรือคิดเป็น 0.72% ของทั้งหมดได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคออติสซึ่มเมื่ออายุเฉลี่ยราว 4 ขวบครึ่ง และพบว่าจำนวนของเด็กที่เกิดความบกพร่องเพิ่มขึ้นกว่าเดิม จากสถิติเฉลี่ยเด็ก 4 คนใน 1,000 คนเมื่อปี 1966 เป็น 100 คนต่อเด็ก 1,000 คนในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามอาจเป็นเพราะการวินิจฉัยหาความบกพร่องของโรคซึ่งมีหลายรูปแบบนั้นมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น อีกทั้งปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กเป็นออติสซึ่มเพิ่มขึ้น

อนึ่งโรคออติสซึมเป็นภาวะที่เกิดจากสมองมีพัฒนาการที่ผิดแปลกออกไปจากเด็กทั่วไป โดยเป็นภาวะที่ครอบคลุมพัฒนาการหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะ (1) ด้านการสื่อสารและการใช้ภาษา (2) การเข้าสังคมและสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น (3) พฤติกรรมและหรือความสนใจ โดยเด็กแต่ละคนจะมีลักษณะและอาการของภาวะออติสซึมมากน้อยแตกต่างกันไป และอาจเปลี่ยนไปได้เมื่อเด็กโตขึ้น หรือเมื่อสมองมีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลง

ประเทศสหรัฐอเมริกามีการคาดการณ์ว่า ในเด็กทุกๆ 150 คน จะมีเด็ก 1 คนที่แสดงอาการในเครือข่ายของโรคออติสซึม โดยจะพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงถึง 4-5 เท่า

สาเหตุของโรคออติสซึมนี้ยังไม่ชัดเจน และมีหลายทฤษฎีที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้เสนอออกมา ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติในยีน ผลกระทบจากสารเคมีในสภาพแวดล้อม ปฏิกิริยาตอบรับกลุ่มวัคซีน MMR ความผิดปกติในลำไส้ ฯลฯ แต่สาเหตุที่เป็นที่ยอมรับกันก็คือ นักวิจัยพบว่า สมองของเด็กที่เป็นออติสซึมนั้นมีการพัฒนาที่ไม่ปกติ รวมไปถึงขนาดของสมองบางส่วน การเชื่อมโยงกันของเซลล์สมอง และอัตราการเจริญเติบโตของขนาดสมองโดยรอบด้วย

 

 

 

 

 

 

Check Also

694940094001_5677976012001_5677961170001-vs

ทรัมป์เล็งยกเลิกให้ “วีซ่าครอบครัว” หลังเกิดระเบิดนิวยอร์ก

ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ล้มเหลวในการแก้ปัญหาก่อการร้าย แต่ความซวยตกเป็นของผู้อพยพ! จากเหตุระเบิดที่นิวยอร์ค ที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังศาลสูงสุดฯ อนุญาตให้คำสั่งพิเศษในการห้ามพลเมืองจาก 8 ประเทศเข้าสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ ล่าสุดทรัมป์เล็งยกเลิก “วีซ่าครอบครัว” โดยอ้างว่า ชายชาวบังกลาเทศผู้ก่อเหตุเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าอพยพตามเครือญาติ! พี่น้องคนไทยที่ถืออเมริกันซิติเซ่นส์และวางแผนที่จะสมัครวีซ่าให้กับสมาชิกครอบครัว ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>