Monday , December 10 2018
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / แม่ผู้ลี้ภัยฟ้องสหรัฐฯ 60 ล้านเหรียญ! หลังลูกสาวตายติดเชื้อในสถานกักกัน

แม่ผู้ลี้ภัยฟ้องสหรัฐฯ 60 ล้านเหรียญ! หลังลูกสาวตายติดเชื้อในสถานกักกัน

มารดาฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายกับสหรัฐฯ 60 ล้านเหรียญ หลังบุตรสาวของตนเองที่ถูกคุมขังในสถานที่ตรวจคนเข้าเมืองเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2018 ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า มารดาของเด็กวัยหัดเดินที่เสียชีวิตในหลายสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่พวกเขาได้รับการปล่อยตัวจากศูนย์กักกันผู้ลี้ภัยในเท็กซัสได้ยื่นฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐบาลสหรัฐฯเป็นจำนวน 60 ล้านเหรียญ

Mariee ลูกสาววัย 19 เดือนของ Yazmin Juarez เสียชีวิตในเดือนพฤษภาคม หกสัปดาห์หลังจากที่พวกเขาได้รับการปล่อยตัวจากสถานที่ตรวจคนเข้าเมืองใน Dilley

Juarez และทนายความของเธอกล่าวหาว่า ICE และผู้ที่บริหารจัดการสถานที่ให้การดูแลทางการแพทย์ต่ำกว่ามาตรฐานสำหรับเด็กวัยหัดเดิน หลังจากที่บุตรสาวของเธอได้รับการติดเชื้อทางเดินหายใจในขณะที่อยู่ในสถานกักกัน

“รัฐบาลสหรัฐฯมีหน้าที่ในการจัดเตรียมความปลอดภัยให้กับเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนนี้ด้วยสภาพความเป็นอยู่สุขาภิบาลและการดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสม แต่พวกเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้จึงส่งผลให้เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น” ทนายความ R. Stanton Jones กล่าวในแถลงการณ์

Mariee เข้าไปสถานที่ตรวจคนเข้าเมืองใน Dilley ในสภาพของเด็กหญิงที่มีสุขภาพดีและ 20 วันต่อมากลายเด็กป่วยหนักมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่คุกคามถึงชีวิต Mariee เสียชีวิตก่อนวันเกิดครบ 2 ขวบของเธอเพียงไม่กี่เดือน เนื่องจาก ICE และคนอื่นๆ ที่บริหารสถานที่ละเลยเรื่องการดูแลทางการแพทย์ ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่สุด สภาพร่างกายของเธอทรุดอย่างรวดเร็วและแม่ของเธอ Yazmin ต้องอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ

พวกเขาถูกคุมขังเป็นเวลาสามสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวแม่และลูกสาวในเดือนมีนาคม หลังจากที่พวกเขาเดินทางมาจากกัวเตมาลาและข้ามเข้ามาในสหรัฐฯผ่านทาง Rio Grande

พวกเขาถูกนำตัวไปยังศูนย์ที่พักอาศัยของครอบครัวในทางใต้ของเท็กซัสที่รัฐบาลจัดไว้เป็นเวลาสามสัปดาห์ ทนายความของเธอกล่าวว่า Juarez ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ให้ลูกสาวของเธอเมื่อวันที่ 11 มีนาคม – หกวันหลังจากที่พวกเขามาถึงสถานที่ใน Dilley

ที่สถานที่ดังกล่าว เด็กมีอาการป่วยมากขึ้นและ Juarez ได้ร้องขอความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ลูกสาวของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ยาที่ได้รับกลับไม่ได้ช่วยให้อาการของเด็กดีขึ้นเลย

ตามที่ทนายความของ Juarez กล่าว ระบุว่า ทันทีที่พวกเขาได้รับการปล่อยตัว Juarez นำ Mariee ไปยัง New Jersey ที่แม่ของเธออาศัยอยู่และขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ในวันถัดมา Mariee เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลา 6 สัปดาห์ เนื่องจากมีอาการหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเด็กของ Philadelphia เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม

“หลังจากที่เห็นได้ชัดว่า Mariee ป่วยหนัก ICE ถึงยอมปล่อยตัวแม่และลูกสาว” Jones กล่าว “Yazmin รีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันทีให้กับลูกน้อยของเธอ แต่มันก็สายเกินไป.”

Juarez ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

ซีเอ็นเอ็นได้ติดต่อถึงกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ซึ่งดูแลสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร และหน่วยงานป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ

หน่วยงานป้องกันชายแดน (CBP) ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยอ้างว่าคดียังอยู่ในระหว่างดำเนินการแต่ CBP กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ในภารกิจการรักษาความปลอดภัยแห่งมาตุภูมิ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายที่ผ่านการอบรมอย่างมืออาชีพของเราปฏิบัติตามพันธกิจของหน่วยงานรักษากฎหมาย ในขณะที่ยังคงให้ความปลอดภัยและความมั่นคงแก่ประเทศของเรา”

ด้านโฆษกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ ได้ออกมาปกป้องเรื่องการดูแลและการรักษาพยาบาลในสถานที่ตรวจคนเข้าเมืองว่า  “ICE มุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจในสวัสดิการของทุกคนที่อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นและเหมาะสม” Jennifer Elzea กล่าว “… พนักงานทุกคนซึ่งรวมถึงพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลปฏิบัติงานที่มีไลเซ่นส์ ผู้ให้บริการสุขภาพจิตที่มีไลเซ่นส์ ผู้ให้บริการระดับกลาง ซึ่งรวมถึงผู้ช่วยแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล แพทย์ ผู้ให้บริการดูแลทันตกรรมและการเข้าถึงบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง”

ในเดือนสิงหาคม ทนายความของ Juarez ได้ยื่นคำร้องที่เมือง Eloy ใน Arizona ซึ่งสถานที่ตรวจคนเข้าเมืองใน Dilley ตั้งอยู่ เพื่ออ้างสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย 40 ล้านเหรียญ

ลี้ภัยไม่ใช่ภาหะนำโรค ความจริงผู้ลี้ภัยช่วยรักษา และส่งเสริมธุรกิจ                                                                                             

ความเชื่อผิดๆที่ว่า ผู้ลี้ภัยเป็นภาหะนำโรคหรือมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง และนำเข้าสู้ประเทศ ในความเป็นจริงแล้วไม่มีหลักฐานบ่งชี้ดังกล่าวจากผู้ลี้ภัยจากประเทศต่างด้าวแพ่รึเพิ่มการติดเชื้อใดๆ Dr. Paul Spiegel, who directs the Center for Humanitarian Health at Johns Hopkins School of Public Health ยังกล่าวอีกว่า ขัดแย้งกับรัฐบาลปัจจุบันที่อ้างว่าผู้ลี้ภัยจากประเทศอื่นๆ เป็นภาหะนำโรค ในทางกลับกัน ผู้ลี้ภัยเหล่านี้เป็นส่วนสร้างสังคม และกระตุ้นเศรฐกิจให้มั่นคงอีกด้วย หลักจากศึกษามานานกว่าสองปี เค้าและทีมยังพบว่า น่าเศร้าที่การเมือง และความเชื่อที่ผิด มักยกข้ออ้างดังกล่าวเพื่อต่อต้านการอพยพย้ายถิ่น                                                                                                                                    

หลังจากสองปีเต็มที่ศึกษา ผู้อพยพย้ายถิ่นทั่วโลก พบในแต่ละประเทศ จำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคหัวใจ มะเร็ง ติดเชื้อ และโรคอื่น ภายในแต่ละประเทศ มากกว่า จำนวนผู้ลี้ภัยที่ก่อให้เกิดโรค ในความเป็นจริงแล้วความเครียดจากการอพยพย้าวถิ่นฐาน ก่อให้เกิด low fetelity rate มากขึ้น

ข้อมูลจาก Journal of American medical Association ยังระบุอีกว่า ผู้อพยพลี้ภัยในอเมริกา กลายเป็น healthcare workforce กลุ่มใหญ่ 29% เป็นแพทย์ 16% เป็นพยาบาล 20% เป็นเภสัชกร 24% เป็นทันตแพทย์ 23% เป็นพยาบาลและผู้ช่วยอื่นๆ

ในปัจจุบันนี้ รัฐบาลทรัมป์ ทำให้ผู้ลี้ภัยผู้รับความข่วยเหลือจาก Medicaid, food stamp or public housing ให้ได้รับวีซ่า และ กรีดการ์ด ยากมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อประชาชน และไม่กล้าแม้แต่จะขอความช่วยเหลือจากรัฐเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง แม้จะอพยพเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายก็ตาม

ในขณะเดียวกัน child seperation policy ก่อให้เกิดผลร้ายแรงต่อสุขภาพจิต ซึ่งไม่จำเป็นและรังแต่ส่งผลร้ายในระยะยาว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย

 

 

 

Check Also

“นิโคลีน” เด็กไทยแอล.เอ. คว้ารอง 1 “Miss World 2018”   

          “น้องนิโคลีน” เด็กไทยแอล.เอ. สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการสาวงามของไทย บนเวทีประกวด “Miss World 2018” ด้วยการคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 ขณะที่สาวงามจากเม็กซิโกได้มงกุฏฟ้าไปครอง ในที่สุด “น้องนิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์” ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *