Monday , July 13 2020
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / คาราวานผู้อพยพหลายร้อย! บุกทะลุถึงชายแดนสหรัฐฯแล้ว
AP Photo/Hans-Maximo Musielik

คาราวานผู้อพยพหลายร้อย! บุกทะลุถึงชายแดนสหรัฐฯแล้ว

            ผู้อพยพจากอเมริกากลางบางส่วน สามารถเดินเท้าเล็ดลอดเข้ามาทางเม็กซิโกจนถึงชายแดนสหรัฐฯได้สำเร็จ

            เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ย. 2018 มีรายงานว่า ผู้อพยพที่เดินเท้ามาพร้อมกับกองคาราวานยักษ์จากอเมริกากลางบางส่วนหรือประมาณ 350 คน มาถึงเมืองติฮัวนา ติดชายแดนของประเทศเม็กซิโกได้สำเร็จ จนขณะนี้พวกเขาอยู่ ณ บริเวณที่สามารถเห็นชายแดนทางใต้ของสหรัฐฯได้เป็นครั้งแรก

ผู้อพยพเหล่านี้อยู่ในกลุ่มของกองคาราวานยักษ์ที่มีจำนวนมากถึง 5,000-7,000 คนจากประเทศแถบอเมริกากลาง เช่น กัวเตมาลา ฮอนดูรัส เอลซัลวาดอร์ เม็กซิโก โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้ามาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธไว้ตั้งแต่เริ่มมีข่าวการจัดตั้งกองคาราวานว่า จะไม่ยอมให้พวกเขาข้ามชายแดนผิดกฏหมายมาอย่างเด็ดขาด โดยมีการใช้นโยบายขู่กับประเทศของผู้อพยพเหล่านั้นว่า สหรัฐฯจะไม่หยิบยื่นความช่วยเหลือใดๆ ให้อีก รวมทั้งเงินสนับสนุนที่สหรัฐฯเคยช่วยเหลือมาตลอด แต่ดูเหมือนว่าคำขู่ของปธน.ทรัมป์จะลอยไปตามลม ไม่มีการตอบสนองใดๆ จนกระทั่งรัฐบาลเม็กซิโก ตกปากรับคำดำเนินการสกัดกั้นกองคาราวานยักษ์เมื่อมาถึงชายแดนเม็กซิโก โดยมีการส่งกองกำลังทหารเม็กซิโกเขาไปตรึงพรมแดนไม่ให้กองคาราวานผ่านเข้ามา

อย่างไรก็ตามเกิดการปะทะกันระหว่างทหารเม็กซิโกกับกองคาราวานผู้อพยพยักษ์เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึง ตามรายงาน ระบุว่า มีผู้อยพยบางส่วนที่อยู่บริเวณสะพานกระโดดลงน้ำและว่ายน้ำเข้าฝั่งเม็กซิโก ก่อนจะออกเดินเท้าต่อผ่านไปยังชายแดนอีกฝั่งที่ติดกับสหรัฐฯ จนในที่สุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2018 ผู้อพยพหลายร้อนคนก็สามารถเดินทางมาถึงชายหาดของเมืองติฮัวนาที่มีกำแพงกั้นตลอดแนวพรมแดนระหว่างเม็กซิโกและเมืองซานดิเอโก้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

ทำให้ขณะนี้มีผู้อพยพในเมืองนี้เกือบ 800 คน บางคนปีนกำแพงที่เป็นแผงเหล็กหรือยืนมองลอดแผงเหล็กเห็นชายแดนฝั่งสหรัฐเป็นครั้งแรก ขณะที่มีทหารสหรัฐเฝ้าจับตาอยู่ตามคำสั่งของปธน.ทรัมป์ ที่ส่งกองกำลังกว่า 5,000 นาย มาเสริมตรึงพื้นที่ตามแนวเขตทางใต้ในหลายรัฐที่มีพรมแดนติดกับเม็กซิโก

ทั้งนี้ท่าทีของผู้อพยพนั้น เห็นได้ชัดเจนว่าต้องการที่จะเข้าสหรัฐฯ โดยบางคนตะโกนข้ามฝั่งไปยังทหารสหรัฐที่มีปืนกลเป็นอาวุธ เฝ้าคุมชายแดนที่เพิ่งถูกติดตั้งรั้วลวดหนามเพิ่มเพื่อป้องกันผู้อพยพข้ามพรมแดนว่า “พวกเราไม่ใช่อาชญากร”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เคยบอกไว้ว่า หนทางเดียวของผู้อพยพเหล่านี้จะทำได้ คือ การขอลี้ภัยและปักหลักอยู่ในประเทศเม็กซิโก เพราะสหรัฐฯจะไม่ยินยอมให้เข้ามาอย่างผิดกฏหมายโดยเด็ดขาด นอกจากการใช้มาตรการที่แข็งกร้าวนี้แล้ว ปธน.ทรัมป์ยังแก้ไขกฎเกณฑ์การขอลี้ภัยเพื่อหวังสกัดกั้นคาราวานผู้อพยพด้วย.

 

Check Also

“ทรัมป์” ใส่หน้ากากอนามัยออกสื่อครั้งแรก ระหว่างเยือน รพ.ทหาร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้สวมหน้ากากอนามัยออกสื่อระหว่างเยือนโรงพยาบาลทหารแห่งหนึ่งใกล้กับกรุงวอชิงตันดีซีเมื่อวานนี้ โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานว่าเป็นครั้งแรกที่ปธน.ทรัมป์สวมหน้ากากอนามัยออกสื่อนับตั้งแต่ที่โรคโควิด-19 เริ่มระบาดในสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาอาจจะสวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปเยี่ยมเยียนทหารที่บาดเจ็บ รวมถึงบุคลากรแนวหน้าที่คอยรับมือการระบาดของโควิด-19 ในศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด ในเมืองเบเทสดา รัฐแมรีแลนด์ ปธน.ทรัมป์ซึ่งที่ผ่านมามักจะหลีกเลี่ยงการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ในวันพฤหัสบดีว่า “ผมคิดว่าจะสวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปวอลเตอร์ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *