Tuesday , June 18 2019
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / แฮปปี้เอนดิ้ง! “หมูป่ากลับบ้าน” 13 ชีวิตเตรียมบวชอุทิศจ่าแซม

แฮปปี้เอนดิ้ง! “หมูป่ากลับบ้าน” 13 ชีวิตเตรียมบวชอุทิศจ่าแซม

13 ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ แถลงข่าว “ส่งหมูป่ากลับบ้าน” เผยเรื่องราวสาเหตุเข้าถ้ำ, ช่วงเวลาติดถ้ำ และการเอาตัวรอด พร้อมขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือและสัญญาจะเป็นคนดี ต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า “เตรียมแผนบวชเพื่อจ่าแซม” ยืนยันโตขึ้น นอกจากสานฝันฟุตบอลอาชีพ “จะเป็นหน่วยซีล” เพื่อช่วยผู้อื่นต่อ ด้านจิตแพทย์แนะใช้ชีวิตตามเดิม งดมอบสิทธิพิเศษ

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2018 นักฟุตบอลทีมเยาวชนและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ได้ร่วมงานแถลงข่าว “ส่งหมูป่ากลับบ้าน” ซึ่งจัดขึ้นในห้องประชุมคชสาร ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยสมาชิกทีมหมูป่าได้ปรากฎตัว ด้วยการเตะฟุตบอลโชว์สื่อมวลชน ในชุดทีม เพื่อแสดงความพร้อมของร่างกายก่อนกลับบ้าน

พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 กล่าวว่า สภาพร่างกายของน้องๆ ทีมหมูป่าพร้อมตั้งแต่ก่อนออกจากถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย แล้ว เนื่องจากหลังจากได้รับประทานอาหาร 3-4 มื้อ สภาพร่างกายเริ่มกลับมาเป็นปกติ โดยดูได้จากการพูดคุยกันในกลุ่มที่เพิ่มมากขึ้น หลายคนบอกว่า อยากหาอาหารอร่อยๆ ทานนอกถ้ำ

พญ.พัชนีวรรณ อินต๊ะ จิตแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานจิตเวช ยืนยันว่า สมาชิกทีมหมูป่ามีความพร้อมทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย ออกไปใช้ชีวิตตามปกติได้

นางอัปษรศรี ธนไพศาล นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการพิเศษ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ บอกว่า ไม่พบว่ามีอาการทางจิตใจที่ไม่ดีเลย แต่กลายเป็นว่า ทีมแพทย์ได้รับปัจจัยบวกจากทีมหมูป่ากลับมาด้วยซ้ำ ทั้งยังพบว่าน้องๆ ทีมหมูป่า มีวิธีที่จะรับมือกับสิ่งที่จะเจอหลังจากนี้พอสมควรแล้ว

ทั้งนี้ด.ช. อดุลย์ สามออน (น้องดุลย์) หนึ่งในสมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ได้เล่าประสบการณ์ก่อนและหลังจากพบกับนักดำน้ำชาวอังกฤษ ว่า ทุกคนกำลังนั่งขุดผนังถ้ำเพื่อหาทางออก แต่หลังจากนั้นโค้ชเอกได้ยินเสียงคนคุยกัน จึงบอกให้ทุกคนเงียบ จากนั้นตัวเองได้เดินเข้าไปใกล้ๆ และได้ยินเสียงคนพูดว่า “Hello (สวัสดี)” จึงทักทายกลับ รู้สึกดีใจมาก แต่ก็คิดนานมากเช่นกัน เพราะเหนื่อยล้า

น้องดุลย์ เล่าต่อไปว่า หลังจากนั้น นักดำน้ำชาวอังกฤษได้ถามกลับมาว่า “How are you? (สบายดีไหม)” และได้ตอบไปว่า “Yes, I am okay. (ผมสบายดี)” ทั้งยังถามนักดำน้ำอีกว่า “Can I help you? (ให้ผมช่วยไหม)” อีกด้วย แต่นักดำน้ำบอกว่าไม่เป็นไร และให้ตัวเองขึ้นไปอยู่ยังที่สูง

สมาชิกทีมหมูป่ารายนี้บอกอีกว่า ได้ยินนักดำน้ำถามว่า “How many of you? (มีกี่คน)” จึงตอบไปว่า “We have thirteen. (เรามี 13 คน)” ส่วนโค้ชเอกเล่าตัวเองไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษ จึงเร่งให้น้องดุลย์แปล

นายพรชัย คำหลวง (น้องตี๋) กล่าวว่า ทุกคนดีใจมากที่ได้ยินเสียงนักดำน้ำ เป็นความหวังครั้งแรกในรอบ 10 วันที่ติดอยู่ในถ้ำ

หลังจากที่ทุกคนได้ถูกนำตัวออกมาจากถ้ำและอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจนั้น โค้ชเอก ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกคนได้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศในโรงพยาบาล ส่วนตัวเชียร์ทีมชาติฝรั่งเศส และคนที่ออกเสียงเชียร์ดังที่สุดคือ ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม (มาร์ค) ซึ่งน้องมาร์ค ก็เชียร์ทีมฝรั่งเศสเช่นกัน เนื่องจากมีนักฟุตบอลที่ชอบอยู่ในทีมนี้ คือ อองตวน กรีซมันน์

นอกจากนี้ โค้ชเอกเล่าว่า คืนนั้นที่โรงพยาบาลอนุญาตให้เชียร์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งทีมแพทย์เองก็เชียร์ไปพร้อมๆ กัน โดยแพทย์ผู้ชายเชียร์ทีมฝรั่งเศส ขณะที่แพทย์ผู้หญิงเชียร์ทีมชาติโครเอเชีย

ตอบคำถามถึงสาเหตุเข้าไปเที่ยวถ้ำหลวง โค้ชเอก เผยว่า หลังจากซ้อมฟุตบอลเสร็จ ได้พากันไปเที่ยวถ้ำหลวง เนื่องจากบางคนยังไม่เคยเข้าไป แต่ตัวเองเคยเข้าไปแล้ว ซึ่งพบว่า ครั้งนี้มีน้ำท่วมที่สามแยกเหมือนครั้งก่อน จึงไม่ได้ผิดสังเกต ทั้งยังถามความสมัครใจของน้องๆ และเตือนว่าเข้าไปได้แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

และโค้ชเอกปฏิเสธว่า ไม่ได้เข้าไปถ้ำหลวงเพื่อฉลองวันเกิด นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ (น้องไนท์) เนื่องจากที่ครอบครัวน้องไนท์เตรียมฉลองให้ที่บ้านอยู่แล้ว

พร้อมกันนี้โค้ชเอกยืนยันด้วยว่าทีมหมูป่าว่ายน้ำเป็นทุกคน  แต่มีบางคนที่ยังว่ายน้ำไม่แข็ง เนื่องจากทุกเสาร์อาทิตย์ตนได้พาน้องๆ ในทีมไปฝึกว่ายน้ำ

สำหรับวิธีเอาตัวรอดเมื่อรู้ว่าติดถ้ำนั้น โค้ชเอกเล่าว่า จุดสุดท้ายทีไปถึงคือมาทราบที่หลังว่าจุดนั้นเรียกว่าเมืองลับแล ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ถัดจากเนินนมสาว น้องตี๋ได้อาสาลองว่ายน้ำเข้าไปสำรวจพร้อมกับตน พบว่า น้ำลึกไปต่อไม่ได้ ทุกคนจึงตกลงกลับออกจากถ้ำ แต่พอมาถึง 3 แยกกลับพบว่ามีน้ำท่วม ตนจึงใช้เชือกผูกกับเอวตนเองว่ายดำลงไปดูทางออก ว่ายังออกได้ไหม โดยตกลงกับน้องๆ ให้ถือปลายเชือกอีกด้านไว้ หากตนกระตุกเชือก 2 ครั้ง คือ ออกไปไม่ได้ และให้พวกเด็กๆดึงเชือกดึงตัวเขากลับมา ตอนที่ตนลงไปพบว่า โพรงตันไปด้วยทรายและก้อนหินปิดทับไว้หมดแล้ว ทำให้ออกมาไม่ได้ จึงกลับเข้าไปในถ้ำและตอนนั้นคิดว่าอาจจะเป็นภาวะน้ำขึ้นน้ำลง เลยตกลงกันว่าจะหาที่ค้างคือและรอคอยให้น้ำลดพรุ่งนี้ถึงค่อยออกมา ทุกคนจึงตัดสินใจถอยเข้าไปห่างจากสามแยกประมาณ 200 เมตร เพื่อค้างคืนในถ้ำ โดยอาศัยน้ำที่หยดลงมาจากหินเพื่อประทังชีวิต

น้องตี๋ เล่าว่า ตัวเองพาสมาชิกคนอื่นหาทางออก และคอยดูเวลา รวมถึงหาแหล่งน้ำจากหินย้อยดื่ม แต่ยอมรับว่า เมื่อเวลาผ่านไป 2 วันแล้วน้ำยังไม่ลด จึงรู้สึกกลัวขึ้นมาว่าอาจจะออกไปไม่ได้ เหตุนี้ทำให้โค้ชเอกบอกให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ เพื่อให้ใช้กำลังน้อยที่สุด ทั้งยังให้ใช้ไฟฉายทีละกระบอก โดยใช้ไฟฉายที่มีความสว่างน้อยก่อน

น้องตี๋ พูดต่อไปว่า หลังจากติดถ้ำได้หลายวัน ทุกคนเริ่มหิวและอ่อนแรง จากนั้น ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง (ไตตั้น) อายุ 11 ปี ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม ยอมรับว่า หน้ามืดบางครั้ง และหิว จึงพยายามไม่คิดถึงอาหารที่ตัวเองอยากทาน อย่างข้าวผัดและน้ำพริกอ่อง ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม (โน้ต) เผยว่า ได้แต่กินน้ำให้อิ่มท้อง ส่วนเวลาว่างก็ไปขุดผนังถ้ำเพื่อหาทางออก ด้วยก้อนหิน และขุดได้ถึง 3-4 เมตร

โค้ชเอก เล่าต่อว่า ตอนนั้นน้ำเพิ่มระดับขึ้นมาเรื่อยๆ 3-4 เมตรในเวลาที่ไม่ถึงชั่วโมง ตนและน้องๆ จึงช่วยกันคิดและตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปเพื่อหาทางออกอีกฝั่ง เนื่องจากมีน้องๆ ในทีมที่เคยมาเข้าค่ายที่ถ้ำหลวง บอกว่า เจ้าหน้าที่เคยบอกพวกเขาว่ามีทางออกอยู่ที่ปลายถ้ำ แต่ถ้าตัดสินใจเดินหน้าต่อไป จะกลับมาที่นี่อีกไม่ได้แล้ว ส่วนทางเลือกที่สองคือคอยเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยอยู่ตรงนี้ แต่ขณะที่กำลังตัดสินใจไปที่ปลายถ้ำ ตัวเองได้ยินเสียงน้ำไหล จึงบอกให้ทุกคนเงียบ และส่องไฟฉายไปในทิศที่ได้ยินเสียงน้ำ พบว่า มีน้ำไหลเข้ามา และน้ำที่ท่วมอยู่ก็เพิ่มระดับสูงขึ้น จึงบอกให้ทุกคนขึ้นที่สูงไปอยู่ที่เนินนมสาว และรอคอยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

ด้านหมอภาคย์เผยวิธีพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 เผยว่า ตอนแรกตัวเองก็คิดไม่คิดว่า จะพาทีมหมูป่าออกมาตามทางปกติ ที่มีน้ำท่วมสูงได้ แถมทีมช่วยเหลือชาวต่างชาติ ก็บอกว่ามี 2 ทางเลือก คือ ให้รอไปจนกว่าน้ำจะลด หรือใช้หน้ากากดำน้ำ (Full Face Mask) สวมศีรษะทีมหมูป่า และดำน้ำออกมา แต่ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจจากคนข้างนอกถ้ำ แต่ส่วนตัวคิดว่าดำน้ำไม่น่าจะไหว

ตอบคำถามความผูกพันของหน่วยซีลและทีมหมูป่า พี่ใบเตย (เจ้าหน้าที่หน่วยซิล) เล่าว่า หลังจากพบตัวทีมหมูป่าแล้ว ก็เริ่มทดสอบกำลังใจของทุกคนเป็นอันดับแรก โดยถามว่า “หมูป่า สู้ไหม” ซึ่งตอนแรกๆ ก็ยังเสียงเบา แต่ได้ถามย้ำ ทุกคนจึงตอบดังขึ้น

ด.ช.สมพงษ์ ใจวงค์ (พง) เล่าประสบการณ์ขำๆ ให้ฟังว่า พี่ใบเตย หนึ่งในสมาชิกหน่วยซีล มักจะใส่แต่กางเกงใน และนำฟอยล์มาห่อตัวขณะอยู่ในถ้ำ เนื่องจากชุดเปียก และไม่ได้เตรียมกางเกงเข้าไปเปลี่ยน ส่วนตัวรู้สึกว่าโป๊ แต่ก็ตลก

สมาชิกหน่วยซีลคนนี้ บอกว่า สาเหตุที่ต้องถอดเสื้อผ้าออก เนื่องจากด้านในชุดเวทสูทได้ยัดเจลให้พลังงาน แผ่นฟอยล์ ยารักษาโรค ไฟฉาย และถ่ายไฟฉายมาด้วย ซึ่งแผ่นฟอยล์ให้ความอบอบุ่นที่นำเข้าไปให้น้องๆ ชุดแรกไม่เพียงพอ เพราะต้องนำไปปูพื้นสำหรับนอน ตัวเองจึงนำแผ่นฟอยล์ให้ทีมหมูป่าก่อน และนำเศษที่เหลือมาทำเป็นชุดเกาะอกและกระโปรง หมอภาคย์ กล่าวเสริมอย่างติดตลกว่า เป็นเจ้าหน้าที่ซิลที่เซ็กซี่ที่สุด

ด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์ (บิว) เล่าว่า ระหว่างอยู่ในถ้ำทีมหมูป่าและหน่วยซีลได้เล่นหมากฮอร์ส โดยมีพี่ใบเตยเป็นแชมป์ถ้ำ หรือ King of Cave จึงพยายามจดจำแผนการเล่นของพี่ใบเตย โค้ชเอก บอกว่า รู้สึกผูกพันกับหน่วยซีล คล้ายกับเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะกินนอนด้วยกันในถ้ำ ส่วนน้องมาร์ก เสริมว่า รู้สึกกับพี่ใบเตยและหน่วยซีลเหมือนเป็นพ่อ ขณะที่พี่ใบเตยเองก็เรียกตัวเองว่าลูก นอกจากนี้ น้องพง ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจ เพราะพี่ๆ ทุกคนหากิจกรรมให้ทำ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนุกด้วย

หมอภาคย์ บอกว่า ทุกคนสนิทสนมกัน ระยะเวลา 9 วันเป็นช่วงที่ต้องแบ่งปันซึ่งกันและกัน และหาวิธีดูแลทุกคนอยู่อย่างปลอดภัย ส่วนตัวก็มีลูกชาย จึงมองเด็กๆ อายุรุ่นราวคราวเดียวกันว่าเป็นลูกชายด้วย แถมรู้สึกเอ็นดู เหมือนคนในครอบครัว

ตอบคำถามความรู้สึกของ 13 ชีวิตทีมหมูป่า วินาทีทราบข่าวการเสียสละของจ่าแซม โค้ชเอก กล่าวว่า ทุกคนช็อกและเสียใจมาก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นต้นเหตุให้นาวาตรี สมาน กุนัน หรือจ่าแซม และครอบครัว ต้องเดือดร้อน ตอนที่แพทย์ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ บอกว่า “มีรูปของจ่าแซมจะทำยังไง” ทุกคนในทีมจึงบอกว่า อยากเขียนข้อความส่งถึงครอบครัวจ่าแซม เพราะคิดว่าถ้ามีโอกาสก็จะส่งไปให้ครอบครัวของจ่าแซม

หลังจากนั้นน้องไตตั้น ก็ได้เป็นตัวแทนของทีมหมูป่า ออกมาอ่านหนึ่งข้อความของทั้ง 13 คนเขียนลงบนภาพวาดของ จ่าแซม โดยระบุว่า

“ขอแสดงความเสียใจ ขอให้ท่านสู่สุขคติ ขอขอบพระคุณท่านที่ได้เสียสละ ทั้งกายและใจ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวคุณจ่าอย่างสุดใจ ขอให้คุณจ่าหลับให้สบาย ขอขอบพระคุณจากใจจริง”

พร้อมกันนี้เยาวชนทุกคนและโค้ชยังสัญญาว่าจะตั้งใจเป็นคนดี-ยึดความฝันนักฟุตบอลอาชีพและอยากเป็นหน่วยซิล น้องตี๋ กล่าวว่า หลังจากนี้ตัวเองจะเป็นคนดีของสังคม น้องดุลย์มองว่า ความประมาทมักจะเกิดขึ้นอย่างไม่ได้คาดคิด แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ทุกคนรู้ว่า หากไม่คิดก่อนทำจะส่งผลตามมา ทั้งดีและไม่ดี กับตัวเอง หลังจากกลับบ้าน จะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด

ส่วนสมาชิกทีมหมูป่าคนอื่นๆ ก็ยืนยันว่าจะเดินความฝันของตัวเอง ที่จะยังเป็นนักฟุตบอลอาชีพไม่เปลี่ยนไป ขณะที่หลายคนบอกว่า นอกจากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพหรือนักฟุตบอลทีมชาติให้ได้แล้ว ยังอยากจะเรียกจบให้สูงๆ และเป็นหน่วยซีลด้วย

นายสุทธิชัย ผู้ดำเนินรายการถามว่า ถ้ามีคนชวนกลับไปถ้ำ จะกลับไหม โค้ชเอกตอบว่า ส่วนตัวแล้วถ้ามีคนชวนคงไม่ไป แต่ถ้าหากมีหน่วยงานไหนขอให้เป็นมัคคุเทศน์ ก็ทำได้ แต่จะอยู่แค่ปากทางเข้าถ้ำเท่านั้น ส่วนเด็กคนอื่นๆ บอกจะไม่เข้าถ้ำอีกแล้ว

ด้านผู้ว่าฯ เผยแผนฟื้นฟูทีมหมูป่าขั้นต่อไป นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีทีมสหวิชาชีพดูแลน้องๆ ทีมหมูป่า ไม่ว่าจะเป็นทีมจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พ.ม.) ที่จะประกบดูแลน้องๆ ที่บ้านเป็นระยะ หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานอื่นๆ โดยมีนายอำเภอเป็นผู้นำ และจะเป็นผู้รายงานสู่ระดับจังหวัด จนกว่าทุกคนจะคืนสู่สภาพปกติ

ด้านหมอภาคย์เล่าวิธีพา 13 ชีวิตออกจากถ้ำ พ.ท.นพ.ภาคย์ เล่าว่า ตามแผนการเดิม ทีมกู้ภัยจะพาออกมาในวันแรกถึง 6 คน ซึ่งในนั้นคือน้องมาร์ค แต่อุปกรณ์มีจำกัด และไม่มีหน้ากากขนาดเล็ก จึงทำให้ออกมาได้แค่ 4 คน ส่วนวันที่ 2 ดร.แฮร์ริสบอกว่า ยังไม่มีหน้ากากขนาดเล็ก ทำให้น้องมาร์คต้องรอไปอีก 1 วัน จนได้ออกมาในวันสุดท้าย แต่คืนก่อนวันสุดท้ายน้องมาร์คหิวมากจนถึงขั้นนอนละเมอว่า “อยากกินโจ๊ก”

สำหรับการเลือกเด็กออกจากถ้ำนั้น โค้ชเอกซึ่งได้รับหน้าที่เป็นผู้เลือกบอกว่า เลือกคนบ้านไกลออกถ้ำก่อน โค้ชเอก เผยว่า ได้ปรึกษากับหน่วยซีลถึงลำดับการนำตัวออกจากถ้ำหลวง ซึ่งหน่วยซีลและน้องๆ ในทีม ให้โค้ชเอกเป็นผู้เลือกได้ตามความเหมาะสม ทำให้ตัวเองตัดสินใจให้น้องๆ ที่อยู่บ้านเวียงหอม หรือบ้านไกลที่สุด ออกจากถ้ำก่อน โดยมีเหตุผลนึกว่าถ้าพวกเขาออกจากถ้ำก็จะกลับบ้านเลย ไม่นึกว่าจะต้องมาที่โรงพยาบาล จึงเลือกให้น้องๆ บ้านไกลกลุ่มนี้ออกมาก่อน พวกเขาจะได้ปั่นจักรยานกลับบ้านเลย และกลับไปบอกให้ที่บ้านเตรียมอาหารรอทุกคน

โค้ชเอกยังปฏิเสธว่า ไม่ได้เลือกลำดับคนที่ออกจากถ้ำ ตามความแข็งแรงหรืออ่อนแอเลย แต่เป็นความสมัครใจของน้องๆ ซึ่งทุกคนก็ยินดีโดยบอกว่าใครออกก่อนก็ได้

ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ (ดอม) เผยว่า ตัวเองออกมาเป็นชุดที่ 2 ส่วน ด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์ (บิว) ก็บอกว่า ออกมาเป็นชุดที่ 2 เช่นกัน ส่วน ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทรง (เติ้ล) บอกว่าตัวเองบ้านไกลที่สุด จึงได้ออกมาเป็นชุดแรก ซึ่งสมาชิกหน่วยซีล ก็ยืนยันว่า เลือกเด็กๆ ออกก่อนหลังตามความสมัครใจของพวกเขา หมอภาคย์ เสริมว่า ตัวเองได้ปรึกษา ดร.แฮร์ริส นักดำน้ำชาวออสเตรเลีย ว่า ทุกคนมีสุขภาพในระดับเดียวกัน แข็งแรงดี ไม่มีโรค ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ซึ่ง ดร.แฮร์ริส ยืนยันว่า ใครออกก่อนก็ได้ ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ จึงให้โค้ชเอกเป็นผู้ตัดสินใจ

น้องๆ สำนึกผิดขอโทษพ่อแม่ น้องไตตั้น กล่าวขอโทษพ่อแม่ที่ไม่ได้บอกว่าจะไปเที่ยวถ้ำ เพียงแต่บอกว่า ไปซ้อมฟุตบอลเท่านั้น ตอนที่รู้ตัวว่าติดอยู่ในถ้ำ ก็คิดว่า ถ้าออกไปได้ต้องโดนดุแน่นอน ส่วนสมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมี่คนอื่นๆ ขอโทษพ่อแม่เช่นกัน

หลังจากนั้นโค้ชเอก เล่าให้ฟังว่าตอนที่ติดอยู่ในถ้ำ ทุกคนคิดเหมือนกันว่า พ่อแม่ต้องตำหนิแน่ๆ และมีน้องคนหนึ่งเล่าว่า แค่เข้าบ้านดึกก็โดนพ่อดุแล้ว ถ้าหากออกไปได้หลังจากติดถ้ำหลายวัน อาจจะได้นอนหน้าบ้าน

ตอบคำถามถึงสิ่งที่จะทำต่อจากนี้ เยาวชนและโค้ชเตรียมบวชอุทิศให้จ่าแซม โค้ชเอกเผยว่า ผู้ปกครองของน้องๆ หลายคน อาจจะให้บุตรของตัวเองบวช เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้จ่าแซม ซึ่งน้องๆ ในทีม บอกว่า บวชนานกี่วันก็ได้เท่าที่โค้ชเอกบวช และจะบวชหมู่พร้อมกันทีเดียว

ด้านจิตแพทย์แนะใช้ชีวิตตามเดิม งดมอบสิทธิพิเศษ พญ.พัชนีวรรณ จิตแพทย์จากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มองว่า อยากเห็นน้องๆ ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมให้เร็วที่สุด ทั้งอยู่ที่บ้าน หรือที่โรงเรียน ส่วนคนภายนอกไม่ควรมอบสิทธิพิเศษใดๆ จนทำให้น้องๆ รู้สึกลำบากใจ และควรให้พื้นที่ส่วนตัวกับทุกคนได้ใช้เวลากับครอบครัว ได้ทำกิจกรรมกับที่โรงเรียน หรือได้ทำกิจกรรมที่รักตามเดิม

นอกจากนี้ พญ.พัชนีวรรณ ก็ย้ำว่า ไม่ควรถามคำถามที่ทำให้รู้สึกลำบากใจ อย่างเช่นการรื้อฟื้นเหตุการณ์เดิม ควรให้น้องๆ ได้เตรียมตัวหรือได้ปฏิเสธ

ด้านนักจิตวิทยา บอกว่า น้องๆ ทีมหมูป่าเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนและเล่นกีฬา ทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตตั้งแต่ยังอายุน้อย ส่วนคุณหมออีกคนหนึ่งที่ดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิด บอกกับตัวเองว่า “คุ้มค่าที่เราช่วยเหลือเขา คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้ลงทุนไป”

 

Check Also

ด่วน! โฆษกทำเนียบขาว “ซาราห์ แซนเดอร์” ลาออกแล้ว

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยในวันนี้ว่า โฆษกทำเนียบขาว ซาราห์ ฮัคคาบี แซนเดอร์ส ผู้ที่ทำงานให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ มาตั้งแต่ช่วงแรกๆ จะลงจากตำแหน่งสิ้นเดือนนี้ และกลับไปอยู่ที่บ้านที่รัฐอาร์คันซอส์ ตามรายงานของรอยเตอร์ส ปธน.ทรัมป์ ซึ่งประกาศการลาออกของแซนเดอร์สทางทวิตเตอร์ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *