Sunday , November 18 2018
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / สหรัฐฯเตือน “นำ 13 หมูป่าดำน้ำออกถ้ำอันตราย-พลาดนิดเดียวอาจถึงชีวิต”

สหรัฐฯเตือน “นำ 13 หมูป่าดำน้ำออกถ้ำอันตราย-พลาดนิดเดียวอาจถึงชีวิต”

            ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยในถ้ำสหรัฐฯ ชี้วิธี “ดำน้ำ” นำเยาวชนและโค้ชออกจากถ้ำอันตรายทั้งตัวผู้ช่วยและผู้ถูกช่วย พลาดเพียงเสี้ยววินาทีอาจส่งผลถึงชีวิต แนะนำ “รอระดับน้ำลด” หรือ “หาวิธีอื่น” ขณะที่รายงานเผย ตลอด 10 วัน โค้ชและเด็กๆ เอาตัวรอด ดื่มน้ำจากโขดหินประทังชีวิต และนอนนิ่งๆ เซฟร่างกาย ด้านทหารมะกัน ยอมรับ “เป็นงานหิน” ขณะที่ทูตสหรัฐฯแสดงความยินดีหลังพบทีมฟุตบอล ยืนยันให้กองทหารพญาอินทรีย์อยู่ช่วยภารกิจจนกว่าจะเสร็จ

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2018 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานข่าวการพบตัวผู้สูญหาย 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ล่าสุดมีรายงานถึงขั้นตอนการนำทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ของทางการไทยได้มีแผน 3 อย่างที่จะดำเนินการพร้อมกัน คือ 1. การสูบน้ำออกและการเจาะถ้ำ 2. การหาปล่องทะลุจากด้านบนเพื่อโรยตัวลงไปข้างล่างและนำตัวขึ้นมา และ 3 การฝึกสอนให้สมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน เรียนรู้วิธีการดำน้ำ เพื่อดำน้ำออกมาจากถ้ำพร้อมทีมค้นหาของหน่วยซีลกองทัพไทย

ซึ่งแผนการทั้งหมดข้างต้นนั้น ทางการไทยได้กำชับว่า ให้หน่วยงานทุกฝ่ายเร่งทำงานอย่างระมัดระวัง เพื่อแข่งกับเวลาที่ไทยกำลังเข้าสู่ฤดูฝน มิเช่นั้นอาจต้องรออีกนานหลายเดือนกว่าระดับน้ำจะลดลงจนถึงเกณฑ์ปลอดภัย ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ระดมสรรพกำลังสูบน้ำออกไปแล้วมากกว่า 1.6 ล้านลิตร

นายอันวาร์ มีร์ซา ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยในถ้ำ กล่าวกับ “ซีเอ็นเอ็น” ว่า การดำน้ำกับเด็กชาย 12 คนเป็นเรื่องที่ยากที่สุด เพราะทำให้นักดำน้ำมีความเสี่ยง แต่ที่เสี่ยงมากกว่าคือตัวเด็กเอง เพราะถึงแม้จะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การดำน้ำ แต่การดำน้ำในถ้ำคือเรื่องอันตราย และยังต้องดูแลผู้ที่ไม่มีประสบการณ์หรือมีประสบการณ์น้อย ยิ่งทำให้เป็นสถานการณ์ที่เสี่ยงมากขึ้นไปอีก เขาจึงแนะนำว่าให้รอระดับน้ำลดลง หรือหาทางออกอื่น ทางที่ดีควรเดินหน้าส่งเสบียงเข้าสู่ภายในถ้ำ และให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์เพื่อให้สภาพร่างกายของทั้ง 13 คนดีขึ้นก่อน จนกระทั่งระดับน้ำลด หรือการค้นพบทางเข้า-ออกใหม่

“การดำน้ำภายในถ้ำเป็นวิธีที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตรายอย่างมาก แม้แต่กับผู้ที่มีประสบการณ์สูง เช่น ทีมช่วยเหลือ การนำทั้ง 13 คน ซึ่งไม่เคยได้รับการฝึกฝนเรื่องนี้มาก่อน ให้ดำผุดดำว่ายออกจากถ้ำแม้มีอุปกรณ์ครบครัน รวมถึงถังอากาศที่ติดตั้งไว้ตลอดเส้นทาง แต่ความผิดพลาดแม้เพียงเสี้ยววินาทีอาจส่งผลถึงแก่ชีวิตของทั้ง 13 คน” มีร์ซา กล่าว

ด้านสภากู้ภัยถ้ำจากสหราชอาณาจักร (The British Cave Rescue Council:BCRC) ที่ระบุว่า นักดำน้ำ 2 คนของกลุ่ม เป็นผู้พบทั้ง 13 คน และคาดว่าจุดที่พบจะอยู่ห่างจากปากถ้ำประมาณ 2 กิโลเมตร และลึกลงไปใต้ดินประมาณ 800 เมตร-1 กิโลเมตร แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังมีฝนตก ซึ่งแม้ว่าระดับน้ำในถ้ำจะลดลง แต่การพาทั้ง 13 คนกลับออกมาก็ยังเป็นเรื่องยาก

ขณะที่นาวาเอกหญิงสหรัฐฯ ยอมรับว่าถึงแม้จะเจอตัวผู้สูญหายทั้ง 13 คน ยังมีชีวิตอยู่ภายในถ้ำ หลังจากสูญหายไปนาน 9 วัน แต่ยังเหลืองานหนักคือ การพาตัวออกมา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นาวาอากาศเอกหญิงเจสสิกา เตท์ จากทีมสนับสนุนช่วยเหลือของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ยอมรับคณะทำงานต้องเผชิญกับ “ความท้าทายมากมาย” ตลอดปฏิบัติการค้นหา 13 สมาชิกทีมหมูป่า แต่เชื่อว่าความพยายามนี้ได้นำพาคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมรับยังเหลืองานสาหัสรออยู่เบื้องหน้า นั่นคือการนำพาทั้งหมดกลับออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

“หากคุณดูจะเห็นว่ามีอุปสรรคมากมาย มีปัจจัยต่างๆนานา และมีการดำเนินการที่หลากหลาย” เธอบอกกับรอยเตอร์ “แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือ ฉันเห็นคนไทยร่วมแรงร่วมใจกัน” และความท้าทายต่อจากนี้คือการนำเอาทางกลุ่มออกจากถ้ำ

ทั้งนี้เด็กชายอายุระหว่าง 11 ถึง 16 ปี พร้อมกับผู้ช่วยโค้ชวัย 25 ปี สูญหายไปหลังเสร็จสิ้นการซ้อมฟุตบอลเมื่อวั้นที่ 23 มิถุนายน ระหว่างออกไปเที่ยวสำรวจถ้ำหลวงในวนอุทยานใกล้กับชายแดนพม่า

ปฏิบัติช่วยเหลือระดับนานาชาติครั้งใหญ่ถูกเดินหน้ามาตั้งแต่นั้น ด้วยทีมช่วยเหลือต้องต่อสู้น้ำโคลนระดับสูงในความพยายามไปให้ถึงจุดที่ทางเด็กๆอยู่ภายในถ้ำที่มีความยาวประมาณ 10 กิโลเมตร จนกระทั่งมีคำแถลงข่าวดีในช่วงค่ำวันจันทร์ที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยตลอด 10 วัน ทั้ง 13 ชีวิต ใช้ชีวิตเอาตัวรอดในถ้ำ ด้วยการนำของโค้ชในการหาที่สูงเพื่อหลบน้ำและให้เด็กๆ พยายามนอนนิ่งๆ ไม่ให้ขยับตัว เพื่อเก็บพลังงานร่างกายไว้ใช้ในยามจำเป็น ขณะที่ทุกคนอาศัยน้ำที่หยดลงมาตามโขดหินประทังชีวิตหลังจากที่พวกเขาดื่มน้ำและอาหารที่เตรียมเข้ามาหมดแล้ว ส่วนไฟฉายนั้น โค้ชได้ให้ใช้ทีละกระบอกเมื่อถ่ายหมดจึงเปลี่ยนกระบอกใหม่ รายงานยังบอกด้วยว่าโค้ชไม่ได้ทานอาหารหรือดื่มน้ำที่พวกเขาเตรียมเข้ามาเลยเพื่อให้เด็กๆ ได้ทานประทังชีวิต ขณะที่ยังมีเด็กชายอีกหนึ่งคนที่เป็นเหมือนผู้นำร่วมกับโค้ชในการนำทางเพื่อนๆไปยังพื้นที่สูงเพื่อหนีน้ำ

รอยเตอร์รายงานด้วยว่าหลังจากฟังการแถลงพวกญาติๆ ของเด็ก ซึ่งพักอยู่ในที่พักชั่วคราวใกล้กับถ้ำ ต่างพากันส่งเสียงเฮ ฉีกยิ้มและรับโทรศัพท์แสดงความยินดีกันพัลวัน หลังได้รับข่าวดี ในขณะทีมกู้ภัยจับมือแสดงความยินดีกันและกัน ท่ามกลางเสียงไชโย

ก่อนที่จะมีรายงานเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า ทางการไทยได้ส่งหน่วยซิลและทีมแพทย์เข้าไปใช้เวลา 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินสุขภาพและความแข็งแรงของผู้สูญหายทุกคน และได้รับยืนยันว่า ทุกคนในถ้ำ ประกอบด้วยเด็ก 11 ราย ร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีเพียงเด็กชาย 1 คน และตัวโค้ชเท่านั้น ที่ผลตรวจร่างกายเบื้องต้นอยู่ระดับปานกลาง โดยทุกคนได้รับเจลพลังงานบำรุงร่างกาย ในระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ทำงานหาทางพาตัวพวกเขาออกมาอย่างปลอดภัย

ด้านทูตสหรัฐฯ แสดงความยินดีพบทีมฟุตบอล 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง นาย กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยกล่าวว่า “ประชาชนชาวอเมริกันร่วมแสดงความยินดีกับชาวไทยที่เจ้าหน้าที่พบตัวนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงแล้ว เราจะยังคงสนับสนุนทางการไทยอย่างต่อเนื่องในการพานักฟุตบอลทั้ง 12 คนและผู้ฝึกสอนออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัย และได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวและญาติมิตรอีกครั้ง” ล่าสุดมีคำยืนยันว่า ทีมทหารของสหรัฐฯ จะอยู่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำให้สำเร็จก่อนถึงจะเดินทางกลับกองทัพฯ

Check Also

ไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย  

           ไฟป่า Camp Fire ผลาญเมืองพาราไดซ์ (Paradise) ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีประชากรราว 27,000 คนไปเกือบหมดเมือง ส่วน Woolsey Fire ในรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ เริ่มไหม้ก่อน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *