Monday , November 18 2019
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ศาลสูงตัดสินยืนข้างทรัมป์ “แบนชาติมุสลิมเข้าสหรัฐฯ”

ศาลสูงตัดสินยืนข้างทรัมป์ “แบนชาติมุสลิมเข้าสหรัฐฯ”

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ พิพากษายืนตามคำสั่งปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ห้ามพลเมือง 7 ประเทศเข้าอเมริกา

ข้อมูลจากสำนักข่าวเอพี รอยเตอร์ และบีบีซี รายงานจากกรุงวอชิงตันว่า ศาลฎีกาสหรัฐได้พิพากษายืนตามคำสั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศห้ามประชาชนจากบางประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐ แต่คำสั่งปราบปรามอย่างเด็ดขาดกับผู้อพยพเข้าประเทศผิดกฎหมายต้องระงับไว้ก่อน เนื่องจากสถานกักกันครอบครัวผู้ลักลอบอพยพที่ถูกจับกุมได้ทางชายแดนเม็กซิโกไม่เพียงพอ

คำตัดสินนี้ ศาลฎีกาสหรัฐลงมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 4 ให้คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ห้าม 5 ชาติมุสลิม ได้แก่ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซีเรีย และ เยเมน ตลอดจน เกาหลีเหนือ และเวเนซุเอลาเดินทางเข้าสหรัฐ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

แม้ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นได้ตัดสินว่า คำสั่งดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญและเลือกปฏิบัติต่อการนับถือศาสนา คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ จะทำให้คำสั่งห้ามชาวมุสลิม 5 ชาติและอีก 2 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ และเวเนซุเอลา เดินทางเข้าสหรัฐ มีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคมนี้

คำประกาศของศาลฎีกาถือว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีทรัมป์แห่งพรรครีพับลิกันที่พยายามใช้นโยบายเข้มงวดกับการตรวจคนเข้าเมือง นายทรัมป์แถลงอ้างชัยชนะในคำสั่งศาล โดยกล่าวยกย่องคำตัดสินของศาลสูงว่า เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ต่อรัฐธรรมนูญและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ถือเป็นความสำเร็จและชัยชนะของประชาชนชาวอเมริกัน

ด้านชาวมุสลิม องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองของพรรคเดโมแครต ต่างก็ไม่พอใจและผิดหวังต่อคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐเช่นกัน ส่วนสภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม ได้แสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของศาลสูง ที่ปล่อยให้รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ ใช้การเลือกปฏิบัติในระบบตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐได้ตามอำเภอใจ

ทั้งนี้กลุ่มผู้ประท้วงออกเดินขบวนตามท้องถนนหลายสายทั้งในวอชิงตัน ลอสแองเจลิส และนิวยอร์ก คัดค้านรัฐบาลใช้อำนาจปราบปรามรุนแรงกับผู้อพยพทางชายแดนใต้ ซึ่งเด็กจำนวน 2,000 คนยังคงถูกกักกันไว้แยกจากครอบครัวผู้อพยพ อย่างไรก็ตามคำสั่งปราบปรามอย่างเด็ดขาดกับผู้อพยพเข้าประเทศผิดกฎหมายต้องระงับไว้ก่อน เนื่องจากสถานกักกันครอบครัวผู้ลักลอบอพยพที่ถูกจับกุมได้ทางชายแดนเม็กซิโกไม่เพียงพอ

ในอีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่า รัฐต่างๆ ในสหรัฐรวม 17 รัฐ ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ กรณีที่ลงนามในคำสั่งผู้บริหารแยกครอบครัวผู้อพยพออกจากกันเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยการดำเนินคดีทางกฎหมายครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่นโยบายที่ปฏิเสธการเข้าประเทศของผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนระหว่างเม็กซิโกและสหรัฐ ซึ่งเนื้อหาในคำฟ้องร้องระบุว่านโยบายดังกล่าวเป็นสิ่งที่โหดร้าย ไม่ชอบด้วยกฎหมายและหลอกลวง ถือเป็นความท้าทายทางกฎหมายครั้งแรกต่อกรณีการแยกครอบครัวผู้อพยพจากรัฐต่างๆ ซึ่งคำฟ้องร้องโต้แย้งว่าคำสั่งผู้บริหารของประธานาธิบดีได้ปฏิเสธครอบครัวผู้อพยพที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ และสิทธิของการขอลี้ภัย โดยรัฐต่างๆ กำลังหาทางให้ศาลออกคำสั่งเพื่อให้ครอบครัวเหล่านี้กลับมาอยู่ด้วยกัน และให้ยุติการแยกครอบครัวด้วยการระบุว่าเป็นสิ่งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ

 

Check Also

“ทรัมป์” โจมตีกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี       

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความก่อนพยาน 3 คนให้การเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าไม่มีการแสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาจาก ส.ส. อาดัม ชีฟ ประธานกระบวนการถอดถอน ผู้ได้รับมอบหมายจาก ส.ส. แนนซี พีโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร   ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *