Wednesday , August 15 2018
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / “สี จิ้นผิง”ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

“สี จิ้นผิง”ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

นิตยสารฟอร์บส์ ยก “สี จิ้นผิง” เป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกปี 2018 หลังรัฐสภายกเลิกกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจีนอย่างไม่มีกำหนด

ว๊อยซ์ทีวี รายงานว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้รับการจัดอันดับเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ประจำปี 2018 เป็นครั้งแรก โดยนิตยสารฟอร์บส์ได้จัดอันดับทั้งหมด 75 อันดับ ประกอบไปด้วยวงการการเมือง, ธุรกิจ และองค์กรระหว่างประเทศ

ส่วนอันดับ 2 คือ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่เคยครองตำแหน่งผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดถึง 4 ครั้งในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยอันดับ 3 คือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ, อันดับ 4 คือ นางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และอันดับ 5 คือ นายเจฟฟ์ เบโซส ซีอีโอบริษัทแอมะซอน

ฟอร์บส์อธิบายว่า นายสีเป็นผู้นำประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยที่เขาสามารถกุมอำนาจในพรรคการเมืองพรรคเดียวของประเทศได้อย่างมั่นคง และในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา รัฐสภาจีนเพิ่งลงมติยกเลิกกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำให้นายสีเป็นประธานาธิบดีจีนต่อไปได้จนกว่าจะเสียชีวิตหรือลาออกเอง

นับตั้งแต่ที่นายสีขึ้นสู่อำนาจในปี 2012 เขาได้ปฏิรูปเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับบริษัทเอกชนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นผู้สร้าง Chinese Dream อุดมการณ์ของชาติและปัจเจกบุคคลเพื่อการพัฒนาสังคมจีน และเมื่อปลายปี 2017 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีมติเห็นชอบการจารึกแนวคิดที่ระบุชื่อ สี จิ้นผิง ลงไปในรัฐธรรมนูญจีน ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้นำจีนยุคใหม่ที่มีความสำคัญเทียบเท่ากับอดีตผู้นำยุคสร้างชาติอย่างเหมา เจ๋อตุงและเติ้ง เสี่ยวผิง

ด้านนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือถูกจัดอยู่ในอันดับ 36 เนื่องจากเขามีอำนาจควบคุมชีวิตของประชาชนกว่า 25 ล้านคนเกือบจะเบ็ดเสร็จ และใช้อำนาจของเขาอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ เขายังมีชื่อเสียงอย่างมากเรื่องการประหารชีวิตคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ปี 2018 มีผู้ทรงอิทธิพล 17 คนที่เป็นหน้าใหม่ เช่น มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมานของซาอุดีอาระเบียที่พยายามจัดการโครงสร้างอำนาจภายในประเทศ ออกแคมเปญ “ปราบคอร์รัปชัน” ที่นำไปสู่การจับกุมชนชั้นนำจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีนายมุน แจอิน ปธน.เกาหลีใต้ อยู่ในอันดับที่ 54 และนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อัยการพิเศษของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่ตรวจสอบข้อกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2016 ในอันดับที่ 72

ปีนี้ ผู้นำประเทศในภูมิภาคอาเซียนขึ้นมาอยู่ในรายชื่อ 75 ผู้ทรงอิทธิพลของโลกหลายคน โดยนายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 61 ในฐานะที่เป็นผู้นำประเทศที่มีความสำคัญด้านการเงินระดับโลก แม้จะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ

ส่วนนายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ก็เป็นผู้นำที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จากนโยบายประชานิยมที่ส่งเสริมการสังหารผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงอาชญากรรมอื่นๆ จนทำให้มีคนเสียชีวิตไปหลายพันคนแล้วนับตั้งแต่ที่เขาขึ้นดำรงตำแหน่งในปี 2016 และเขายังขโมยพื้นที่สื่อนานาชาติได้บ่อยครั้งจากคำพูดหยาบคายของเขา

ด้านนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 74 ในฐานะที่เป็นผู้นำประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีแนวโน้มว่าเขาจะชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย หลังโพลล่าสุดระบุว่าคะแนนนิยมของเขาสูงถึงร้อยละ 60 อย่างไรก็ตาม นักสิทธิมนุษยชนวิจารณ์ว่ารัฐบาลอินโดนีเซียพยายามจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากขึ้น โดยเดือนม.ค. ที่ผ่านมา วัยรุ่นคนหนึ่งถูกตัดสินจำคุกถึง 18 เดือนในข้อหาหมิ่นประมาทนายโจโกบนเฟซบุ๊ก

ทั้งนี้ ไม่มีบุคคลจากแวดวงใดของไทยติดโผผู้ทรงอิทธิพลของฟอร์บส์ในปีนี้

 

Check Also

สะพานมอเตอร์เวย์ถล่มในอิตาลี สังเวยแล้ว 22 ศพ

เกิดโศกนาฏกรรมครั้งมโหฬาร “สะพานมอเตอร์เวย์ในเมืองเจนัวของอิตาลีพังถล่ม” มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 คน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2018 โดยอ้างอิงข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นของอิตาลีว่า สะพาน “โมรันดิ” ของถนนมอเตอร์เวย์สายเอ 10 พังถล่มลงมาเป็นระยะทาง ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *