Friday , April 20 2018
Breaking News
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอังกฤษปฏิเสธแฮกเฟซบุ๊กช่วยทรัมป์ชนะเลือกตั้ง

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอังกฤษปฏิเสธแฮกเฟซบุ๊กช่วยทรัมป์ชนะเลือกตั้ง

“เคมบริดจ์ อะนาไลติกา” บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลของสหราชอาณาจักร ปฏิเสธเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลจากบัญชีเฟซบุ๊กในสหรัฐมากถึง 50 ล้านบัญชี เพื่อช่วยเหลือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ชนะการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

วันที่ 20 มี.ค. 2018 มีรายงานว่า บริษัทเคมบริดจ์ อะนาไลติกา ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (19 มี.ค. 2018) ว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อครหาที่ว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กในสหรัฐสูงสุดถึง 50 ล้านบัญชี โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของบัญชี แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นไปจัดทำแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งผู้นำสหรัฐเมื่อปี 2016 ที่เป็น “การเอื้อประโยชน์” ให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยแถลงการณ์ของเคมบริดจ์ อะนาไลติการะบุด้วยว่า “แหล่งข่าว” ของบริษัทที่สื่อหลายแห่งนำไปอ้างอิงนั้น เป็นเพียง “อดีตพนักงานสัญญาจ้าง” ที่ไม่อาจถือได้ว่าเป็นตัวแทนขององค์กร

ด้าน นางเอลิซาเบธ เดนแฮม กรรมาธิการด้านสารสนเทศของสหราชอาณาจักร ซึ่งมีอำนาจเต็มในการตรวจสอบการใช้งานและการหมุนเวียนของข้อมูลสารสนเทศในประเทศ กล่าวว่า เธออยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นต่อศาล ให้ออกหมายค้นเพื่อเข้าถึงระบบโครงข่ายทั้งหมดของเคมบริดจ์ อะนาไลติกา

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ของอังกฤษ เสนอรายงานพิเศษ เมื่อวันจันทร์ เป็นคลิปการแอบถ่ายนายอเล็กซานเดอร์ นิกซ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเคมบริดจ์ อะนาไลติกา กล่าวว่า บริษัทของเขาทำแคมเปญหาเสียงอย่างลับให้กับการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้งในหลายประเทศ รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเคนยา เมื่อปี 2013 และ 2018 ด้วยวิธีการที่รวมถึงการใช้บริการของนายหน้าท้องถิ่นที่มีตัวตนจริง หรือแม้แต่การจัดตั้ง “บริษัทเงา” และนิกซ์ยังอ้างด้วยว่าเขามีเครือข่ายนักการเมืองมากมายในหลายประเทศด้วย

ทั้งนี้ กรณีอื้อฉาวของเคมบริดจ์ อะนาไลติกา ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2013 ถูกเปิดโปงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยรายงานพิเศษของเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ร่วมกับดิ อ็อบเซอร์เวอร์ ซึ่งสัมภาษณ์คริสโตเฟอร์ ไวลี อดีตพนักงานของเคมบริดจ์ อะนาไลติกา ว่า เคมบริดจ์ อะนาไลติกา สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กในสหรัฐทั้ง 50 ล้านบัญชี ผ่านแบบทดสอบบุคลิกภาพออนไลน์ที่มีเงื่อนไขต้องยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการวิจัย โดยแอปพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า “ดิส อิส ยัวร์ ไลฟ์” แม้มีผู้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเพียง 270,000 คน แต่การที่เฟซบุ๊กมีการใช้เอพีไอเข้าช่วย เท่ากับว่าสามารถดึงข้อมูลบางส่วนจากกลุ่มคนที่เป็นเพื่อนของผู้ที่ดาวน์โหลด จึงส่งผลให้มีการรั่วไหลของข้อมูลที่มากถึง 50 ล้านบัญชี

ด้านเฟซบุ๊กออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ยกเลิกความร่วมมือกับเคมบริดจ์ อะนาไลติกา และนักวิจัยของมหาวิทยาเคมบริดจ์ ที่เป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นดิส อิส ยัวร์ ไลฟ์แล้ว หลังตรวจพบเมื่อปี 2015 ว่ามีการนำข้อมูล “ไปใช้ในทางที่ผิด” แม้ยืนยันว่าไม่ใช่การจารกรรมข้อมูล แต่ราคาหุ้นของเฟซบุ๊กในตลาดนิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ ร่วงลง 6.8% ส่งผลให้บริษัทสูญเสียมูลค่าในตลาดมากถึง 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในวันเดียว ท่ามกลางการเรียกร้องให้สภาคองเกรสซักฟอกนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ในเรื่องนี้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นบ่งชี้ว่าเฟซบุ๊ก “ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”. (ข้อมูล: เดลินิวส์/ ภาพ: กรุงเทพธุรกิจ)

Check Also

สตาร์บัคส์ ‘ปิดร้านครึ่งวัน’ อบรมพนักงานเหยียดผิว

“สตาร์บัคส์” เตรียมปิดร้าน 8,000 แห่งทั่วประเทศ อบรมพนักงานหลังเหตุการณ์ผู้จัดการร้านในเมืองฟิลาเดลเฟีย เรียกตำรวจจับ 2 ชายผิวดำที่มานั่งรอเพื่อนอยู่ในร้าน ก่อนหน้าในแอล.เอ.พนักงานไม่ยอมให้โค๊ตแก่ชายผิวดำเข้าใช้ห้องน้ำ บอกว่า ไม่ได้เข้ามาเป็นลูกค้า แต่กลับให้แก่คนผิวขาว มาขอโค๊ต ใช้ห้องน้ำโดยไม่ต้องเป็นลูกค้า “ชวนคนไทยประท้วง ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *