Friday , December 15 2017
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ฟ้องแฟรนไชส์ร้านนวดชื่อดังของสหรัฐฯ ข้อหาละเมิดทางเพศลูกค้าร่วม 180 ดคี
MESSAGE

ฟ้องแฟรนไชส์ร้านนวดชื่อดังของสหรัฐฯ ข้อหาละเมิดทางเพศลูกค้าร่วม 180 ดคี

ช็อควงการนวดและสปาครั้งมโหฬาร! Massage Envy ร้านนวดแฟรนไชส์ชื่อดังของ สหรัฐฯ มีสาขามากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ถูกดำเนินคดีในข้อหา “การล่วงละเมิดทางเพศ” กับลูกค้า มีการยื่นฟ้องกว่า 180 ดคี ขณะที่ศาลจะเปิดการพิจารณาไต่สวนต้นเดือนมกราคม ปีหน้า ท่ามกลางสถานการณ์ออกกฏหมายใหม่ของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้ เพื่อกวาดล้าง “การค้าประเวณี” ในร้านนวด

สหรัฐฯเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นด้วยการ “เปิดโปง” คนดังในหลายวงการที่เคยล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงในอดีต มีรายงานฉบับใหม่ได้เปิดเผยว่า พบการล่วงละเมิดทางเพศในอีกหลาย 100 ดคีกับธุรกิจร้านนวดและสปาแฟรนไชส์ชื่อดังของสหรัฐฯ BuzzFeed รายงานว่า ร้าน Massage Envy เผชิญกับข้อกล่าวหาว่ามีการล่วงละเมิดทางเพศลูกค้าในร้านตามสาขาต่างๆ ถึง 180 คดี

กว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ กับสมาชิกรายเดือน 1.65 ล้านคน และ 67 % เป็นลูกค้ารายวัน Massage Envy นับว่าเป็นธุรกิจรายใหญ่ ทั้งในอุตสาหกรรมแฟรนไชส์และนวดบำบัดตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ แม้จะมีตัวชี้วัดที่น่าอัศจรรย์ดังกล่าว แต่จำนวนข้อกล่าวหาว่ามีการล่วงละเมิดทางเพศมากกว่าร้อยดคีทำให้ต้องสอดส่องบริษัทนี้มากยิ่งขึ้น นอกเหนือไปกว่านั้น Buzz Feed ยังรายงานด้วยว่า เรื่องราวต่างๆ ที่ออกจากปากผู้หญิงหลายคนทำให้เชื่อว่าบริษัทแม่ต้องผจญกับการต่อสู้กับข้อกล่าวหาเหล่านี้

แม้หลายดคีจะเกิดต่างสถานที่ต่างเวลา แต่เรื่องราวของผู้หญิงเหล่านั้นมีความคล้ายคลึงกันอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาเป็นลูกค้าประจำ ซึ่ง Massage Envy เป็นธุรกิจระบบสมาชิกรายเดือนสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสปาเพื่อผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน และจะต้องทำการนัดหมายเพื่อรับบริการล่วงหน้า พวกผู้หญิงเหล่านั้นบอกว่า พวกเขาถูกทำอนาจารและเมื่อพยายามที่จะแจ้งความว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศกับตำรวจ กลับต้องพบกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ไม่เต็มใจจะให้ความร่วมมือและบริษัทแม่ก็ไม่เต็มใจที่จะยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง

แทนที่จะรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในสปาของพวกเขากับหน่วยงานบังคับใช้กฏหมาย กลับปรากฏว่าบริษัทได้หันเหความสนใจของข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ของลูกค้าเหล่านั้น และพยายามกีดกันพวกเขาจากการโทรแจ้งความกับตำรวจ

อดีตผู้จัดการสาขารายหนึ่งอธิบายให้กับ BuzzFeed ว่า บริษัทจะอ้างนโยบายว่าจะมีการตรวจสอบภายใน แต่แท้จริงเป็นการปกป้องบริษัท เพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าและลูกค้าจะได้ไม่โทรแจ้งตำรวจ เพราะเขาไม่ต้องการให้รถตำรวจมาจอดที่หน้าร้านในวันถัดไป

รายนามการร้องเรียนและวิธีที่บริษัทใช้ดำเนินการทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการบริหารธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระบบที่ใช้กับธุรกิจอาหารจานด่วนและธุรกิจซักแห้งนั้น เหมาะกับธุรกิจประเภทที่ต้องใช้พนักงานจับเนื้อต้องตัวบนร่างกายของลูกค้าหรือไม่ นาย Adam Horowitz ทนายความที่ยื่นฟ้องคดีกับ Massage Envy ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจนวดเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยง

“เช่นเดียวกับมีโอกาสที่จะทำด้วย” ทนายความ Horowitz กล่าว “มีโอกาสในห้องนวด ตอนคุณกำลังถูกนวด การระวังตัวย่อมไม่มีแน่นอน เพราะคุณไม่คาดคิดว่าจะถูกล่วงละเมิด” แต่ตัวแทนของ Massage Envy ได้ตอบโต้และชี้ว่า นักนวดบำบัดทุกคนนั้นผ่านมาตรวจสอบประวัติแบล็กกราวน์

สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่ามันมีจำนวนมาก ซึ่งคดีเหล่านี้ไม่ใช่ข้อกล่าวหาทั้งหมดเพียงอย่างเดียว แม้จะขาดความร่วมมือจากบริษัท Massage Envy แต่เหยื่อบางรายได้ยื่นฟ้องและผู้กระทำผิดได้ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ

ในคดีของ Susan Ingram สตรีจากรัฐ Pennsylvania ถูกล่วงละเมิดทางเพศในปี 2015 โดยนาย James Deiter นักนวดบำบัดถูกตัดสินจำคุก 13 ปีเนื่องจากล่วงละเมิดทางเพศ Susan และผู้หญิงรวม 8 คน ตอนที่เขาถูกจับนั้น เขาบอกกับสื่อว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ

ในขณะที่ตัวแทนบริษัท Massage Envy กลับไม่เคยปรากฏตัวในชั้นศาลเพื่อต่อสู้กับคดีล่วงละเมิดทางเพศที่ฟ้องร้องโดย Susan Ingram และผู้หญิงอีก 7 คนเลย ทั้งๆ ที่อาจจะช่วยเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของศาลได้ ในความพยายามที่จะทำให้บริษัทมีความรับผิดชอบต่อนโยบายและขั้นตอนการดำเนินงาน พวกเขาจึงได้ฟ้องร้อง Massage Envy ต่อศาล ซึ่งการพิจารณาคดีจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนมกราคมปีหน้า “Massage Envy แฟรนไชส์เป็นคู่ค้าในการก่ออาชญากรรม” Susan Ingram กล่าว “พวกเขามีโอกาสทุกครั้ง และมีหลายครั้งที่พวกเขาได้กำจัดปัญหาของพวกเขา ทั้งๆ ที่ไม่ควร”

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการบริหารเคาน์ตี้ ลอส แอนเจลิส เพิ่งผ่านมติเห็นชอบให้มีการจัดทำกฏหมายการตรวจสอบร้านนวดประจำปี หรือที่เรียกว่า Massage Parlor เมื่อวันอังคารที่ 21 พ.ย. 2017 โดยจะมีผลกับร้านนวดและสปาที่ตั้งและเปิดให้บริการอยู่ในพื้นที่ของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้ จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทำการลงพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อเข้าตรวจร้านนวดประจำทุกปี โดยกฏหมายนี้สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหาบริการแอบแฝง การค้าประเวณี การค้ามนุษย์ และปัญหาการเอาเปรียบค่าแรงกับพนักงาน โดยจะใช้เวลาอีกอย่างน้อย 6 เดือนก่อนที่จะนำร่างกฏหมายเข้าที่ประชุมอีกครั้ง เพื่อลงมติให้กฏหมายมีผลบังคับใช้ แต่จะบังคับใช้เฉพาะในพื้นที่ของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี้เท่านั้น

ทั้งนี้หาก Massage Envy ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง กฏหมายนี้อาจจะถูกนำขึ้นพิจารณาเป็นกฏหมายระดับรัฐหรืออาจจะเป็นกฏหมายประเทศต่อไป

How a nationwide massage franchise is dealing with hundreds of sexual assault allegations

In the midst of a national wake-up call regarding the prevalence of sexual assault, a new report highlights hundreds of allegations of such violations against a chain of massage spas. As reported by BuzzFeed, the franchise Massage Envy has faced some 180 different allegations of sexual assault from its customers.

With nearly 1,200 locations across the country, a reported 1.65 million monthly members, and a 67% grasp on the day spa market, Massage Envy is a behemoth in both the franchise industry and in strip-mall massage therapy. Even with those astounding metrics, the hundreds of allegations of sexual assault should raise more than an eyebrow. Additionally, the reporting done by BuzzFeed, and the stories from the women who have come forward, depict a company struggling to protect itself in the face of these crimes.

Despite the difference in timing and location, the women’s stories bear striking similarities. They were loyal customers — Massage Envy is based on a monthly membership model — who considered a trip to the spa a welcome respite from their busy lives. In the midst of routine appointments, the women said, they were assaulted and, when trying to report the crimes to police, found that local management was reluctant to cooperate and the parent company was reluctant to intervene.

Rather than referring reports within their spas to law enforcement, it appears the company has repeatedly attempted to deflect customers’ complaints and to dissuade them from calling the police. As one former manager explained to BuzzFeed, “[The internal review policy is] in place to protect the company. It’s centered around defusing the situation so the client doesn’t call the police. You don’t want cop cars showing up at your location the next day.”

The disturbing list of assaults and the way the company has dealt with them makes one wonder if the franchise business operation — a model mostly associated with fast-food joints and dry cleaners — is well suited for a business that relies on employees laying their hands on customers’ bodies. A lawyer who has filed a number of lawsuits against Massage Envy, Adam Horowitz, points out to BuzzFeed that the massage business has built-in risks.

“Just like there was opportunity in the priesthood,” says Horowitz, “there’s opportunity in the massage room. When you get a massage, your guard is down completely. You’re not expecting to be violated.” In response, however, representatives of Massage Envy point out that all therapists undergo background checks.

It’s important to recognize that many, if not most, of these cases aren’t mere allegations. Despite the lack of cooperation from Massage Envy corporate, victims have filed charges and perpetrators of assaults have been found guilty and convicted.

In the case of Susan Ingram, a Pennsylvania woman who was assaulted in 2015, a massage therapist, James Deiter, was sentenced to up to 13 years for assaulting her and eight other women. When arrested, he reportedly admitted that he “needed help.”

While the corporate entity has never had to appear in court to face proceedings in sexual assault cases, an upcoming lawsuit brought by Susan Ingram and seven other women may change that. In an attempt to hold the company more accountable for its policies and procedures, they are taking Massage Envy to court. A trial is set for this January. “Massage Envy is a partner in crime,” says Ingram. “They had every opportunity, on multiple occasions, to remove [Deiter] from his position, and they chose not to.”

 

Check Also

694940094001_5677976012001_5677961170001-vs

ทรัมป์เล็งยกเลิกให้ “วีซ่าครอบครัว” หลังเกิดระเบิดนิวยอร์ก

ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ล้มเหลวในการแก้ปัญหาก่อการร้าย แต่ความซวยตกเป็นของผู้อพยพ! จากเหตุระเบิดที่นิวยอร์ค ที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังศาลสูงสุดฯ อนุญาตให้คำสั่งพิเศษในการห้ามพลเมืองจาก 8 ประเทศเข้าสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ ล่าสุดทรัมป์เล็งยกเลิก “วีซ่าครอบครัว” โดยอ้างว่า ชายชาวบังกลาเทศผู้ก่อเหตุเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าอพยพตามเครือญาติ! พี่น้องคนไทยที่ถืออเมริกันซิติเซ่นส์และวางแผนที่จะสมัครวีซ่าให้กับสมาชิกครอบครัว ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>