Friday , December 15 2017
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ตร.ไทย แท็กทีม FBI จับกุม 13 คนร้ายล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
1

ตร.ไทย แท็กทีม FBI จับกุม 13 คนร้ายล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

          Thai police with FBI help arrest 13 for child exploitation ตำรวจไทยร่วมกับเอฟบีไอ แถลงผลการจับกุมคนร้าย 13 ราย เป็นชาวไทย 9 ราย และชาวอเมริกัน 4 ราย ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก, ค้ามนุษย์ และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก “ชื่นชม” ความสามารถตำรวจไทย และ “ยกย่อง” ประเทศไทยในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง พร้อมประกาศว่าสหรัฐฯ จะระบุประวัติอาชญากรรมลงในพาสปอร์ตของชาวอเมริกันทุกคนที่เคยก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กสำหรับเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ (Cont. in English below)

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2017 คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต หรือ คณะทำงาน TICAC พร้อมตัวแทนเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ สหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แถลงผลการปฏิบัติงานสืบสวนร่วมกันระหว่าง 2 หน่วยงาน ในการเข้าตรวจค้นจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวน 13 ราย มีชาวไทย 9 รายและชาวอเมริกัน 4 ราย ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก, ค้ามนุษย์และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก

นายจอห์น แชคคอฟกี้ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอประจำประเทศไทย ได้กล่าวชื่นชมความสามารถของตำรวจไทยในการสืบสวนปัญหานี้และผลเป็นที่น่าพอใจ โดยระบุว่า 2-3 ปี เจ้าหน้าที่ไทยสามารถสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวนมาก ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะส่งไปยังรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในการพิจารณาข้อมูลสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือทริป รีพอร์ทของไทย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้อันดับของไทยสูงขึ้นอย่างแน่นอน

ด้านพลตำรวจเอกธรรมศักดิ์ วิชารยะ ที่ปรึกษาสบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต หรือ คณะทำงาน TICAC กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือจนมีผลงานจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศเด็กและคดีค้ามนุษย์ได้จำนวนมาก พร้อมกับชี้แจงว่า การทำงานร่วมกับเอฟบีไอพร้อมกันทั่วโลก มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ถึง 14 ตุลาคม 2017 ทำให้สามารถจับกุมและดำเนินคดีได้ 13 คดี แบ่งเป็นคดีครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก 6 คดี คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก 2 คดี คดีค้ามนุษย์ 4 คดี มีหมายจับจากสหรัฐอเมริกาและส่งกลับราชอาณาจักร 1 คดี โดยจาก 13 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาคนไทย 9 คน ชาวอเมริกัน 4 คน รวมถึงยังสามารถช่วยเหลือและเยียวยาเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

สำหรับความร่วมมือในการสืบสวนของทั้ง 2 หน่วยงานนั้น เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเอฟบีไอที่เรียกว่า “Operation Cross-Country XI (OCC),” ซึ่งทำงานเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันในประเทศไทยกับคณะทำงาน TICAC ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2015 ตามนโยบายการต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาลไทยและได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา

ขณะที่โครงการ “Operation Cross-Country XI (OCC) ได้ดำเนินงานในอีกหลายประเทศมานานกว่า 11 ปี ทั้งในแคนาดา, สหราชอาณาจักร, กัมพูชา และฟิลิปปินส์

ทั้งนี้เมื่อปี 2016 เอฟบีไอได้เผยแพร่ข้อมูลเป็นจำนวน 4 ชุดในเว็บไซต์ เพื่อยกย่องประเทศไทยที่ได้ทำการปรับปรุง, การสร้างระบบและความพยายามอย่างจริงจังในการเผชิญหน้าและกำจัดการค้าบริการทางเพศเด็ก โดยประเทศไทยได้ออกฏหมายใหม่, เสริมสร้างความเข้มแข็งกับกฏหมายเดิมที่มีอยู่, ให้ความสำคัญในการฝึกอบรมและสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการให้ความรู้แก่สาธารณชนและได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนในการคุ้มครองเด็ก

ขณะที่สถิติการจับกุมของคณะทำงาน TICAC ตั้งแต่ปี 2015 – 2017 สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ 58 คดี แบ่งเป็นคดีครอบครองสื่อลามกเด็ก 37 คดี คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก 12 คดี คดีค้ามนุษย์ 6 คดี และส่งตัวกลับประเทศ 3 คดี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 57 คน พบว่าผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นคนไทย รองลงมาคือชาวอเมริกัน และอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีคดีที่ได้รับแจ้งเบาะแสอีก 125 คดี ซึ่งบางส่วนอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลและบางส่วนยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ

ด้านพ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบูรณ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการคณะทำงาน TICAC กล่าวว่า TICAC ได้รับความไว้วางใจจากเอฟบีไอและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และกลุ่มประชาสังคม “เราไม่ได้ทำงานเพียงเพื่อให้ได้ความเชื่อมั่นเท่านั้น แต่เราขอคำปรึกษาจาก NGOs และผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้แน่ใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อเหยื่อ ซึ่งเป็นเด็ก นั่นเป็นเหตุผลที่เราไม่ได้ให้ข่าวกับสื่อในระหว่างดำเนินการ”

อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานขอฝากถึงภาคเอกชนและขอความร่วมมือเฝ้าระวังการกระทำความผิดของกลุ่มแรงงานในอินเทอร์เน็ต ตลอดจนผู้ปกครองให้เฝ้าระวังเด็กว่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หรือหากพบผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงล่วงละเมิดเด็กให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

เมื่อเร็วๆ นี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประกาศว่าสหรัฐฯจะใช้มาตรการกับผู้กระทำความผิดล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กที่ขึ้นทะเบียนของสหรัฐฯ โดยจะต้องใช้หนังสือเดินทางที่ระบุประวัติก่ออาชญากรรมของตนเองเมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ

Thai police with FBI help arrest 13 for child exploitation

Thailand’s determination to protect children and stamp out abuse scored another victory last week when a month-long collaborative investigation by the Royal Thai Police and the United States Federal Bureau of Investigation (FBI) resulted in the arrests of 13 people – nine Thai nationals and four American citizens – on charges of child exploitation, trafficking and pornography.

The collaborative investigation was part of a FBI program called “Operation Cross-Country XI (OCC),” and was conducted for a second successive year in Thailand from September 7 to October 14. The 11-year-old program has been implemented in several countries including Canada, the United Kingdom, Cambodia and the Philippines.

In the autumn of 2016, the FBI published a four-part series on its website praising Thailand’s improved, systematic and serious efforts to confront and defeat the child sex trade. Once considered weak on fighting child exploitation, the Kingdom has passed new laws, strengthened existing laws, invested in training and equipment for police officers, educated the public and taken a range of actions to bolster its protection of children.

One key to the more effective Thai efforts has been the work of the Thailand Internet Crimes Against Children (TICAC) department of the Royal Thai Police. Established in January 2016, its brief includes fighting child sexual abuse, human trafficking and possession of child pornography through cyber channels.

“Every year the Thai police’s capacity for investigation into these issues gets better,” said John M. Schachnovsky, the FBI legal attaché in Thailand. “While it is an unfortunate number to see, we are pleased with the number of arrests.”

Police General Tamasak Wicharaya, who heads TICAC, said the agency worked on 24 cases last year and 32 cases as of Oct 31 this year. The investigations have originated from tip-offs on 183 incidents, including 124 that came from overseas. At least 57 suspects have been identified, said Tamasak, who is also an acting deputy commissioner-general of the Royal Thai

TICAC has earned the trust of the FBI and other international law enforcement and civil society groups. “We do not work just to get a conviction. We consult NGOs and experts to make sure we do no harm to victims, who are children. That’s why we do not contact the media during the operations. We care how a child will fare if his father, for example, is arrested,” said Thakoon Nimsomboon, head of TICAC operations.

The U.S. State Department aided the work of Thai law enforcement, and all law enforcement, when it recently announced that America’s registered child sex offenders will have to use passports identifying them for their crimes when traveling overseas.

Check Also

694940094001_5677976012001_5677961170001-vs

ทรัมป์เล็งยกเลิกให้ “วีซ่าครอบครัว” หลังเกิดระเบิดนิวยอร์ก

ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ล้มเหลวในการแก้ปัญหาก่อการร้าย แต่ความซวยตกเป็นของผู้อพยพ! จากเหตุระเบิดที่นิวยอร์ค ที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังศาลสูงสุดฯ อนุญาตให้คำสั่งพิเศษในการห้ามพลเมืองจาก 8 ประเทศเข้าสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ ล่าสุดทรัมป์เล็งยกเลิก “วีซ่าครอบครัว” โดยอ้างว่า ชายชาวบังกลาเทศผู้ก่อเหตุเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าอพยพตามเครือญาติ! พี่น้องคนไทยที่ถืออเมริกันซิติเซ่นส์และวางแผนที่จะสมัครวีซ่าให้กับสมาชิกครอบครัว ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>