Monday , July 16 2018
Breaking News
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ทรัมป์ “ยิ้มระรื่น” คุยโวเยือนเอเชียขายของได้อื้อ!

ทรัมป์ “ยิ้มระรื่น” คุยโวเยือนเอเชียขายของได้อื้อ!

         ปธน. ทรัมป์ “คุยโว” ภารกิจ “ปักหมุดธุรกิจ” ในเอเชีย อ้างทำข้อตกลงมูลค่า 3 แสนล้านเหรียญ และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตัวในเร็วๆ นี้ ส่วนปัญหาโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของโสมแดง ชี้ยังคงเป็นภัยคุมคามโลก พร้อมเสนอตัวเป็นคนกลางเจรจาปัญหาทะเลจีนใต้ ขณะที่เหตุก่อการร้ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องจับตาทุกฝีก้าว ส่วนกรณีซีเรีย ตกลงรัสเซียได้ ให้ใช้ “การเมือง” แก้! ด้านบรรยากาศในฟิลิปปินส์ มีกลุ่มผู้ประท้วงออกมาต่อต้านผู้นำสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวในระหว่างภารกิจเยือนเอเชียและการประชุมสุดยอด ผู้นำสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ครั้งที่ 31 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า สหรัฐฯประสบความสำเร็จอย่างมากในการเจรจาด้านการค้ากับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย มีการทำข้อตกลงรวมมูลค่าอย่างน้อย 3 แสนล้านเหรียญ และมูลค่าดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าตัวในอนาคตข้างหน้า

ทั้งนี้นายทรัปม์ ได้ยกตัวอย่างโดยอ้างว่าประเทศเวียดนาม ได้สั่งซื้อเครื่องบินจากบริษัทโบอิ้งของสหรัฐฯเป็นมูลค่า 12,000 ล้านเหรียญ แต่ยังไม่แน่ชัดว่า ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึงข้อตกลงใหม่หรือการทำสัญญาเก่ามูลค่า 11,500 ล้านเหรียญ ที่สายการบินของเวียดนามได้ลงนามกับบริษัทโบอิ้งของสหรัฐฯตั้งแต่สมัยที่อดีตปธน.โอบามาเดินทางเยือนเวียดนามเมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้นายทรัมป์ยังได้กล่าวโทษรัฐบาลชุดก่อนของสหรัฐฯ ด้วยว่า ได้ปล่อยให้สหรัฐฯ ถูกเอาเปรียบจากประเทศคู่ค้า พร้อมกับเรียกร้องให้เกิดการค้าแบบที่เป็นธรรมสำหรับสหรัฐฯ

ทั้งนี้ในส่วนของโครงการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือนั้น นายทรัมป์กล่าวว่า โสมแดงยังคงเป็นภัยคุมคามทางทหารของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับโครงการจรวดขีปนาวุธและโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือที่เป็นภัยคุกคามต่อคนทั้งโลก ดังนั้นทุกประเทศควรร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์อย่างแท้จริง

สำหรับปัญหาทะเลจีนใต้ ตนมีความกังวลเกี่ยวกับความพยายามของจีนเพื่อสร้างและใช้ประโยชน์ทางทหารจากพื้นที่ต่างๆ ในทะเลจีนใต้ สหรัฐฯอยากเห็นการแก้ปัญหากรณีพิพาททั้งหมดในทะเลจีนใต้อย่างสันติ

ซึ่งในประเด็นนี้นั้น ทางประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ ได้กล่าวตอบโต้ว่าเป็นเรื่องที่ “ไม่ควรแตะต้อง” โดยยืนยันว่าทุกประเทศที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวควรแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความขัดแย้งด้านอาวุธ หลังทรัมป์กล่าวและเสนอตัวทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญและหยิบยกขึ้นมาพูดในงานประชุมครั้งนี้ด้วย เช่นกรณีความกังวลเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนายทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯได้จับตามองภัยคุกคามจากกลุ่มรัฐอิสลามและกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ที่กำลังขยายตัว แม้กลุ่มรัฐอิสลามต้องพ่ายแพ้และสูญเสียพื้นที่ในสนามรบ แต่ต้องระวังภัยที่อาจจะมาจากนักรบต่างแดน หรือพลพรรคของกลุ่มก่อการร้ายที่เดินทางกลับประเทศ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ตกลงและแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันเสาร์ เกี่ยวกับปัญหาสงครามกลางเมืองซีเรีย โดยระบุว่า จำเป็นต้องแก้ไขด้วยวิธีทางการเมือง ไม่ใช่ทางทหาร

สำนักข่าวเอเอฟรายงานการแถลงการณ์ร่วมและเผยแพร่ในเว็บไซต์ของทำเนียบเครมลินเมื่อวันเสาร์ ว่า “ประธานาธิบดีปูตินและประธานาธิบดีทรัมป์ตกลงกันว่า ปัญหาความขัดแย้งในซีเรียจะไม่มีการใช้กำลังทหารแก้ไข” โดยจะใช้วิธีทางการเมือง พร้อมกับเรียกร้องต่อคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายในซีเรีย ให้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพที่องค์การสหประชาชาติสนับสนุน ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

ปูตินและทรัมป์ยังยืนยันความมุ่งมั่นของทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะเอาชนะกลุ่มไอเอส และ “แสดงความพึงพอใจ” กับความพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง ระหว่างกองกำลังของทั้ง 2 ฝ่ายในซีเรีย

ถึงแม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะกล่าวอ้างความสำเร็จหลายด้านจากการเยือนเอเชียครั้งนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายก็มีความเห็นต่าง อย่างเช่น นาย Curtis Chin อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย บอกว่าเห็นได้ชัดว่านโยบายปักหมุดเอเชียของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อน ต้องเปิดทางให้กับนโยบายปักหมุดธุรกิจในเอเชียของประธานาธิบดีทรัมป์แทน

ส่วนนาง Susan Rice อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ก็ชี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ปล่อยให้สหรัฐฯ อยู่ในฐานะที่ถูกโดดเดี่ยวและถดถอยมากขึ้น และมอบฐานะการเป็นผู้นำในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกให้กับจีนแทน

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่าในขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ปฏิบัติภารกิจในกรุงมะนิลา ตำรวจปราบจลาจลของฟิลิปปินส์และกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านสหรัฐ ปะทะกันบริเวณหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติชานกรุงมะนิลา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมอาเซียนครั้งนี้ โดยมีรายงานตำรวจอย่างน้อย 6 นายได้รับบาดเจ็บ และกลุ่มผู้ชุมนุมอีกจำนวนหนึ่ง

 

Check Also

ภารกิจช่วย13ชีวิตหมูป่าที่โลกไม่ลืม!!!

            สื่อทั่วโลกพร้อมใจพาดหัวข่าว “13 ชีวิตออกถ้ำครบ” ปธน.ทรัมป์โพสต์ยินดีด้วย เชิดชู ‘จ่าแซม’ อดีตหน่วยซิลไทยเป็น “วีรบุรุษถ้ำหลวง” ด้านหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ ยกให้เป็น “ภารกิจประวัติศาสตร์” ส่วนทีมสร้างหนังฮอลลีวูด! ลงพื้นที่สำรวจ เชื่อเก็บข้อมูล ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *