Friday , November 24 2017
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ประชาชนเรียกร้อง“ทรัมป์”เปิดภาษีส่วนตัว
_95656437_776fbc96-b9fe-4aa1-a3b0-f7b27f6b5b5f

ประชาชนเรียกร้อง“ทรัมป์”เปิดภาษีส่วนตัว

ชาวสหรัฐฯ หลายพันคนใน 150 เมืองใหญ่นัดกันในช่วงสุดสัปดาห์อีสเตอร์เพื่อประท้วงและเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยรายงานการเสียภาษีให้ชัดเจน ด้านประชาชนในรัฐแคลิฟอร์เนียแบ่งเป็นสองกลุ่ม ทั้งเชียร์และคัดค้าน จนเกิดเหตุปะทะที่มหาลัยฯเบิร์กเลย์ พบมีรายงานผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 14 ราย

สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา เกิดการประท้วงทั่วประเทศสหรัฐฯ ไม่ต่ำกว่า 150 เมือง ประชาชนหลายพันคนได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยรายงานการเสียภาษีส่วนบุคคลของตัวเอง หลังผู้นำสหรัฐฯได้ทำลายธรรมเนียมปฏิบัติของอดีตปธน.ทั้งหมด นับตั้งแต่ยุค 70 ที่ผู้นำประเทศจะต้องสมัครใจในการแสดงความบริสุทธิ์เปิดเผยรายงานการเสียภาษีส่วนบุคคลให้ชาวอเมริกันรับทราบ แต่นายทรัมป์กลายเป็นผู้นำเพียงรายเดียวที่ปฏิเสธการเปิดเผยนับตั้งแต่ในช่วงแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปีที่ผ่านมา

ในการประท้วงดังกล่าวพบมีการปะทะขึ้นระหว่างผู้สนับสนุนทรัมป์และฝ่ายคัดค้านในการจัดงานภายในมหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ ซานฟรานซิสโก โดยพบว่ามีผู้ถูกจับกุมจากเหตุความรุนแรงนี้ไม่ต่ำกว่า 14 คน แต่สำนักข่าวรอยเตอร์กลับรายงานว่าตัวเลขการจับกุมอยู่ที่ 20 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาเปิดเผยว่า ยอดผู้ถูกจับกุมอาจเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านี้ หากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพการประท้วงแล้ว สำนักข่าวบีบีซีรายงานต่อว่า การออกมาเคลื่อนไหวทั่วประเทศล่าสุด เกิดขึ้นในช่วงเวลาขีดเส้นตายการยื่นเสียภาษีของพลเมืองสหรัฐฯในช่วงกลางเดือนเมษายน

โดยองค์กรผู้จัดงานเกิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มก้าวหน้า 70 กลุ่ม ออกแถลงการณ์ประเด็นจัดงานประท้วงทรัมป์ผ่านทางเว็บไซต์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้คำสัญญากับชาวอเมริกันในช่วงการหาเสียงตลอดการเลือกตั้งว่าเขาจะยอมเปิดเผยรายงานการเสียภาษีส่วนบุคคลให้ทราบ แต่จนถึงขณะนี้แม้ว่าจะมีกระแสกดดันจากประชาชนอย่างหนัก เขากลับเพิกเฉยและปฏิเสธโดยอ้างว่าประชาชนไม่สนใจเรื่องนี้ นับว่าเป็นการทำลายธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมานานกว่า 40 ปี

ทั้งนี้ทีมงานชุดบริหารของปธน.ทรัมป์ ที่ออกมาแก้ตัวคือที่ปรึกษาทรัมป์ เคลลิแอน คอนน์เวย์ ซึ่งได้เคยกล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่เปิดเผยรายงานการเสียภาษีเป็นเพราะ “ไม่มีประชาชนอเมริกันต้องการอยากทราบในเรื่องนี้”

ในการเดินขบวนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ไปจนถึงฝั่งตะวันตกของอเมริกา เมืองลอสแองเจลีส พบว่าเมืองนิวยอร์กและเมืองลอสแองเจลิส ทั้งสองเมืองนี้มีคนจำนวนมากเข้าร่วมอย่างน้อย 5,000 คน

โดยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีผู้ประท้วงรวมตัว 1,500 คน ถือป้ายประกาศไปยังบริเวณเดอะแคปิตอล ฮิล รัฐสภาคองเกรส ก่อนที่จะมุ่งหน้าต่อไปยังลานอนุสรณ์สถานประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น เมโมเรียล

หนึ่งใน ส.ส.พรรคเดโมแครตจากรัฐแคลิฟอร์เนียที่เข้าร่วมการประท้วงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แม็กซีน วอเตอร์ส (Maxine Waters) กล่าวให้ความเห็นว่า “ตนไม่ให้การนับถือประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนนี้ ตนไม่เชื่อใจเขา เพราะเขาไม่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอเมริกัน” และกล่าวต่อว่า “ตนจะต่อสู้ในทุกทางจนกว่าเขาจะถูกถอดถอนจากตำแหน่ง”

ในขณะการประท้วงในจุดอื่นทั่วอเมริกา ไม่มีรายงานความรุนแรงปะทุ แต่ทว่าภายในมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ กลับพบว่าตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายเพื่อควบคุมฝูงชน หลังฝ่ายสนับสนุนทรัมป์และฝ่ายต่อต้านเกิดปะทะในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. 2017

ภายในมหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ มีผู้เข้าร่วมราว 500-1,000 ราย หนึ่งในผู้สนับสนุนทรัมป์วัย 52 ปี ดาริล เทมเปสตา (Daryl Tempesta) ให้สัมภาษณ์ว่า เขาเป็นอดีตทหารผ่านศึกกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทำงานรับใช้ชาติในช่วงใกล้ยุติยุคสงครามเย็น ต้องการเดินทางเข้าร่วมการเดินขบวนครั้งนี้เพื่อทรัมป์

เหตุปะทะทำให้มีคนจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ภาพที่เผยแพร่บนโลกโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นถึงฝูงชนต่างพากันปาสิ่งของที่อยู่ในมือเข้าใส่กลุ่มตรงข้าม ซึ่งรอยเตอร์รายงานว่าเป็นขวดน้ำและกระป๋อง และตำรวจต้องใช้ระเบิดเครื่องควบคุมฝูงชนกับผู้ประท้วง

ทั้งนี้มีคนอย่างน้อย 100 คนจากทั้งสองฝั่งเคลื่อนตัวให้ออกจากบริเวณที่จัดงานบริเวณแคมปัสมหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ และเข้าสู่บริเวณทางแยกหนึ่งบนถนน และเริ่มปะทะต่อ พบเจ้าหน้าที่ถูกส่งไปควบคุมสถานการณ์บางตา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจแค่ 2-3 คนถูกพบยืนบริเวณทางข้าม

มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าเจ้าหน้าที่ถูกส่งเข้ามาระงับเหตุ 250 คน โดยมีผู้ประท้วงก่อเหตุในขณะนั้นราว 200 คน โดยตำรวจเบิร์กเลย์ได้ขอความร่วมมือจากตำรวจเมืองโอ๊กแลนด์ให้เข้าร่วมระงับเหตุ และมีผู้ถูกจับกุมหลายสิบคน ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีรายงานอย่างน้อย 11 คน

Check Also

1

‘LAPD’ แนะวิธีวางแผนให้ปลอดภัย พร้อมข้อปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุร้าย

สกญ.แอล.เอ. จับมือ ส.นวดไทยและสปาสหรัฐฯ จัดสัมมนา “การวางแผนเพื่อความปลอดภัยในสถานประกอบการและปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุร้าย LAPD ย้ำชัดขอให้ทุกคนมั่นใจ ไม่มีนโยบายถามถึงสถานะการเข้าเมืองของผู้แจ้งความหรือเหยื่อ และจะไม่แจ้งต่ออิมมิเกรชั่น! เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2017 สถานกงสุลใหญ่ ณ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>