Saturday , May 30 2020
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ICEยืนยันทำงานมีระบบ“ลบข่าวลือ”จับมั่วสะเปะสะปะ

ICEยืนยันทำงานมีระบบ“ลบข่าวลือ”จับมั่วสะเปะสะปะ

เจ้าหน้าที่ ICE ยืนยันผู้บังคับบัญชาสั่งปฏิบัติงานมุ่ง “กำจัดอาชญากร” ไม่กวาดจับคนอยู่ผิดกฏหมาย แต่ยอมรับมีสิทธิ์ถูกลูกหลง หากอยู่ “ผิดที่ผิดทาง” เมื่อตรวจพบก็ต้องจับ ตามนโยบายปธน.ทรัมป์ ออกคำสั่งจับทุกคนที่เป็น “โรบินฮูด” วอนคนถือใบเขียวและโรบินฮูดอย่าทำผิดกฏหมายจนถึงขั้นถูกจับและพิมพ์ลายนิ้วมือ

เมื่อวันที่ 28 มีนาคน 2017 สถานกงสุลใหญ่ไทยแอล.เอ. ได้เชิญเจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน US Immigration and Customs Enforcement (ICE), Department of Homeland Security มาบรรยายและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับนโยบาย ระเบียบและแนวทางปฏิบัติในการจับกุมตัวผู้อพยพที่อยู่ในสหรัฐฯ แก่ผู้แทนสมาคมฯ/องค์กร และสื่อมวลชนไทยท้องถิ่น โดยมีนาย Jorge Field, Assistant Field Office Director, Enforcement and Removal Operations และนาย Marco Martinez, Community Relation Officer เป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ของ ICE มาเป็นผู้บรรยาย พร้อมกับได้นางเจนนิเฟอร์ อิงอร่าม รองนายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ให้เกียรติเป็นล่ามในการบรรยายครั้งนี้

นาย Jorge Field, Assistant Field Office Director, Enforcement and Removal Operations ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าบรรยาย และเริ่มอธิบายถึงหน่วยงาน US Immigration and Customs Enforcement (ICE) ว่า เป็นหนึ่งหน่วยงานหลักอยู่ที่ภายใต้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) และในหน่วยงาน ICE ได้แยกออกเป็น 2 แผนก คือ Enforcement and Removal Operations (ERO) และ Homeland Security Investigation ซึ่งทำการจับกุมการลักลอบผู้อพยพเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย มีหน้าที่ระบุตัวตนผู้กระทำผิด, ค้นหา, จับกุม และทำเรื่องส่งศาลเพื่อเนรเทศบุคคลนั้นออกจากสหรัฐฯ บุคคลที่ถูกจับกุมจะถูกส่งตัวขึ้นศาล เพื่อให้ผู้พิพากษาของศาลตรวจคนเข้าเมืองเป็นผู้พิจารณาตัดสินเนรเทศ

สำหรับแนวทางการปฏิบัติงานนั้น เจ้าหน้าที่ Jorge Field กล่าวว่า การจับกุมคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากแนวปฏิบัติที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นการจับกุมผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายที่ศาลตัดสินแล้วหรือมีประวัติการก่อคดีอาชญากรรมหรือเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นลักษณะ Targeted Enforcement มีการสืบสวน สอบสวนทางคดีและมีเป้าหมายในการจับกุมชัดเจน

โดยวิธีการค้นหาผู้อยู่ผิดกฏหมายและมีประวัติอาชญากรรมนั้น ICE จะสืบจากประวัติการพิมพ์ลายนิ้วมือที่ได้จาก FBI เพื่อให้ทราบว่าบุคคลที่มีประวัติก่อคดีอาญาเหล่านั้น มีใครที่เป็นผู้อพยพและมีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าเมืองบ้าง และ ICE ก็จะทำการติดตามจับกุมต่อไป

“การสืบค้นหาจะเฉพาะบุคคลที่เคยมีประวัติก่อคดีอาญามาก่อน ไม่ใช่คนที่เคยตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นพยาน ไม่ใช่คนที่โทรแจ้งความตำรวจ หรือคนที่โดนค่าปรับจากการทำผิดกฎจราจร บุคคลเหล่านี้ไม่ใช่บุคคลที่ ICE จะมีประวัติได้ ดังนั้นถ้าคุณไม่เคยถูกจับกุมและโดนพิมพ์ลายนิ้วมือมาก่อน ICE จะไม่มีทางรู้สถานะของคุณได้เลย มีหลายรายไม่กล้าที่จะโทรหาตำรวจ เพราะกลัวว่า ICE จะรู้และถูกส่งกลับ สรุปว่าถ้าคุณไม่มีปัญหาด้านกฎหมาย คุณก็ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น”

เจ้าหน้าที่ Jorge Field ย้ำว่า ใครก็ตามที่ไม่เคยมีประวัติการก่อดคีอาญามาก่อน ก็ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักที่ ICE ต้องการจับกุม แต่ในระหว่างการดำเนินการสอบสวน/จับกุมผู้ต้องสงสัยในบ้านพัก/สถานที่ทำงาน หากเจ้าหน้าที่ ICE พบผู้พำนักในประเทศอย่างผิดกฎหมายในสถานที่นั้น แม้ไม่มีประวัติการก่อคดีอาญาก็อาจถูกสอบสวนหรือจับกุมได้

“ผู้บังคับบัญชา ICE ได้ให้แนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามจับบุคคลที่เคยมีประวัติก่ออาชญากรรมและพวกที่พ้นคดีแล้วกลับเข้าไปในอยู่ในชุมชนเป็นกลุ่มแรก แต่ก็มีกลุ่มที่ถูกลูกหลงได้ อย่างเช่นครั้งหนึ่ง ICE ไปตามจับผู้อพยพที่เคยมีประวัติดื่มสุรามึนเมาแล้วขับรถ คนนี้โดน DUI เข้าออกคุกถึง 3 ครั้ง ICE จะไปจับถึงที่พัก แต่พอไปแล้วไม่เจอตัว ดันไปเจออีกคนหนึ่งที่อยู่ที่นั้น พอสอบถามประวัติก็ทราบว่าเขาเป็นผู้อพยพที่เคยถูกศาลตัดสินให้เนรเทศออกนอกสหรัฐฯตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว คนนี้ก็ถูกจับไปด้วย แม้เขาจะไม่ใช่เป้าหมายเราที่มีในมือ แต่ก็ยกเว้นไม่ได้”

สำหรับพื้นที่ในการปฏิบัติงานโดย ICE คลอบคลุม 7 เค๊าน์ตี้ ตั้งแต่ซานตาบาบาร่า – ซานดิเอโก้ คิดเป็น 33,000 สแควร์ไมล์ มีประชากร 20 ล้านคน และคาดว่ามีผู้อพยพที่อยู่อย่างผิดกฏหมายอย่างน้อย 2 ล้านคน

ทั้งนี้การดำเนินการจับกุมโดย ICE ในพื้นที่บ้านพัก/สถานที่ทำงาน/พื้นที่ส่วนบุคคล จะเป็นไปตามหลักการของ Administrative warrant ซึ่งออกโดยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐบาลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเข้าเมือง รวมถึง ICE ทำให้เจ้าหน้าที่ ICE ไม่สามารถเข้าไปตรวจค้นหรือจับกุมผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายในบ้านพักได้ ยกเว้นจะได้รับอนุญาต/ยินยอมจากเจ้าของสถานที่

ในกรณีหากเจ้าของสถานที่/บ้านพักปฏิเสธการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ หน่วยงาน ICE ยังคงมีอำนาจในการเฝ้าติดตาม/จับกุมผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย นอกบริเวณบ้านพัก/นอกสถานที่ส่วนบุคคลได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ICE แนะนำให้ปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อใช้โอกาสในการต่อสู้คดีในชั้นศาล ซึ่งยังสามารถอุทธรณ์ผลการตัดสินได้จนถึงศาลฎีกา (Supreme Court) และผู้ที่ถูกจับกุมตัวที่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแต่มีปัญหาด้านการเงิน สามารถเจรจาขอต่อรองลดหย่อนเงินประกันตัวกับศาลได้

ทั้งนี้ ICE ไม่มีนโยบายจับกุม/คุมขังผู้เยาว์ หากผู้ถูกจับกุมตัวมีบุตรหลานหรือผู้เยาว์ในปกครอง เจ้าหน้าที่ ICE จะดำเนินการเพื่อมิให้กระทบกับผู้เยาว์ และจะไม่ตั้งจุดตรวจบนถนนหรือสุ่มตรวจในพื้นที่สาธารณะ, ไม่ตรวจในพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน อาทิ โรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์ วัดหรือสถานกงสุล เป็นต้น และไม่มีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวณเพื่อการจับกุม

ส่วนผู้ที่มีวีซ่าถูกต้องและผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวร (permanent resident ใบเขียว) สามารถเดินทางเข้า-ออก และพำนักในสหรัฐฯ ได้ตามปกติ แต่หากผู้ที่มีใบเขียวกระทำผิดกฎหมายก่อความเดือดร้อนในสังคม ก่อคดีอาชญากรรม ICE มีอำนาจในการจับกุมตัวและนำคดีเข้าสู่ Immigration Court ได้เช่นกัน

เจ้าหน้าที่ Jorge Field กล่าวต่อว่า เนื่องจากอำนาจของ ICE ไม่สามารถเข้าจับกุมผู้อพยพดคีอาญาที่กำลังจะถูกปล่อยตัวจากในสถานที่จองจำ และนำตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการเนรเทศต่อได้เลยเหมือนในอดีต เพราะกฏหมายที่เรียกว่า Trust Act ซึ่งผ่านการลงคะแนนเสียงเป็นกฎหมายบังคับของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้จำกัดอำนาจของ ICE ในการจับกุมตัวผู้เข้าเมืองที่ทำผิดกฎหมายจากเรือนจำ ทำให้บุคคลเหล่านี้ถูกปล่อยตัวและได้กลับเข้าไปอยู่ในชุมชน ซึ่งแน่นอนว่าการตามจับก็จะใช้เวลามากขึ้นและอาจะเกิดผลกระทบอื่นๆ ก็จะตามมา

อย่างไรก็ตามประชาชนมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฏหมายของหน่วยงานใดๆ ก็ตาม ขอให้สอบถามข้อมูลโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นๆ เพื่อได้รับข้อมูลที่ไม่คลาดเคลื่อนและป้องกันปัญหาจากข่าวลือต่างๆ

Check Also

ประท้วงทั่วสหรัฐฯ เหตุ ตร.ผิวขาว ใช้กำลังจับชายผิวสีจนเสียชีวิต

การประท้วงลุกลามทั่วสหรัฐฯ​ในวันศุกร์ (29 พ.ค.) สืบเนื่องจากการเสียชีวิตเมื่อต้นสัปดาห์ ของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายแอฟริกันอเมริกัน ขณะที่เขาถูกจับกุมตัวโดยตำรวจผิวขาวในรัฐมินนิโซตา ความไม่พอใจการใช้กำลังโดยตำรวจต่อคนผิวสี ทำให้เกิดการเดินขบวนประท้วง ในเมืองต่างๆ กว่า 30 จุดทั่วประเทศ​ ทั้งฝั่งตะวันตก ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *