Monday , June 18 2018
Breaking News
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ผลวิจัยชี้แคมเปญหาเสียงทรัมป์ ก่อความเกลียดชังเพิ่มขึ้น20%

ผลวิจัยชี้แคมเปญหาเสียงทรัมป์ ก่อความเกลียดชังเพิ่มขึ้น20%

ผลวิจัยชี้กระแสเลือกตั้งก่อให้เกิด “อาชญากรรมความเกลียดชัง” ใน 9 เมืองใหญ่ สถิติพุ่งขึ้นกว่า 20% ในปี 2016 โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากแคมเปญหาเสียงของทรัมป์ได้สร้างความแตกแยกในสังคม ขณะที่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อกล้าที่จะออกมาเปิดเผยตัวตนมากขึ้น

นายไบรอัน เลวิน นักวิจัยด้านอาชญากรรมความเกลียดชัง และเป็นผู้อำนวยการศูนย์เพื่อการศึกษาความเกลียดชังและแนวคิดสุดโต่งของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองซานเบอร์นาดิโน ได้ทำการเก็บข้อมูลจากสำนักงานตำรวจหลายแห่ง และพบว่าอาชญากรรมความเกลียดชังที่เคยมีแนวโน้มลดลงในช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ กำลังกลับมาเพิ่มขึ้น

โดยอาชญากรรมซึ่งมีที่มาจากอคตินั้นเกิดบ่อยขึ้นในบางเมืองของสหรัฐฯ หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ปีที่แล้ว และแนวโน้มดังกล่าวก็ยังต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ดังจะเห็นได้จากการขู่วางระเบิดและทำลายศาสนสถานหรือสุสานของชาวยิว

ผลวิจัยชี้ว่านครนิวยอร์กเกิดอาชญากรรมประเภทนี้มากถึง 380 กรณี เพิ่มขึ้น 24% จากปี 2015 ขณะที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพิ่มขึ้น 62% มาอยู่ที่ 107 กรณี ส่วนภาพรวมทั้งหมด สหรัฐฯ ต้องเผชิญอาชญากรรมความเกลียดชังถึง 1,037 กรณีในปี 2016 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 23.3% จากปีก่อนหน้า โดยเก็บสถิติจาก 9 เมืองใหญ่ ได้แก่ นิวยอร์ก, วอชิงตัน ดี.ซี., ชิคาโก, ฟิลาเดลเฟีย, เทศมณฑลมอนต์โกเมอรี รัฐแมริแลนด์, เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ, ซีแอตเติล, เมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย และซินซินแนติ

ทั้งนี้จากการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ได้ออกมาติเตียนกระแสต่อต้านชาวเซมิติกและอาชญากรรมทางเชื้อชาติด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ทำให้เขาได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำพูดตัวเอง เนื่องจาก อิวานกา ทรัมป์ บุตรสาวของเขาได้เปลี่ยนไปนับถือศาสนายูดาย และหลานๆ ของเขาก็เกิดมาเป็นชาวยิว

สอดคล้องกับผลวิจัยที่ระบุว่าเฉพาะที่นิวยอร์กเมืองเดียว มีอาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวเซมิติกเกิดขึ้นถึง 55 กรณี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 5 มี.ค. ปีนี้ เพิ่มขึ้นถึง 189% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2016 ซึ่งเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เพียง 19 กรณี ขณะที่ความมีอคติต่อชาวมุสลิม เลสเบียน เกย์ ไบเซ็กชวล และคนข้ามเพศ ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อาชญากรรมความเกลียดชังเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาชญากรรมความเกลียดชังที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกรายงานต่อทางการ จึงไม่ควรด่วนสรุปจากตัวอย่างข้อมูลที่ยังถือว่าน้อยมาก

ทั้งนี้การนำเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา และประเทศกำเนิดมาเป็นเครื่องมือหาเสียงของทรัมป์ ตามที่เคยประกาศจะสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโกเพื่อสกัดกั้นผู้อพยพผิดกฎหมาย และการห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ ชั่วคราวนั้น ถึงแม้เขาได้ผ่อนจุดยืนเหล่านี้ลงมาหลังจากที่เป็นประธานาธิบดีแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้อาชญากรรมความเกลียดชังเกิดบ่อยขึ้น และมีการเข้าแจ้งความต่อตำรวจมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ปรากฏการณ์ดังกล่าวบวกกับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ได้กลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ 2 สิ่งเกิดขึ้น คือ 1) พวกคนหัวดื้อหรือพวกที่ชอบความตื่นเต้นอยากจะลงมือก่อเหตุ และ 2) เหยื่อรู้สึกว่าพวกเขาควรเข้าแจ้งความ เพราะไม่ได้โดนอยู่คนเดียว

Check Also

‘ทรัมป์’- ‘คิม’ สันติสุข! ลงนาม 4 ข้อปลดนิวเคลียร์

            การประชุมสุดยอดสองผู้นำ “ทรัมป์-คิม” ชื่นมื่น! ลงนามเอกสารสำคัญ 4 ฉบับ ระบุการ “ปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์แบบ” ผู้นำสหรัฐฯมั่นใจผู้นำโสมแดงทำตามแถลงการณ์ หยอดหวาน “คิมเป็นคนมีพรสวรรค์” ขึ้นปกครองประเทศตั้งแต่อายุยังน้อย พร้อมชวนมาเยือนทำเนียบขาว ขณะที่ทั่วโลกต่างแสดงความยินดี ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *