Friday , February 21 2020
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ศึกดีเบตว่าที่ปธน.สหรัฐฯ คลินตัน‘เหนือ’ทรัมป์ยกแรก

ศึกดีเบตว่าที่ปธน.สหรัฐฯ คลินตัน‘เหนือ’ทรัมป์ยกแรก

การดีเบตครั้งแรกระหว่างสองผู้สมัครตัวเก็งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นการแลกหมัดวิวาทะอย่างเผ็ดร้อน ประเด็นโต้เวทีหลักทั้งเรื่องการจ้างงานและก่อการร้าย รวมถึงเรื่องความแข็งแรงและการควบคุมอารมณ์ ผลสำรวจชี้นางคลินตันสามารถรุกไล่นายทรัมป์แทบตั้งตัวไม่ทัน และเป็นฝ่ายกำชัยชนะในสนามแรกนี้ไป

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2016 นางฮิลลารี คลินตัน และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้สมัครตัวเก็ง 2 คนในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย. นี้ ขึ้นเวทีอภิปรายประชันวิสัยทัศน์ในรูปแบบการถ่ายทอดสดเป็นครั้งแรกจากทั้งหมด 3 ครั้งเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยนับว่าเป็นการดวลฝีปากกันอย่างดุเดือด ผ่านการถ่ายทอดสดสู่สายตาผู้ชมกว่า 100 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขผู้ชมการดีเบตมากที่สุดในประวัติศาสตร์

นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ขึ้นเวทีโต้อภิปรายแบบตัวต่อตัวกันเป็นครั้งแรกเมื่อค่ำวันที่ 26 กันยายน 2016 เวลา 8 p.m. การดีเบตจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยฮอฟสตรา และถ่ายทอดสดไปทั่วสหรัฐและอีกหลายประเทศ  โดยมีเลสเตอร์ โฮลต์ ทำหน้าที่เป็น “กลาง” ในการเป็นผู้ดำเนินรายการ

ซึ่งทั้งนางคลินตันและนายทรัมป์ ต่างรู้ดีว่าการดีเบตเป็นโอกาสโค้งสุดท้ายที่พวกเขาจะเอาชนะใจของชาวอเมริกันหลายล้านคนที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใคร แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกเพียง 6 สัปดาห์จะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐ

สำหรับบรรยากาศการอภิปรายค่อยๆ ทวีความร้อนแรงขึ้นเมื่อทรัมป์ มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์วัย 70 ปี เริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และแสดงออกผ่านน้ำเสียงและสีหน้าท่าทาง พ่นถ้อยคำตำหนิและขัดจังหวะนางคลินตันอยู่หลายครั้ง กระทั่งตั้งคำถามถึงความแข็งแรงของร่างกายเธอหลังจากป่วยเป็นโรคปอดบวม

นางคลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศและอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐวัย 68 ปี ซึ่งดูจะเตรียมการมาดีกว่า ตอบโต้เขาอย่างเจ็บแสบว่า รอให้เขาได้เดินทางไป 112 ประเทศ และเจรจาทำข้อตกลงสันติภาพ, ข้อตกลงหยุดยิง, ต่อรองให้ปล่อยผู้เป็นปรปักษ์กับรัฐ หรือแม้แต่นั่งให้การต่อคณะกรรมาธิการของสภานาน 11 ชั่วโมงเสียก่อน เขาจึงจะสามารถพูดเรื่องความแข็งแรงกับเธอได้

เธอโจมตีจุดอ่อนของทรัมป์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหุนหันพลันแล่นด้วยว่า เขาถนัดกับการพูดจาบ้าๆ บอๆ และวันนี้เขาคงจะกล่าวโทษเธอในทุกเรื่องๆ เธอชี้ด้วยว่า ทรัมป์เริ่มต้นอาชีพทางการเมืองด้วย “คำโกหกเหยียดผิว” ว่าโอบามาไม่ใช่คนอเมริกัน โดยหาว่าโอบามาไม่ได้เกิดในสหรัฐอเมริกา ทรัมป์เพิ่งมาเปลี่ยนทัศนะดังกล่าวเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนนี่เอง เมื่อพิธีกรซักให้เขาอธิบายเหตุผล ทรัมป์กลับบอกว่าเขาต้องการทุ่มเทสมาธิกับประเด็นที่ใหญ่กว่าและสำคัญกว่าเรื่องนี้

ทั้งคู่ได้โต้แย้งกันในประเด็นแตกต่างหลากหลาย โดยประเด็นนโยบายต่างประเทศนั้นถือเป็นจุดแข็งของนางคลินตัน ส่วนทรัมป์ยกปัญหาเศรษฐกิจและการจ้างงานมาโจมตีคู่แข่งรายนี้ และกล่าวโทษนางคลินตันและพวกชนชั้นการเมืองว่าทำให้คนอเมริกันสูญเสียการจ้างงานให้เม็กซิโกและจีน ผ่านข้อตกลงการค้าแย่ๆ และไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนนางคลินตันพยายามลบล้างความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจของทรัมป์ ว่าตลอดอาชีพของเขาทำแต่ธุรกิจเล็กๆ ที่แข็งทื่อ เธอโจมตีทรัมป์ด้วยว่าจะลดภาษีให้คนรวย ซึ่งเธอเรียกว่าเป็นเศรษฐกิจแบบฝนหล่นจากฟ้าที่ยกเมฆขึ้น

เธอเรียกร้องให้ทรัมป์เปิดเผยข้อมูลการขอคืนภาษีด้วย ประเด็นนี้ผู้ดำเนินรายการช่วยรุกไล่ แต่ทรัมป์กลับย้อนว่า เขาจะเปิดเผยก็ต่อเมื่อนางคลินตันเปิดเผยอีเมล 33,000 ฉบับที่ถูกลบ ถือเป็นการย้อนเกล็ดจุดอ่อนที่ตามหลอกหลอนนางคลินตันตลอดการหาเสียง จากกรณีที่เธอใช้อีเมลส่วนตัวติดต่องานราชการ รวมถึงข้อมูลชั้นความลับ ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ

ทรัมป์โจมตีนางคลินตันกรณีนโยบายตะวันออกกลางด้วยว่า อ่อนแอและสร้างความปั่นป่วนในช่วงที่เธอรับตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ถือกำเนิดขึ้น แต่นางคลินตันก็ย้อนว่าเขาไม่ยอมเปิดเผยแผนที่ชัดเจนว่าจะโค่นกลุ่มนี้อย่างไร ซึ่งทรัมป์บ่ายเบี่ยงไปว่า ไม่มีใครบอกเรื่องทุกเรื่องให้ศัตรูรู้

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าการดีเบต โพลหลายสำนักชี้ว่าทั้งคู่มีคะแนนนิยมเท่ากันแล้ว แต่ทันทีที่จบการดีเบตเมื่อค่ำวันจันทร์ ซีเอ็นเอ็นได้ทำแบบสำรวจทันควันโดยสอบถามผู้มีสิทธิลงคะแนน 521 ราย พบว่า 62% ลงความเห็นว่านางคลินตันชนะการดีเบตครั้งนี้ ขณะที่ฝ่ายที่มองว่าทรัมป์ชนะมีเพียง 27%

เอเอฟพีรายงานว่า นักวิเคราะห์เช่น จอห์น ฮูดัก จากสถาบันบรูกกิงส์ เห็นว่านางคลินตันทำได้ดีกว่าเช่นกัน เขาชี้ว่า ในการดีเบตผู้ชิงประธานาธิบดี ผู้ดีเบตไม่จำเป็นต้องดีเลิศ ขอเพียงทำให้ดีกว่าคู่แข่งอีกคนก็พอ สเตฟเฟน ชมิดต์ จากมหาวิทยาลัยไอโอวา ก็ชมการโต้อภิปรายของนางคลินตันเช่นกัน

จบจากดีเบตครั้งนี้ ยังเหลือการดีเบตระหว่างทั้งคู่อีก 2 ครั้งก่อนจะถึงวันเลือกตั้งชี้ชะตา 8 พฤศจิกายนนี้ ว่านางคลินตันจะได้เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐ หรือทรัมป์ ซึ่งเป็นไก่รองบ่อนที่ไม่มีใครคาดคิด จะยัดเยียดความปราชัยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐ.

 

 

Check Also

สหรัฐฯ ระงับบังคับใช้ กม.เพื่อเร่งสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก

รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐเป็นกรณีพิเศษ เพื่อหวังเร่งสร้างกำแพงในแนวเขตพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ประกาศในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ว่าการระงับการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 10 ฉบับเป็นการชั่วคราวนี้จะช่วยให้การสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระยะทาง 283 กิโลเมตร ในพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา นิวเม็กซิโก ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *