Friday , February 21 2020
Home / ข่าว / ข่าวไทยในสหรัฐ / ผอ.ททท.แอล.เอ.คนใหม่ไฟแรง เร่งทำเป้าเพิ่มยอดนทท.อเมริกา

ผอ.ททท.แอล.เอ.คนใหม่ไฟแรง เร่งทำเป้าเพิ่มยอดนทท.อเมริกา

ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแอล.เอ.คนใหม่ เผยรับภารกิจดึงเงินจากกระเป๋านักท่องเที่ยวอเมริกาเพิ่มขึ้น ตามเป้า 14 เปอร์เซ็นต์ เตรียมใช้กลยุทธ์ Local Experience Tourism สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำในไทยให้กับนักท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแอล.เอ. หรือ ผอ. เก่ง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการคนใหม่ที่เพิ่งมาประจำการที่สำนักงานแอล.เอ. ได้ให้เกียรติสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนท้องถิ่น โดยเปิดเผยถึงแนวทางการทำงานในตลาดสหรัฐอเมริกาว่า ตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดที่ได้รับการตอบรับดีมากจากปีที่ผ่านมา ซึ่งโจทย์ที่ตนได้รับมา คือ จะต้องสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยว 1 คนที่นำไปใช้ในประเทศไทยให้มากขึ้นเป็น 14 % แต่เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันมีระยะเวลาเดินทางท่องเที่ยวที่แน่นอน คือ 14 วัน แต่เดิมรายจ่ายต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 73,000 บาทต่อทริป ดังนั้นการขยายวันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก การที่จะสร้างยอดให้เพิ่มขึ้นได้นั้น ททท.จึงต้องหากิจกรรมเสริมเข้าไป เพื่อที่จะสามารถดึงเงินจากกระเป๋าของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันออกมาจ่ายให้ได้อย่างมีคุณค่า

ทั้งนี้ภาพลักษณ์ของททท. คือ Local Experience Tourism เพราะฉะนั้นทางททท.จึงมีแผนที่จะนำเสนอ Unique Local Experience ให้กับนักท่องเที่ยวอเมริกัน โดยเป็นเป้าหมายใหญ่ของททท.และขององค์การท่องเที่ยวโลก คือ การเพิ่มรายได้ต้องเป็นการส่งมอบรายได้ของนักท่องเที่ยวตรงไปถึงชุมชน หมายความว่าเงินของนักท่องเที่ยวควรกระจายไปสู่ทุกๆ มิติของผู้ที่เกี่ยวพันกับการท่องเที่ยว ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่เฉพาะอยู่ที่บริษัทนำเที่ยวแต่กระจายไปสู่ชุมชน ดังนั้นททท.จึงได้สร้างคอนเซ็ปต์ใหม่ในเชิงการรับรู้ประเทศไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวอเมริกัน ผ่านทาง Unique Local Experience หรือการสัมผัสกับวิถีไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้รับและสัมผัสกับการท่องเที่ยวได้ ไม่ใช่ในฐานะนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอย่างเดียวแต่เป็น “ผู้ให้” ด้วย

“ถ้าเราสร้างเรื่องราวเหล่านี้ได้ จะทำให้เกิดความผูกพันว่าวันหนึ่งนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสแล้วมีความรู้สึกที่อิ่มเอิบที่มาเที่ยว ไม่ใช่แค่มาแล้วจากไป เราอยากให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกอะไรบางอย่างในเชิงประทับใจ เพราะฉะนั้นเราถึงบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ของวงการท่องเที่ยว ซึ่งผมมั่นใจว่าประเทศในเอเชียทุกประเทศที่กำลังพูดเรื่องนี้อยู่ ประเทศไทยคือหนึ่งในนั้น ด้วยการการมอบประสบการใหม่ที่มีคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งความเป็นไทยในที่นี่ไม่ได้ความว่าต้องรำไทยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของวิถีไทย ซึ่งเป็นอะไรก็ได้ที่เป็นเสน่ห์ เช่น อาหารข้างทางในกรุงเทพฯ ซอยต่างๆ ที่ยังคงความเป็นประเทศไทยในสมัยก่อน ไปดูตลาดเก่า ไปดูร้ายขายดอกไม้ ไปดูวิถีชุมชนที่เขาสร้างสินค้าได้อย่างไร ซึ่งเป็นอะไรที่นักท่องเที่ยวได้สัมผัส สิ่งเหล่านี้ คือ วิถีไทย ซึ่งเป็นภาพจำแบบใหม่ เช่น ททท.มีโฆษณา 1 ชิ้น ชื่อว่า “ผัดไท” ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะโฆษณาอาหาร แต่เป็นโฆษณาที่โชว์ว่าเบื้องหลังอาหารผัดไทหนึ่งจานนั้นมีเรื่องราวมากมายเลย เส้นมาจากเมืองจันทบุรี มะขามเปียก มาจากเพชรบูรณ์ เป็นแคมเปญ Discover Amazing Stories in Amazing Thailand นี่คือคอนเซ็ปต์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของปีนี้และปีหน้า”

ผอ. เก่ง กล่าวต่อว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในเอเชียยังไม่มีใครนึกถึงจุดนี้ แต่ไทยมาไกลมากและเจาะลึก ททท.อยากให้นักท่องเที่ยวรับรู้ว่าข้าวมาจากไหน ข้าวมายังไง นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันไม่เคยเห็นควาย ไม่เคยเห็นนาข้าว ไม่รู้ว่าเขาเกี่ยวข้าวกันอย่างไร เพราะส่วนใหญ่เข้าใจว่าเกษตรกรใช้เครื่องจักร แต่เมืองไทยใช้ควายและเกี่ยวข้าวด้วยเคียว และยังมีนาอยู่ในชนบท ซึ่งตรงนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสว่ากว่าจะได้ข้าวมา 1 เมล็ดผ่านอะไรบ้าง แล้วนี่เป็นการสร้างคุณค่าในทุกมิติให้นักท่องเที่ยวได้จดจำ ในทุกขณะที่กำลังจะกินข้าว คือ สิ่งที่ททท.เรียกว่า Unique Local Experience ซึ่งตนมั่นใจว่าสิ่งนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวอเมริกันใช้เงินมากขึ้น และเงินก็ส่งตรงไปถึงชุมชนด้วย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ททท.วางไว้ว่าจะทำในตลาดอเมริกาและเป็นแผนงานหลักในปีหน้า

“ตัวเลข 14 เปอร์เซ็นต์นี้อาจจะเหนื่อย แต่มีความท้าทาย เราต้องอาศัยทีมงานด้วย แต่โชคดีที่ความพร้อมที่เมืองไทยก็มีความพร้อมมากที่เราจะขายของได้ ส่วนความพร้อมที่นี่ ก็คือ ผมมั่นใจว่าผมมีทีมงานที่ดีและเก่ง พร้อมจะเดินไปด้วยกันได้ เรามองเห็นจุดหมายเดียวกันที่รับทราบทุกคน”

สำหรับตลาดอเมริกาใต้เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ได้รับมอบหมายมานั้น คือ ต้องเปิดสำนักงานที่อเมริกาใต้ ที่รัฐเซาท์ เปาโล ประเทศบราซิล ซึ่งจะต้องเปิดแน่ๆ ภายในปีหน้า 2017 ซึ่งเป็นสำนักงานอีกหนึ่งแห่งและเป็นแห่งแรกในอเมริกาใต้ แม้ผอ.เก่งบอกว่าอยากจะเปิดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และหวังว่าทางไทยจะเตรียมความพร้อมให้สมบูรณ์ เพื่อที่จะเดินหน้ากระบวนการต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทยของทางบราซิลด้วย

“ณ วันนี้เราต้องบอกว่า ททท.มองและวิ่งนำจากตลาดที่มีอยู่แล้วและต้องคาดการณ์ตลาดใหม่ในอนาคต ถ้าบอกว่าตลาดอเมริกาใต้วันนี้เรามีนักท่องเที่ยวน้อยมาก ต่อปีแค่ 5 หมื่นคนจากบราซิล อาเจนติน่า คือ รวมๆ แล้วไม่ถึงแสนคน เพราะฉะนั้นจุดนี้แหละที่ททท.มองว่าไม่ใช่ว่ามีนักท่องเทียวแล้วถึงค่อยไปทำ แต่ต้องไปสร้างให้มีต่างหาก สำนักงานนี้จะต้องไปสร้างให้เกิดการเดินทาง สร้างกิจกรรมให้เกิดขึ้นเพื่อให้เขาได้รับรู้และเกิดความต้องการที่จะไปเที่ยวเมืองไทย ซึ่งเป็นแนวทางการตลาดรุ่นใหม่ต้องกล้าได้กล้าเสีย รู้ว่าเสี่ยงและมีความใช้จ่ายเยอะมาก แต่ถามว่าตลาดนี้มีอนาคตไหม อันนี้มีแน่นอนและสูงมาก”

 

 

Check Also

สหรัฐฯ ระงับบังคับใช้ กม.เพื่อเร่งสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก

รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐเป็นกรณีพิเศษ เพื่อหวังเร่งสร้างกำแพงในแนวเขตพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ประกาศในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ว่าการระงับการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 10 ฉบับเป็นการชั่วคราวนี้จะช่วยให้การสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระยะทาง 283 กิโลเมตร ในพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา นิวเม็กซิโก ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *