Monday , August 10 2020
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / นายกฯตั้ง”วิชา”คุมทีมสอบ

นายกฯตั้ง”วิชา”คุมทีมสอบ

“บิ๊กตู่”ลั่นทายาทกระทิงแดง หลุดทุกคดีไม่เอี่ยวเงินบริจาค ย้ำทำงานมา 5 ปี ไม่เคยรับผลประโยชน์ ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ พร้อมลงนามตั้ง”วิชา มหาคุณ”นั่งประธาน กก.ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกฎหมาย ให้รายงานนายกฯ ภายใน 30 วัน “สตช.”แจงปมพยานใหม่ 2 ปาก พนักงานสอบสวนต้องไปสอบปากคำ ตามที่พนักงานอัยการเป็นผู้กำหนดโดยไม่สามารถก้าวล่วงกับการให้น้ำหนักพยาน 2 ปาก เนื่องจากตำรวจไม่มีอำนาจให้พนักงานอัยการอธิบายเหตุผลของการสั่งคดี เป็นการถ่วงดุลอำนาจในกระบวนการยุติธรรม “รสนา”บุกยื่นหนังสือขอศาลเปิดไต่สวนใหม่ ก่อนที่จะอนุมัติการถอนหมายจับ

 

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 ก.ค.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. กรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์และสงสัย นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส จากเหตุการณ์ชนแล้วหนี ก่อนที่เจ้าตัวจะหลุดทุกคดี ว่า วันนี้สื่อได้ถามหลายเรื่อง และมีเรื่องทีเป็นประเด็นในสังคม โดยเฉพาะคดีที่กำลังมีปัญหาอยู่ในเวลานี้ รัฐบาล ในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหาร จำเป็นต้องให้เกิดความชัดเจนขึ้น โดยไม่ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม โดยวันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายในกรณีดังกล่าว เนื่องจากคดีนี้ ประชาชนและสังคมให้ความสนใจดังนั้นต้องหาข้อเท้จจริงให้ได้ ว่าปัญหาอยู่ที่ไหหนอย่างไร และแก้ปัญหาโดยที่จะไปก้าวล่วงในส่วนของอัยการ และศาลไม่ได้ แม้กระทั่ง สนช. และ สว. ตนก็ไปสั่งการอะไรไม่ได้ ซึ่งเขามีกลไกในการดำเนินการ รวมถึงตำรวจด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

“ขอให้มั่นใจ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ปล่อยปละละเลย นิ่งนอนใจ ปัญหาเหล่านี้จะต้องแก้ให้ได้ ความยุติธรรมจะต้องเกิดในสังคมไทยโดยไม่แบ่งชนชั้น และผมย้ำเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูป การเมือง กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจอื่นๆจะต้องเดินหน้า ทุกอย่างไม่เกี่ยวกับเรื่องการบริจาคอะไร มันคนละเรื่องกันทั้งหมด เรื่องผลประโยชน์ผมยืนยันแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น 5 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยเสียหายเรื่องเหล่านี้ ขอให้ความเชื่อมั่นกับผมด้วย และผมพยายามจะทำอย่างเต็มที่ เพื่อคลี่คลายปัญหา ต่างๆดังกล่าวทั้งหมดทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอร้องให้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อะไรที่มันร้อนๆช่วยลดกระแสลงไปบ้าง อย่าให้ร้อนมากนัก ตนยืนยันจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด บนพื้นฐานความเป็นธรรม วันนี้ทุกปัญหากลับมาที่นายกหมด บางอย่างนายกก้าวล่วงไม่ได้ ขอให้เข้าใจ อำนาจมันแยกกันอยู่ ต้องไปดูที่กฎหมาย จะทำอย่างไรตรงนี้ เรื่องที่มีปัญหาตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบก็จบ โดยกรรมการตรวจสอบจะชี้แจงมา และคิดว่าประธาน ที่ตั้งมาน่าจะเชื่อถือได้ มันต้องมีคำตอบ

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 225/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา”บอส-นายวรยุทธ อยู่วิทยา” อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ประกอบด้วย 1.นายวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการ 2.ปลัดกระทรวงยุติธรรม 3.เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 4.ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย 5.ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม 6.นายกสภาทนายความแห่งประเทศไทย 7.คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8.คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 9.คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นกรรมการ และ10.ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. กรรมการและเลขานุการ แล้วรายงานนายกรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดพนักงานอัยการคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ”บอส” ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เมื่อปี 2555 ว่า ขณะนี้ถือว่าคดีสิ้นสุดไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงความเห็นได้อีก

ส่วนกรณีพยานใหม่ 2 ปาก ในคดีที่ไม่เคยปรากฏในสำนวนการสอบสวนนั้น พล.ต.ซท.จารุวัฒน์ ระบุว่า “กรณีนี้พนักงานอัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบพยานทั้ง 2 ปากเพิ่มเติม ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องทำตามขั้นตอนที่พนักงานอัยการกำหนดเท่านั้น โดยไม่สามารถก้าวล่วงกับการให้น้ำหนักพยาน 2 ปาก”

พร้อมกันนี้ ยอมรับว่า ปกติแต่ละวันมีคดีความมากกว่า 700 คดี ถูกส่งมายัง สตช.โดยมีเพียงร้อยละ 3 จากคดีทั้งหมดที่ตำรวจเห็นแย้ง เนื่องจากขั้นตอนนี้เป็นเพียงการตรวจสอบความถูกต้องในขั้นตอนข้อกฎหมาย โดยตำรวจไม่มีอำนาจให้พนักงานอัยการอธิบายเหตุผลของการสั่งคดี เนื่องจากเป็นการถ่วงดุลอำนาจในกระบวนการยุติธรรม

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงายว่า น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เดินทางไปศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อยื่นหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลฯ ขอความเป็นธรรมไม่เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหา เรื่องขอให้มีการเปิดไต่สวน ก่อนที่จะอนุมัติการถอนหมายจับกรณีของนายวรยุทธ ที่เป็นคดีขับรถเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยนายบอสมีพฤติกรรมหนีคดี ไปจนคดีหมดอายุความจนเหลือเพียงคดีเดียวคือ “ขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” แต่ปรากฏว่าคดีนี้กลับกลายเป็นว่า ด.ต.วิเชียร เป็นฝ่ายขับจยย.เข้าไปตัดหน้ารถของนายบอส ทำให้ถูกชนเสียชีวิตจึงเป็นเหตุสุดวิสัย (SANOOK)

Check Also

บิ๊กแดงซัด “ชังชาติ” รักษายาก

“บิ๊กแดง”สอน “น้องจปร.”บอกโควิด-19หายได้ แต่ “โรคชังชาติ” ไร้วัคซีนป้องกัน เหตุมีการเหน็บแนมประเทศตัวเอง ด้านนายกฯ ยันพร้อมร่วมเวทีรับฟังความเห็นนักศึกษา ยังไม่ชัดแก้รธน.มาตราไหน “ปชป.ตั้ง“บัญญัติ”นั่งคณะทำงานจับมือพรรคร่วมรัฐบาลดันร่างแก้ไขรธน. ส่วน“สุทิน” เชื่อสัญญาณดี นายกฯหนุนแก้รธน. มั่นใจทำสำเร็จ พร้อมคุยฝ่ายค้าน-รัฐบาลดันอีกร่างประกบ ...