Wednesday , July 15 2020
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / คกก.โรคติดต่อฯ ไฟเขียวร่างมาตรการผ่อนปรนคนต่างชาติเข้าประเทศไทย

คกก.โรคติดต่อฯ ไฟเขียวร่างมาตรการผ่อนปรนคนต่างชาติเข้าประเทศไทย

คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติเห็นชอบร่างระบบการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากผู้เดินทางที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร ภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

วันที่ 24 มิ.ย.2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2563 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ “ร่าง ระบบการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากผู้เดินทางที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร ภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558” จำแนกกลุ่มกลุ่มคนที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มแรก เป็นบุคคลที่นายกรัฐมนตรีอนุญาต เช่น คณะทูต คณะกงศุล องค์กรระหว่างประเทศหรือผู้แทนรัฐบาล ผู้ขนส่งสินค้าตามความจำเป็น

กลุ่มที่สอง คนไทยกลับบ้านที่ต้องเข้าสู่ระบบกักกันซึ่งดำเนินการอยู่แล้ว

กลุ่มที่สาม คนต่างชาติ จะพิจารณาจากวัตถุประสงค์การเข้ามา ความจำเป็นด้านเศรษฐกิจและสังคม ระยะเวลาในการอยู่ในประเทศ โดยมีการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขรองรับ

กรณีกลุ่มชาวต่างชาติจะแบ่งเป็น 3 ระยะของการผ่อนปรน

ระยะที่ 1 กลุ่มที่เข้ามาระยะสั้น อาทิ อาคันตุกะของรัฐบาล กลุ่มนักธุรกิจ/นักลงทุนที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ และกลุ่มที่เข้ามาอยู่ระยะยาว อาทิ กลุ่มแรงงานฝีมือ/ผู้เชี่ยวชาญ คนต่างชาติที่เป็นครอบครัวคนไทย ผู้มีเหตุจำเป็น เช่น ครู/นักเรียนจากต่างประเทศตามความจำเป็นด้านเศรษฐกิจและสังคม

ระยะที่ 2 กลุ่มที่มีผลต่อเศรษฐกิจและเข้ามาอยู่ในสถานที่เฉพาะคือโรงพยาบาล คือผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการด้านสุขภาพ

ระยะที่ 3 กลุ่มที่มีการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มีผลต่อเศรษฐกิจและการผลิต คือ กลุ่มนักท่องเที่ยว และแรงงาน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการเมื่อพร้อมและสังคมมีความเชื่อมั่น

นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดมาตรการในการดำเนินการตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเดินทางเข้าประเทศ อาทิ การลงทะเบียนและมีใบรับรองจากสถานทูตไทย การทำประกันภัยที่ครอบคลุมการตรวจ/รักษาโควิด19 ใบรับรองการบิน ระหว่างอยู่ในประเทศ อาทิ การคัดกรอง การตรวจหาเชื้อ การแยกกัก กักกัน และคุมไว้สังเกตตามระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย โดยทีมติดตามด้านการแพทย์และสาธารณสุข และก่อนเดินทางกลับ อาทิ การรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ การตรวจหาเชื้อก่อนกลับ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชน และเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

ประชุมได้เห็นชอบแผน การเฝ้าระวังประชากรกลุ่มเสี่ยงที่จะดำเนินการต่อเนื่อง ได้แก่ ผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ผู้ต้องขังแรกรับ ผู้ต้องกักแรกรับ และอาชีพเสี่ยง เช่น พนักงานในโรงงานผลิตอาหาร พ่อค้าแม่ค้า บุคลากรที่ทำงานกับผู้สูงอายุ พนักงานนวด พนักงานสถานบันเทิง โดยระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม – 22 มิถุนายน 2563 ได้ดำเนินการตรวจเฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ 89,620 ราย ตรวจพบเชื้อ 1 รายเป็นผู้ป่วยเก่า รอผลตรวจ 8,257 ราย

นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นจากนานาประเทศในความสำเร็จของการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทูตานุทูตหลายประเทศเข้ามาหารือเรื่องมาตรการผ่อนปรนการเดินทางระหว่างประเทศและขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมาตรการที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเสนอ จะใช้วิธีการจับคู่เจรจาและทำข้อตกลงระหว่างประเทศคู่เจรจา ทั้งนี้ จะเริ่มจับคู่กับประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำก่อน และจะมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อปรับกลุ่มประเทศและมาตรการได้ตลอด (WORKPOINTNEWS)

Check Also

บิ๊กแดง แจงยิบประเด็น ผบ.ทบ.สหรัฐเยือนไทย ลั่นเกษียณแล้วจบ! ไม่ต่ออายุราชการ

“พล.อ.อภิรัชต์” ยืนยัน ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ปฏิบัติตามกฎด้านสาธารณสุข กาง 2 ข้อยกเว้นไม่กักตัวเพราะเป็นแขกรัฐบาล ลั่นไม่มีแนวคิดต่ออายุราชการหลังเกษียณ 8 ก.ค. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเดินทางมาเยือนไทยของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ โดยไม่มีการกักตัวตามมาตรฐานป้องกันการเเพร่ระบาดโควิด-19 ...