Saturday , April 4 2020
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / นายกฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คุมโควิด-19 เริ่ม 26 มีนาคม

นายกฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คุมโควิด-19 เริ่ม 26 มีนาคม

สรุปนายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 26 เมษายน

วันที่ 25 มีนาคม เวลาประมาณ 14.39 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง ไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นไป และยกระดับศูนย์โควิด-19 เดิมเป็นหน่วยงานพิเศษ “ศูนย์บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศอฉ.โควิด-19)”

แต่งตั้ง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุข

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้าฯ ด้านการสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าฯ ด้านการควบคุมสินค้าและเวชภัณฑ์

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าฯ ด้านการต่างประเทศ และการคุ้มครองช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ

และผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นหัวหน้าฯ ด้านความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท การปฏิบัติงานของทหารและตำรวจ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนจะเป็นผู้รายงานสถานการณ์กับประชาชน หรือผู้ที่ตนมอบหมายให้เท่านั้น โดยการแถลงข่าวจากนี้จะมีวันละ 1 ครั้ง จากแหล่งเดียวเท่านั้น พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชน ใช้ข้อมูลในการแถลงข่าวเป็นหลัก แทนการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงาน

พร้อมเตือนกลุ่มคนที่ฉวยโอกาส บนความทุกข์ร้อนของประชาชน อย่าคิดว่าจะหลุดพ้นไปได้ จะเอาผิดผู้ละเมิดกฎหมายโดยไม่ปราณี การใช้กฎหมายจะเข้มงวดมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ได้มีการอ่านประกาศ 2 ฉบับ คือ

  1. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร มีผล 26 มีนาคม-26 เมษายน 2563 โดยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใน 3 จว.ชายแดนใต้ ให้คงบังคับใช้ต่อไปคู่กัน
  2. แถลงการณ์สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีจะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง พร้อมทั้งระบุว่า เมื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วจะมีการโอนกฎหมายบางฉบับจากอำนาจของรัฐมนตรีแต่ มาเป็นนายกรัฐมนตรีเท่าที่จำเป็น จะมีการออกข้อกำหนด เช่นการ ห้ามเข้าออกสถานที่, ห้ามหรือเข้าออกนอกราชอาณาจักร, ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด, ควบคุมสินค้าและเวชภัณฑ์

ข้อห้ามต่างๆ ดังนี้

1.การห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง

2.การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค

3.การปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร

4.การห้ามกักตุนสินค้า

5.การห้ามชุมนุม

6.การเสนอข่าว

7.มาตรการเตรียมรับสถานการณ์

8.มาตรการพึงปฏิบัติสำหรับบุคคลบางประเภท

9.มาตรการเกี่ยวกับการออกนอกราชอาณาจักร

10.มาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย

11.มาตรการป้องกันโรค

12.นโยบายการยังคงใก้เปิดสถานที่ทำการ

13.คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเบตพื้นที่จังหวัด

14.คำแนะนำในการจัดกิจกรรมอื่นๆ

15.โทษ

16.การใช้บังคับ

โดยข้อกำหนดดังกล่าวทั้ง 16 ข้อ จะกำหนดพฤติกรรมไว้ 3 ประเภท คือ ห้ามทำ, ให้ทำ, ควรทำ โดยมีขอบเขตกำหนดพฤติกรรมดังนี้

พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับ 2548 ประเภท “ห้ามทำ”

เป็นการห้ามประชาชน เช่น ห้ามเข้าพื้นที่เขตกำหนด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสาธารณะ, ศาสนสถาน รวมไปถึงห้ามเดินทางเข้าราชอาณาจักรทุกการโดยสาร ยกเว้นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ กรณีที่ไม่มีให้ติดต่อสถานทูต, บุคคลในคณะฑูต ให้ติดต่อแจ้งกระทรวงการต่างประเทศของไทย ต้องมีใบรับรองแพทย์เช่นกัน, ผู้ขนส่งสินค้า แต่เมื่อส่งสินเสร็จต้องออกไปโดยเร็ว, ผู้ที่มากับยานพาหนะ พนักงานสายการบินต่างๆ และบุคคลที่ได้รับการยกเว้นจากนายกรัฐมนตรี แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขเวลา

นอกจากนี้ยังมีการห้ามชุมนุม เพราะการชุมนุมเป็นสาเหตุที่ทำให้แพร่ระบาดได้ง่ายที่สุด เว้นแต่ว่าการชุมนุมนั้นจะมีการป้องกันที่ถูกหลักการแพทย์ รวมไปถึงการห้ามเผยแพร่ข่าวเท็จ ที่จะทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก

ประเภท “ให้ทำ”

เป็นการบังคับส่วนราชการ ไม่ใช่บังคับประชาชน เช่น ให้หน่วยงานเตรียมบุคลากร, เตรียมยา, โรงพยาบาลสนาม, สถานที่ หรือเช่าโรงแรม เพื่อรักษาและกักกันผู้ป่วย รวมไปถึงการใช้อาคารเอกชนเพื่อเป็นโรงพยาบาลสนามแทนบางที่ ซึ่งมีการเตรียมการล่วงหน้าบางส่วนแล้ว

ประเภท “ควรทำ”

เป็นการแนะนำประชาชน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ถึงขั้นบังคับ ในคำสั่งฉบับที่ 1 ใช้คำว่า “ควร” แต่ในฉบับถัดไปจะเป็นการยกระดับคำสั่งทันที เช่น ประกาศให้ประชาชนควรอยู่บ้าน ซึ่งบุคคลสูงอายุอายุเกิน 70 ปี, บุคคลที่มีโรคประจำตัว และเด็กที่อายุไม่เกิน 5 ปี เป็นบุคคลกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ควรอยู่บ้าน หากจำเป็นก็สามารถออกมาทำธุรกรรมภายนอกได้

อีกหนึ่งพฤติกรรมคือการเดินทางออกนอกพื้นที่ หรือความเข้าใจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามเดินทางออกนอกเคหสถานหรือไม่? หลายประเทศก็ใช้มาตรการนี้เช่นกัน ถึงแม้มาตรการฉบับ ที่ 1 จะระบุว่าสามารถเดินทางได้ แต่ก็ต้องอยู่ในมาตรการซึ่งอาจทำให้เกิดความลำบากในการเดินทาง โดยจัดเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ, ทหาร, กอ.รมน., และอาสาสมัคร ตั้งจุดสกัดหรือด่าน โดยเฉพาะรอยต่อระหว่างจังหวัด โดยกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หาทางติดแอปพลิเคชันตามตัวผู้โดยสารทุกคน

ทั้งนี้นายวิษณุ ยืนยันว่าคำสั่งที่ 2 และ 3 จะเข้มข้นขึ้นตามสถานการณ์ และยืนยันว่า ยังไม่ปิดประเทศ เพราะยังเปิดให้คนไทยเดินทางกลับประเทศได้ รวมไปถึง ยังไม่ปิดเมือง และเดินทางข้ามจังหวัดได้ แต่จะมีความยุ่งยากในการเดินทาง และ ยังไม่มีประกาศปิดบ้าน เป็นเพียงการกึ่งปิดเท่านั้น ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

ในส่วนของ โรงงาน, ธนาคาร, ร้านอาหาร, ห้างสรรพสินค้า, การขนส่งสินค้า, สถานที่ราชการ, โรงพยาบาล, ร้านขายยา, คลินิก และ สถาบันหลักทรัพย์ ให้ปฏิบัติตามนโยบายก่อนกน้านี้ โดยมีเวลาเปิด-ปิดชัดเจน และเป็นการซื้อกลับบ้านเท่านั้น

โดยยืนยันว่า ขณะนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังไม่มีประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหสถาน สามารถออกได้ตามปกติ เพราะเป็นเพียงระดับที่ 1 แต่ถึงจะมีประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ก็จะมีข้อระบุยกเว้นไว้ แต่จะไม่เหมือนที่ผ่านมา เพราะโรคโควิด 19 แพร่ระบาดตลอดเวลา และจะมีประกาศไหมต้องอ้างอิงจาดสถานการณ์รายวัน ที่ใช้ข้อมูลทางการแพทย์

ในส่วนของความมั่นคงเรื่องการ ปล้น, จี้, ชิงทรัพย์ ได้แต่งตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้ดูแลรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นคำสั่งการจากนายกฯในที่ประชุม  ที่เกรงว่าจะเกิดอาชญากรรมมากขึ้นและต้องตรวจตาเพิ่มกว่าเดิม และขอให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายด้วยความมั่นใจ ไม่หย่อนยาน ดำเนินคดีเฉียบขาด

ทั้งนี้ พระราชกำหนดนี้ยังไม่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกด้านต่างๆรวมถึงการเมืองได้ตามปกติ สามารถติชมรัฐบาลได้ตามอย่างที่เคยทำ

Check Also

นายกฯ ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ 4 ทุ่ม-ตี 4 เริ่ม 3 เม.ย.นี้

ฝ่าฝืนโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับ 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ กำหนดห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานในเวลา 22.00 น.ถึง 04.00 ...