Monday , June 1 2020
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / ศาลยกฟ้องคดีฟอกเงินกู้กรุงไทย “โอ๊ค พานทองแท้” เผยโล่งใจขึ้น

ศาลยกฟ้องคดีฟอกเงินกู้กรุงไทย “โอ๊ค พานทองแท้” เผยโล่งใจขึ้น

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษายกฟ้อง นายพานทองแท้ คดีร่วมกันฟอกเงินปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ศาลชี้ไม่เป็นพิรุธ อีกทั้งมีทรัพย์สินมากกว่าเช็ค 10 ล้านที่ได้รับมา

วันที่ 25 พ.ย. เวลา 11.30 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาคดีที่คณะกรรมการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพานทองแท้ ชินวัตร ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบการฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5, 9 และ 60 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91

คดีนี้พนักงานอัยการยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 กรณีนายพานทองแท้ รับโอนเงินเป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาทเขาบัญชี โดยเงินเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำการทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีนายวิชัย กฤษดาธานนท์ ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับนายรัษฎา กฤษดาธานนท์ บุตรชาย และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ตกเป็นจำเลย คดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

คดีดังกล่าวศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกนายวิชัย และนายรัชฎา บุตรชายคนละ 12 ปี ขณะที่อัยการได้ยื่นฟ้องนายวิชัย นายรัชฎา และกลุ่มอดีตกรรมการบริษัทเอกชนในเครือกฤษดา รวม 6 คน ฐานฟอกเงินการปล่อยกู้ดังกล่าวต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ

ในชั้นพิจารณา นายพานทองแท้ ให้การปฏิเสธและต่อสู้คดีว่า ไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง โดยระบุว่าเงินที่เป็นเช็ค 10 ล้านบาท เป็นส่วนที่ร่วมลงทุนธุรกิจนำเข้ารถซุปเปอร์คาร์กับนายรัษฎา บุตรชายของนายวิชัย อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร ซึ่งนายพานทองแท้ ได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดีวงเงินประกัน 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

วันนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมา มีเพียงว่านายวิชัย คือผู้ถือหุ้นของกลุ่มกฤษดามหานคร และนายรัชฎา บุตรชายสนิทสนมกับครอบครัวจำเลย ขณะนั้น นายทักษิณ ชินวัตร บิดาของจำเลยเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงเพื่อนสนิทที่มีการใช้ชีวิตทำกิจกรรมคล้ายกัน

การรับเช็คจากนายวิชัยมา เป็นเพียงเพื่อการลงทุนนำเข้ารถยนต์หรู ระหว่างที่นายพานทองแท้ ได้รับเโอนเงินมามีการเบิกถอนเงิน คราวละ 5,000 – 20,000 บาท รวม 11 ครั้ง ไม่ได้เป็นพิรุธผิดสังเกตแต่อย่างใด ขณะที่จำเลยรับโอนเงินมีอายุ 26 ปี จบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมีทรัพย์สินมากกว่า 400 ล้านบาท เงินจำนวน 10 ล้านบาท ที่ได้รับหากเทียบแล้ว คิดเป็นเงินเพียง 0.025% เท่านั้น พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

ภายหลังออกจากห้องพิจารณา นายพานทองแท้, คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และน้องสาวอีก 2 คน มีสีหน้ายิ้มแย้ม โดยนายพานทองแท้ กล่าวสั้นๆว่า รู้สึกโล่งใจขึ้น ขณะที่คุณหญิงพจมาน กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจ ก่อนขึ้นรถยนต์เดินทางออกจากศาล. อย่างไรก็ตามคดีนี้ฝ่ายโจทก์สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภาย 1 เดือน นับจากวันอ่านคำพิพากษา (WORKPOINTNEWS)

Check Also

บิ๊กตู่ ยันมีกลไกตรวจสอบใช้เงินกู้ 1 ล้านล้าน ชี้รัฐบาลไม่ได้แค่ใช้เงินแต่บริหารให้ดีขึ้นด้วย

วันที่ 27 พ.ค. ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินแก้ไขโควิด 1 ล้านล้านบาท หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสนอหลักการ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *