Wednesday , September 18 2019
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / DSI ฟัน การหายตัว “บิลลี่” เข้าข่าย ฆาตกรรม

DSI ฟัน การหายตัว “บิลลี่” เข้าข่าย ฆาตกรรม

DSI ฟัน การหายตัว “บิลลี่” เข้าข่าย ฆาตกรรม หลังพบกะโหลกมนุษย์ พันธุกรรมตรงกับ แม่บิลลี่

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 62 เวลา 13.00 น. ดีเอสไอ แถลงความคืบหน้า คดีการหายตัวไปของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย

จากเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ในการกระทำความผิดทางอาญาอื่น กรณีหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นคดีพิเศษที่ต้องสอบสวนและสืบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ. 2547

พฤติการณ์กล่าวคือ นายพอละจีได้ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุม ในระหว่างนำน้ำผึ้งออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557

โดยเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมตัวอ้างว่าได้ปล่อยตัวนายพอละจี พร้อมรถจักรยานยนต์และนำน้ำผึ้งของกลางไปโดยไม่ได้ดำเนินคดี แต่นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายพอละจี และญาติ เชื่อว่า นายพอละจี หายสาบสูญไปโดยถูกบังคับ

ภายหลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนสืบสวน ได้มีการแต่งตั้งพนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษและมีการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน สืบสวนสอบสวนต่อเนื่องมาโดยตลอด

กระทั่งเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2562 และเมื่อวันที่ 22- 24 พฤษภาคม 2562 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ใช้เครื่องยานยนต์สำรวจใต้น้ำ และนักประดาน้ำจากกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตรวจหาพยานหลักฐานที่พื้นที่ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน

สามารถตรวจพบชิ้นส่วน กระดูกจำนวน 2 ชิ้น ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรจำนวน 1 ถัง เหล็กเส้นจำนวน 2 เส้น ฐานไม้จำนวน 4 ชิ้น และเศษฝาถังน้ำมัน

จากนั้นได้ส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำการตรวจพิสูจน์พบว่า วัตถุเป็นชิ้นส่วนกระดูกกะโหลกศีรษะข้างซ้ายของมนุษย์มีรอยไหม้ สีน้ำตาลร่วมกับรอยร้าว และการหดตัวของกระดูกจากการถูกความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 200 – 300 องศาเซลเซียส ตรวจพบสารพันธุกรรมตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ แม่ของ นาย พอละจี รักจงเจริญ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 – 30 สิงหาคม 2562 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ร่วมกับนักประดาน้ำ ตรวจหาพยานหลักฐานที่พื้นที่ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจาน ตรวจหาพยานหลักฐานพบชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มเติมอีก 20 ชิ้น

ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษเห็นว่า พฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่กระทำผิดครั้งนี้ เข้าข่ายลักษณะเป็นการฆาตกรรมโดยทรมาน และการบังคับบุคคลให้สูญหาย ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ

กลุ่มเครือข่ายชาวกะเหรี่ยง และชาวเลในประเทศไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึง DSI ทวงความเป็นธรรมให้บิลลี่

นายเกรียงไกร ชีช่วง ผู้ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยง เพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เทือกเขาตะนาวศรีภาคตะวันตก พร้อมกลุ่มเครือข่ายชาวกะเหรี่ยงและชาวเลในประเทศไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขอขอบคุณ และขอให้เร่งรัดสอบสวน หาผู้กระทำความผิด กรณีการเสียชีวิตของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงโดยมี พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดี เป็นผู้เดินทางมารับมอบหนังสือ

นายเกรียงไกร กล่าวว่า หลัง DSI ได้แถลงข่าวยืนยัน การพบศพของบิลลี่ซึ่งถูกฆาตกรรมอำพราง ในวันนี้ทางเครือข่ายจึงเดินทางมายื่นหนังสือขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ทำให้สังคมได้รับทราบความจริงว่าบิลลี่ไม่ได้หายตัวไปเองแต่ถูกฆาตกรรม ประกอบกับทางกลุ่มชาวกระเหรี่ยงและชาวเล อยากสื่อสารให้สังคมได้เข้าใจสังคมแบบพหุวัฒนธรรม เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่าเจ้าหน้าที่รัฐพยายามสร้างวาทกรรมให้สังคมมองชาวกะเหรี่ยงเป็นผู้บุกรุกพื้นที่ป่าทำไร่เลื่อนลอย

โดยในส่วนของคดีบิลลี่ ทางเครือข่ายฯ มีข้อเรียกร้อง สำคัญคืออยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ DSI กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เบื้องต้นยอมรับว่าการทำคดีมีความยาก เพราะระยะเวลาผ่านไปนานถึง 5 ปี แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้แล้ว ขอเวลาอีกสักระยะหนึ่งให้เจ้าหน้าที่ได้ทำสำนวนให้รัดกุม

โดยในวันที่ 5 ก.ย. 62 พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดี จะลงพื้นที่ไปเยี่ยมให้กำลังกับ มึนอ ภรรยาของบิลลี่

สำหรับ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ ชายหนุ่มกลุ่มชาติพันธุ์เชื้อสายกะเหรี่ยง เกิดที่บ้านบางกลอยบน จ.เพชรบุรี เป็นหลานชายของปู่คออี้ ผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์บางกลอยบนแห่งผืนป่าแก่งกระจาน หรือที่รู้จักกันในนาม “ใจแผ่นดิน” โดยบิลลี่ทำหน้าที่เป็นล่ามในการผลักดันการทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ เนื่องจากเจ้าตัวเรียนหนังสือและสื่อสารภาษาไทยได้ ก่อนหายตัวไป บิลลี่ทำงานเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ด้านชีวิตคู่ บิลลี่แต่งงานกับนางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มีนอ มีบุตรด้วยกัน 5 คน บิลลี่ไม่มีที่ดินทำกิน ภายหลังจากที่ถูกบังคับให้อพยพออกมาจากพื้นที่ดั้งเดิม จึงต้องออกไปรับจ้างเฝ้าสวน ส่วนภรรยามีอาชีพรับจ้างรายวันทั่วไป

บิลลี่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดของตนเอง ซึ่งบิลลี่ถือเป็นพยานปากสำคัญ และเป็นผู้ประสานงานในคดีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่บุกเผาทำลายทรัพย์สินตั้งแต่ปี 2553-2554 ก่อนจะหายตัวไปในวันที่ 17 เมษายน 2557 (EJAN)

 

Check Also

ฝ่ายค้านไม่ถอยอภิปรายถวายสัตย์แน่ แม้ศาล รธน.ไม่คำร้องไว้วินิจฉัย

จากกรณีที่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่ คำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 หรือไม่ โดยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *