Tuesday , March 19 2019
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / ซัด “ปู” ขี้ขลาด ?? ร่อนจม.ถึง “บิ๊กตู่” – “ไก่อู” ท้ายื่นหลักฐานโกงข้าวสู้ศาลปกครอง !!

ซัด “ปู” ขี้ขลาด ?? ร่อนจม.ถึง “บิ๊กตู่” – “ไก่อู” ท้ายื่นหลักฐานโกงข้าวสู้ศาลปกครอง !!

“พล.ต.สรรเสริญ” ปริปากท้า “ยิ่งลักษณ์” โร่ยื่นพยานหลักฐานสู้ศาลปกครองคดีโกงข้าว พร้อมอธิบายอย่างถี่ยิบให้ “ทนาย-ลูกพี่” ได้รับรู้ถึงความผิดตามพ.ร.บ.มาตรา 4 – ซัดจะร้องแหกปากกระเชอทำไมหากไม่ผิด ???
วันนี้ (14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คัดค้านการดำเนินการเรียกเก็บค่าเสียหายในโครงการจำนำข้าวด้วยการออกคำสั่งทางการปกครอง ว่า เนื่องจากนายกฯอยากให้สังคมเข้าใจ รับรู้ และรับทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและข้อกฎหมาย โดยสาเหตุที่รัฐบาลต้องดำเนินการต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะกระทรวงการคลังได้รับเรื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 18 ก.พ.58 ไม่ได้มโนขึ้นเอง เมื่อได้รับเรื่องนายกฯกับรมว.คลัง จึงต้องออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 รัฐบาลไม่ทำไม่ได้ เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติ และที่ต้องใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้เพราะในมาตรา 4 ระบุว่า เจ้าหน้าที่หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะกรรมการหรือฐานะอื่นใด ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จึงเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดยตำแหน่ง

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขอยื่นพยานหลักฐานนั้น ยินดีเลย ไม่เคยปิดกั้น แต่ต้องเท้าความว่า คณะกรรมการฯได้เคยเชิญมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกน.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบกลับมาว่าเชิญมาในฐานะอะไร พอคณะกรรมการฯตอบไป ครั้งที่ 2 ท่านก็ตอบกลับมาอีกว่าจะถามอะไร เข้าใจว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการตอบเป็นเอกสาร จะเป็นเพราะว่าท่านอธิบายความแล้วคนฟังไม่เข้าใจเลยเขียนมาดีกว่า ซึ่งการถามไปและตอบมาแบบนี้แสดงออกว่าท่านต้องการประวิงเวลา ไม่อยากมา ดังนั้น ไม่ใช่เราไม่เคยเชิญ แต่เขาไม่มา ตอนนี้หากอยากจะยื่นพยานหลักฐานเราก็ยินดี ยังไม่สาย ให้ยื่นมาเลย คณะกรรมการจะได้มีข้อเท็จจริงและรายละเอียดครบถ้วน แต่สิ่งที่ตอบมาครั้งก่อนๆ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอ่านสาระที่ตอบมาแล้วไม่สามารถเอามาใช้ได้เลย

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า กรณีทนายความถามว่าทำไมคนอื่นถึงไม่โดนแบบนี้นั้น ก็เพราะไม่มีใครทำผิดเหมือนน.ส.ยิ่งลักษณ์ การจะทำอย่างนี้ได้จะต้องมีหนังสือจากป.ป.ช.มา ไม่ใช่รัฐบาลมโน ถ้าแจ้งมาก็ดำเนินการ ไม่เคยละเว้น ส่วนที่มีความพยายามจะเบี่ยงเบนอีกว่าเรื่องนี้มีพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 โดยมาตรา 4 เขียนว่ามิให้ใช้บังคับแก่รัฐสภาและครม.นั้น ขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการดำเนินการกับครม. แต่เป็นการดำเนินการรายบุคคล อย่างไรก็ตาม กรณีนี้พล.อ.ประยุทธ์มีส่วนเกี่ยวพันเพียงครึ่งแรกเท่านั้น คือ ในขั้นของการลงนามร่วมกับการรมว.คลัง เพื่อออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เมื่อดำเนินการสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว การจะออกคำสั่งจะต้องดูในมาตรา 5 วรรคสองของพ.ร.บ.ดังกล่าวที่ระบุว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่ได้สังกัดหน่วยงานใดให้กระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้สังกัดหน่วยใด ดังนั้น คนลงนามจึงต้องเป็นรมว.คลัง

“คุณยิ่งลักษณ์กับทนายจะบ่นทำไม หากเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลกระทำอยู่ขณะนี้เป็นกระบวนการที่ผิด ไม่ถูกกฎหมาย จะมาสอนโจทก์ทำไม ปล่อยให้รัฐบาลทำแบบผิดๆ แบบนี้ไปสิ พอถึงขั้นศาลปกครอง ถ้าศาลปกครองเห็นด้วยกับคุณ คุณก็เป็นฝ่ายได้เปรียบ จะมาร้องแรกแหกกระเชอทำไม โดยทางนายกฯเน้นย้ำว่า เราจะดำเนินการทุกอย่างไปตามข้อกฎหมาย และนายกฯยังเป็นห่วงว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการดำเนินการตามโรดแมป มีเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องการสร้างความปรองดอง ท่านจึงไม่อยากให้สิ่งต่างๆ ที่หยิบยกขึ้นมาในสังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ประเทศไทยจะเดินหน้าได้ประชาชนต้องรู้ข้อเท็จจริง ถ้าผิดเพี้ยนการทำความเข้าใจจะยาก กรณีต่างๆ จึงต้องมีคำอธิบายออกมา

Check Also

ส่องทิศทางการเมืองสองขั้ว

เหลืออีกเพียง 12 วัน ก็จะถึงวันเลือกตั้ง ภาพใหญ่การเมืองจากที่มี 2 ฝ่าย พรรคฝั่งประชาธิปไตย กับ สืบทอดอำนาจ ให้ประชาชนตัดสินใจก่อนที่จะมีอีกทางเลือกชัดเจนขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย ทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยที่ต่างออกมาประกาศกันคนละจุดยืน แต่ปลายทางเดียวกัน เดิมที ...