Saturday , March 23 2019
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / สรุปพิษ “พายุปาบึก” กระทบ 18 จังหวัด เกือบ 7 แสนคน หลายพื้นที่ยังมีน้ำไหลหลาก

สรุปพิษ “พายุปาบึก” กระทบ 18 จังหวัด เกือบ 7 แสนคน หลายพื้นที่ยังมีน้ำไหลหลาก

ปภ.สรุปผลกระทบพายุโซนร้อน “ปาบึก” รวม 18 จังหวัด 90 อำเภอ 407 ตำบล 212,784 ครัวเรือน 696,189 คน ประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 8 จุด รวม 1,119 คน ภาพรวมสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว หลายพื้นที่ยังเกิดน้ำไหลหลาก

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2562 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดจากพายุโซนร้อนปาบึก ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. 2562 ซึ่งขณะนี้อ่อนกำลังจนเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงว่า อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ส่งผลกระทบในพื้นที่ 18 จังหวัด รวม 90 อำเภอ 407 ตำบล 2,635 หมู่บ้าน 133 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 212,784 ครัวเรือน 696,189 คน ประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 8 จุด รวม 1,119 คน จัดตั้งโรงครัวพระราชทานใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าศาลา อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร จัดตั้งโรงครัวประทานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครศรีธรรมราชและอำเภอสิชล ผู้เสียชีวิต 3 ราย นครศรีธรรมราช 2 ราย ปัตตานี 1 ราย ผู้สูญหายในจังหวัดปัตตานี 1 ราย

นายชยพลกล่าวว่า ทั้งนี้ จ.นครศรีธรรมราช เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ รวม 155 ตำบล 1,400 หมู่บ้าน 105 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 539,847 คน ยังคงมีน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.พิปูน อ.ช้างกลาง อ.ฉวาง และ อ.ชะอวด, จ.ปัตตานี เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ บ้านเรือนเสียหาย 594 หลัง ปิดศูนย์อพยพในพื้นที่แล้วทั้ง 22 จุด, จ.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ บ้านเรือนเสียหาย 19 หลัง ปิดศูนย์อพยพในพื้นที่แล้วทั้ง 27 จุด, จ.สงขลา เกิดวาตภัยและคลื่นซัดชายฝั่งในพื้นที่ 4 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 71,250 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 2,129 หลัง ถนนเสียหาย 5 สาย ปิดศูนย์อพยพแล้วทั้ง 56 จุด, จ.นราธิวาส เกิดวาตภัยในพื้นที่ 5 อำเภอ 7,062 คน สถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

จ.ชุมพร เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้รับผลกระทบ 2,121 คน ปัจจุบันเกิดน้ำไหลหลากจากคลองชุมพรเข้าท่วมอำเภอเมืองชุมพร, จ.ตรัง เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ รับผลกระทบ 8,419 คน, จ.พัทลุง เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 อำเภอ รับผลกระทบ 37,620 คน สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ปิดศูนย์อพยพแล้ว, จ.ระนอง เกิดน้ำไหลหลากในอำเภอกระบุรี รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18 คน สะพาน 1 แห่ง ปัจจุบันคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ, จ.กระบี่ เกิดอุทกภัยในอำเภอเขาพนม อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย สถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ, จ.ยะลา เกิดน้ำท่วมขังในอำเภอเมืองฯ ปิดศูนย์อพยพแล้วทั้ง 27 จุด, เพชรบุรี เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในอำเภอเมือง ประชาชนได้รับผลกระทบ 20 ครัวเรือน, จ.ประจวบคีรีขันธ์ เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 5 อำเภอ รับผลกระทบ 1,500 คน บ้านเรือนเสียหาย 77 หลัง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย เตรียมอพยพประชาชนไปยังศูนย์อพยพ อบต.แม่รำพึง 1 จุด 40 ครัวเรือน

จ.จันทบุรี เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 3 อำเภอ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย, จ.ตราด เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้รับผลกระทบ 69 ครัวเรือน, จ.ระยอง เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 3 อำเภอ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย, จ.สมุทรสาคร เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงในอำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้รับผลกระทบ 689 ครัวเรือน และ จ.สมุทรสงคราม เกิดน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ 2 อำเภอ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ทั้งนี้ กอปภ.ก โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกล เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง อีกทั้งซ่อมแซมสาธารณูปโภค โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประภัย โดยแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยให้บริการขนย้ายสิ่งของและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้วให้สำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้านเพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ (ผู้จัดการออนไลน์)

 

Check Also

กกต. มติเอกฉันท์ ประกาศให้ ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ชอบด้วยกฎหมาย

กกต. มีมติเอกฉันท์ ประกาศชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ ชอบด้วยกฎหมายและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ วันที่ 20 มีนาคม 2562 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งครั้งที่ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *