Tuesday , June 19 2018
Breaking News
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / “บิ๊กตู่” 4 ปีแห่งเส้นทาง “นายก” ไม่ยอมให้ใครหยามเกียรติไม่ใช่ตน แต่เป็นศักดิ์ศรีประเทศ

“บิ๊กตู่” 4 ปีแห่งเส้นทาง “นายก” ไม่ยอมให้ใครหยามเกียรติไม่ใช่ตน แต่เป็นศักดิ์ศรีประเทศ

ในระยะหลังมานี้ ได้มีการใช้โซเชียลมีเดียเผยแพร่คำพูด และข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อโจมตีรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างต่อเนื่อง  บางเว็บไซต์สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อสร้างความแตกแยก ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชน และกลุ่มที่กระทำการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงทั้งจากในประเทศและนอกประเทศ มีบางครั้งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่คนกระทำอยู่ต่างประเทศ

อีกทั้งยังพบมีความพยายามสร้างเว็บข่าวปลอมมากขึ้น ถือว่าเป็นไปตามคาดที่ช่วงใกล้จะเลือกตั้งจะมีการกระทำในลักษณะนี้มากขึ้น

ล่าสุดทางบิ๊กตู่”  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจ ยอมไม่ได้ถูกหยามเกียรตินายกรัฐมนตรีไทย บอกนายกฯเป็นมนุษย์ไม่ใช่เทวดา ลั่นผลงานทำมา 4 ปีไม่สูญเปล่า ปัดไม่เคยขึ้นหลังเสือ

ภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2561 พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนประจำทำเนียบ ว่า

วันนี้อยากบอกสื่อ ประชาชนทั้งประเทศ บอกบรรดานักการเมือง กลุ่มต่างๆ นักวิชาการ เด็ก นิสิต นักศึกษาว่า วันนี้เราควรต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย สร้างสิ่งที่ดีออกมาให้คนอื่นได้รับรู้มากกว่าจะไปทำสิ่งที่ไม่ดีผิดกฎหมาย หรือทำอะไรที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ประเทศของเราไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งตนพูดมาแล้วหลายครั้งว่า เรื่องสำคัญที่สุดคือการมีเสถียรภาพของประเทศ วันนี้บ้านเมืองไม่มีการปั่นป่วน ไม่มีการปิดถนน แต่สิ่งที่เราเจออยู่ในขณะนี้ก็คือการใช้โซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศไทย แต่ยอมรับว่า เรื่องเหล่านี้อาจสร้างกระแสความนิยมในการบริโภคได้ แต่ประเทศไทยเสียหาย ตนก็พูดได้เพียงเท่านี้ ไม่ได้ไปบังคับอะไรใคร

“การที่เข้ามาวันนี้ผมอยากจะบอกว่า ผมคิดของผมเอง ขอพูดให้ฟังว่า 4 ปี ที่ผ่านมา ผมพยายามที่จะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด คือ การทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่สำคัญ เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ เป็นตำแหน่งที่ทรงคุณค่า ผมบอกเสมอว่าตัวเองก็มีความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นความผิดของผมมีเพียงอย่างเดียวที่ผมรู้คือ ความเป็นมนุษย์ ซึ่งความเป็นมนุษย์จะต้องมีความผิดพลาด มีโมโห มีโกรธ นี่คือความเป็นมนุษย์ของผม

เพราะฉะนั้นในการเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะต้องมีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เป็นเรื่องสมมติออกมา ผมเป็นมนุษย์ ผมเป็นคน และผมทำงานเพื่อคน เพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทย ผมก็ต้องเป็นของผมแบบนี้

แต่ผมทำหน้าที่ตรงนี้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีสำหรับประเทศและต่างประเทศ แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าหลายคนพยายามที่จะทำลายเกียรติยศของนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่ผม เพราะนี่คือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เทียบง่ายๆนี่คือผู้นำในการบริหารประเทศ แล้วพวกสื่อก็เขียนกันไปกันมาจนตำแหน่งนี้เฟล (fail) ไปทั้งหมด

พวกคุณทำกันไปเพื่ออะไร แล้ววันข้างหน้าคุณคิดกันว่า นายกรัฐมนตรีประเทศไทยต้องเป็นอย่างนี้หรือ ต้องถูกด่าถูกว่า ให้ร้าย ใช้คำผรุสวาทตามโซเชียลมีเดียอย่างนี้หรือ สื่อต้องแก้ไข ไม่เช่นนั้นพอคนเข้ามาก็เป็นแบบเดิม ก็ไม่รู้จะทำกันไปทำไม ทำไปแล้ว ทำดีก็ไม่ได้ดี ทำไม่ดีก็ได้ดี อย่างนี้แล้วแต่พวก แล้วแต่ชอบ ผมว่าแบบนี้ประเทศไทยไปไม่ได้

ผมยอมรับว่าผมมีความผิด คือการมีความเป็นมนุษย์สูง และผมได้นั่งทบทวน 4 ปี ที่ผ่านมาว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ คือผมทำหน้าที่ของผม แต่ก็กำลังนึกว่า แล้วผมกำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ ต่อสู้เพื่อจะไปสู่ตำแหน่งที่ผมไม่เคยอยากเป็นมาก่อน เพื่อจะรักษาอำนาจ ผลประโยชน์ของผมหรือ ผมว่ามันไม่ใช่ ถ้าผมจะทำเรื่องนี้มีอย่างเดียวจะทำเสร็จหรือไม่เสร็จ แล้วทุกอย่างดีขึ้นหรือไม่นั่นคือสิ่งที่ผมคิดอยู่ แต่ผมไม่ได้มุ่งหวังว่าต้องต่อสู้เพื่อให้ได้อยู่นาน ทั้งหมดก็สุดแล้วแต่ประชาชน จะเห็นว่าวันนี้อะไรดีขึ้น อะไรที่มันแย่ลง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า “ในความคิดของผม มันมีปัญหาเยอะเราอาจจะแก้ได้สัก 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้แก้เลยไม่ใช่หรือ ที่ผ่านมาปัญหาต่างๆหลายเรื่องไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้เข้ามาแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหา ทั้งเรื่องการค้ามนุษย์ การแก้ไขกฎหมาย ถือเป็นสิ่งที่ดี ดังนั้นขอให้สื่อทุกคน ขอให้ช่วยกันด้วย ผมไม่ได้รังเกียจสื่อ ผมไม่ได้เอาใจสื่อ แต่เราเป็นประชาชนคนไทยด้วยกันทั้งหมด

เพราะฉะนั้นคนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ทำลายประเทศไทยของเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างความเข้าใจ การบิดเบือน การใช้ความรู้สึกในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีใครอยากทำงานให้ท่านหรอก จะมีแค่บางพวกเท่านั้นที่อยากทำให้ เอาใจคนเป็นกลุ่มๆไป แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีตรงนี้เป็นหน้าที่ที่มีเกียรติ หน้าที่ที่สำคัญคือดูแลประชาชนทั้งประเทศ

ไม่ว่าจะพรรคไหน จะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรีต้องอยู่ตรงกลาง เพื่อจะบังคับวิถีให้ทุกอย่างลงไปสู่ทุกจังหวัด ถึงทุกคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ซึ่งมันไม่ง่ายนักหรอก แต่ถ้าสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และวางพื้นฐานที่ดีไว้ให้ ก็น่าจะดีกว่าที่ไม่มีอะไรเลย มันจะกลายเป็นอย่างที่ทุกคนพูดว่ามันสูญเปล่า ผมไม่เห็นมันจะสูญเปล่าตรงไหน เพราะผลงานก็ปรากฎออกมาเยอะแยะไปหมด เป็นร้อยเป็นพัน

แต่ท่านก็มาบอกว่าสูญเปล่า ท่านบอกว่าลงจากหลังเสือ ผมไม่ได้คิดว่าผมขึ้นเสือที่ไหนมา หรือเป็นเสือที่ไหน วันนี้ผมขอพูดเปิดใจหน่อยก็แล้วกัน แล้วผมจะดูต่อไปแล้วกันว่าจะได้รับความร่วมมือแค่ไหนอย่างไร เพราะถ้ามันพูดกันไม่รู้เรื่องวันหน้าก็ไม่พูดกัน ก็แค่นั้น”

เมื่อถามว่า นายกฯไปอารมณ์เสียคอลัมน์ไหนมา นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้อารมณ์เสียอะไร ก็อารมณ์แบบนี้ ความเป็นมนุษย์ไง ตนก็ต้องให้รู้ว่านี่คือความเป็นมนุษย์ของตนเอง นายกรัฐมนตรีไม่ใช่เทพเทวดา มนุษย์จะเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ ถ้าเป็นเทวดามันไม่รู้หรอก พอแล้ว เบื่อ (ทีนิวส์)

 

Check Also

ยึดทรัพย์88ล้าน’อดีตบิ๊กพม.’ ปมโกงเงินคนจนพ่นพิษ

ปปง.ยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์ 88 ล้านบาท 3 บิ๊กพม. ทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง พร้อมกล่าวโทษฐานฟอกเงิน ชี้พฤติกรรมทุจริตเป็นขบวนการหมุนเงินเบิกจ่ายคืนผู้บริหารระดับสูง เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *