Saturday , December 16 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / ไม่เอา “นิวเคลียร์” “บิ๊กตู่” ยึดมติยูเอ็นคว่ำบาตรโสมแดง
mSQWlZdCq5b6ZLklbjDoJp8mBy6rUdz4

ไม่เอา “นิวเคลียร์” “บิ๊กตู่” ยึดมติยูเอ็นคว่ำบาตรโสมแดง

นายกฯยันทำตามมติยูเอ็นคว่ำบาตรโสมแดง ประกาศชัดไม่เอานิวเคลียร์ ส่วน”บิ๊กป้อม” ขอหารือหลังมะกันขอไทยร่วมคว่ำบาตรกิจการเกาหลีเหนือ เผยเป็นเรื่องระดับโลกต้องรอบคอบ ขณะเดียวสถานการณ์ขัดแย้งเพิ่มระดับความตึงเครียด”คิมน้อย”ไม่ยอมขู่ยิงขีปนาวุธถล่มเกาะกวมสั่งสอน “ทรัมป์” ฝ่ายเยอรมนีขอให้สองฝ่ายอดกลั้นไว้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานทางการสหรัฐอเมริกาขอให้ทางการไทยปิดบริษัทของประเทศเกาหลีเหนือในประเทศไทยว่า เรื่องนี้ เป็นการแก้ปัญหาระดับโลก ระดับสหประชาชาติ มีพันธกรณีและมติออกมาแล้ว เราก็ทำตามมติของเขาเท่านั้น

“สื่อจะไปร่วมความขัดแย้งกับเขาหรือ เราต้องวางจุดนั้นให้เหมาะสม เราสนับสนุนมติสหประชาชาติ และร่วมประณาม โดยหลายอย่างเราทำไปแล้ว หลายเรื่องสื่อไม่เข้าใจ พยายามเอาปัญหาอื่นมาใส่ให้เป็นปัญหาต่อประเทศของเรา ทั้งที่ปัญหาในประเทศของเราก็เยอะไปหมด แต่เราก็จำเป็นต้องทำตาม พันธะสัญญาหรือพันธะกรณี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

และว่า มีใครเห็นด้วยหรือไม่กับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ก็ไม่เห็นด้วย ก็ร่วมประณาม ถ้อยแถลงการณ์เราก็ออกไปแล้ว อะไรที่ไม่ควรขุดคุ้ยมาขยายความก็หยุดเสียบ้าง   และการที่รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา มาพูดคุยก็ไม่ได้มีอะไรใหม่กว่านี้ เราทำได้ก็ทำ ทำไมจะต้องไปสร้างเงื่อนไขนี่โน้น ประเทศเรามีศักดิ์ศรีหรือเปล่า ก็ต้องรักษาศักดิ์ศรีประเทศด้วย เราทำตามมติและมติอาเซียนก็มี สหประชาชาติก็มี เราทำทุกทาง แล้วจะให้ทำอะไรอีก อย่าเขียนให้ไปเป็นปัญหากับคนอื่นเขา

ขณะที่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการของฝ่ายความมั่นคง หลังประเทศสหรัฐอเมริกา   เสนอให้ประเทศไทยปิดกิจการของเกาหลีเหนือในไทยทั้งหมดว่า ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร เพราะเราต้องดู ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประชุมอะไรกัน

เมื่อถามว่า จะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกเข้าใจว่าเลือกข้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้พิจารณาอะไร และคงต้องหารือกันก่อน เพราะเป็นเรื่องระหว่างประเทศ เมื่อถามย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องระดับโลก หากเราทำตามสหรัฐฯ มากเกินไปจะส่งผลเสียต่อไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวสั้นๆ ว่า ก็เป็นอย่างที่คุณถามมา
ขณะเดียวกันสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดอย่างหนัก เมื่อทางการเกาหลีเหนือระบุว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

ได้สั่งให้ดำเนินการพิจารณา

อย่างรอบคอบต่อแผนการที่จะยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง”ฮวาซอง-12″ โจมตีดินแดนของสหรัฐในพื้นที่โดยรอบเกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นฐานทัพทางยุทธศาสตร์ของเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐ

ด้านโฆษกกองกำลังยุทธศาสตร์แห่งกองทัพประชาชนเกาหลี (เคพีเอ) กล่าวว่า “แผนการดังกล่าวจะนำแจ้งให้ท่านผู้บัญชาการสูงสุดรับทราบในเร็ววันหลังดำเนินการพิจารณาและสรุปครบถ้วน โดยจะมีการดำเนินแผนการนี้ด้วยความพร้อมเพรียงและต่อเนื่อง เมื่อนายคิม จอง อึน ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองกำลังนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ได้มีการตัดสินใจ”

ท่าทีดังกล่าวของเกาหลีเหนือยิ่งทำให้ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงการเผชิญหน้าระหว่างเกาหลีเหนือ และสหรัฐ เพิ่มสูงขึ้นทันที

คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาแสดงความเห็นต่อกรณีเกาหลีเหนือ ว่า เกาหลีเหนือไม่ควรจะกระทำการใดๆ ที่เป็นการข่มขู่สหรัฐอีก ไม่เช่นนั้นจะต้องเจอกับไฟและความเดือดดาลชนิดที่โลกไม่เคยเห็น

ด้านหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐว่า เกาหลีเหนือกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งสามารถโจมตีสหรัฐได้อย่างรวดเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้

ขณะเดียวกันโฆษกกระทรวงต่างประเทศเยอรมนี แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า เยอรมนีติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งของสองฝ่ายที่ปะทุขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลีด้วยความกังวลอย่างยิ่ง เยอรมนีจึงขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนต่อกัน และเชื่อมั่นว่า การใช้วิธีทางทหารไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องเพื่อให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ประชาคมโลกบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรกับเกาหลีเหนือที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติรับรองไปเมื่อเร็วๆนี้  โฆษกต่างประเทศเยอรมนีกล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องคงความพยายามผลักดันกระบวนการทางการทูตไว้ เนื่องจากเป็นหนทางเดียวที่จะควบคุมโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

‘บิ๊กตู่’ยันตุลาคมเยือนมะกันพบ‘ทรัมป์’ชัวร์รมต.ตปท.สหรัฐฯเข้าหารือ

“นายกฯลุงตู่”ยืนยันบินเยือน“สหรัฐ” ตุลาฯนี้แน่ เผย “ทรัมป์” ไม่ตั้งเงื่อนไข ลดความสัมพันธ์ ย้ำไทยปฏิบัติตามกรอบ
“สหประชาชาติ-อาเซียน” พร้อมแจงต่างชาติไม่เชิญเยือน ไม่ใช่รังเกียจ ติดปัญหาข้อกฎหมาย ด้าน รมต.ต่างประเทศ สหรัฐ เข้าเยี่ยม “นายกฯ” หารือหลายมิติ เผย
นักลงทุนสนใจลงทุนในไทย

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการว่า เบื้องต้นตนจะเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขหรือลดความสัมพันธ์อะไร เนื่องจากไทยเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นมิตรประเทศร่วมกันมายาวนานนับร้อยปี ฉะนั้นเป็นเรื่องการหารือ การแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน ท่าทีต่างๆ เราก็แสดงชัดเจนไปแล้ว เราปฏิบัติตามมติพันธะกรณีต่างๆ ของสหประชาชาติที่มีอยู่ พร้อมทั้งได้มีการประกาศท่าทีที่ชัดเจนไปในกรอบอาเซียนด้วยแล้ว เรื่องนี้อย่าให้มาเป็นเงื่อนไขกันเลย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าส่วนการหารือกับ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงบ่ายนั้น โดยเหตุผลที่
นายเร็กซ์ เดินทางมาเพื่อประชุมระดับกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนกับสหรัฐอเมริกา จึงถือโอกาสมาพบปะกับตนเพื่อพูดคุยประเด็นการเตรียมความพร้อมพบปะระหว่างตนกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในระยะเวลาอันใกล้นี้ รวมถึงการหารือความร่วมมือในทุกด้าน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน คงอยู่ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่มีอะไร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่าส่วนกรณีที่ตนได้พูดว่ามีบางประเทศไม่เชิญไปเยือนอย่างเป็นทางการนั้น ขอให้เข้าใจว่ามี 2 อย่าง
ถ้าเป็นเรื่องการประชุม เช่น การประชุมอาเซียน การประชุม จี 7 การประชุม จี 20 การประชุมเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน การประชุมสหประชาชาติ เป็นต้น ตนเดินทางไปหมดรวมถึสหรัฐอเมริกาด้วย ถ้าเป็นเรื่องการประชุม ตนไปได้ทุกประเทศแต่การเยือนอย่างเป็นทางการ ตนไปไม่ได้เพราะเป็นผู้นำรัฐบาลแบบนี้ คนละประเด็นกัน

“ไม่ใช่ว่า เขารังเกียจอะไรแต่กฎหมายเขาเป็นอย่างนั้น อันนี้ เป็นสถานการณ์วันข้างหน้าที่ทุกอย่างจะกลับมาที่เดิมเป็นปกติ แต่วันนี้การค้า การลงทุน ความร่วมมือต่างๆ ทุกประเทศผ่านทางเอกอัครราชทูต สมาคมธุรกิจการค้า การลงทุน ทั้ง สหรัฐอเมริกา อียู ออสเตรเลีย ทุกประเทศมาพูดคุยกันหมด อันนี้ เป็นเรื่องทางการเมือง ก็ต้องเข้าใจกัน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ภายหลังเข้าพบครั้งนี้ โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายกล่าวยินดีที่ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้น ที่ผ่านมามีหารือระดับสูงหลายครั้งโดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์และความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาที่มาอย่างยาวนานและเห็นว่าสหรัฐฯมีบทบาทอย่างมากในประชาคมโลกทั้งในเรื่องความมั่นคง การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติและภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น โดยประเทศไทย พร้อมให้การสนับสนุนในฐานะประเทศที่มีส่วนรับผิดชอบต่อความมั่นคงและความผาสุกของประชาคมโลก

ในด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศยินดีต่อความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยเห็นพ้องว่า ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศถือเป็นจุดเด่นของความสัมพันธ์ ซึ่งปัจจุบันภาคเอกชนของทั้งสองประเทศต่างๆ เข้าไปลงทุนเพิ่มมากขึ้นทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะช่วยพิจารณาอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนทั้งสองประเทศเข้าไปเพิ่มขึ้น นายกฯ ระบุว่า ไทยกำลังพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ภายใต้ นโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป้าหมายสำคัญแห่งหนึ่งได้แก่ พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาที่จะพัฒนาการใช้งานเชิงพาณิชย์ด้วยอีกภารกิจหนึ่ง โดยมีนักลงทุนสหรัฐฯ หลายรายที่สนใจเข้ามาลงทุน นายกรัฐมนตรีหวังว่า เอกชนรายอื่นๆ ของสหรัฐฯจะให้ความสนใจพิจารณาโอกาสการลงทุนในอีอีซี และพื้นที่อู่ตะเภาเพิ่มขึ้นอีก

ส่วนในประเด็นการต่อต้านการค้ามนุษย์ นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างสูงตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งและได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติจนถึงปัจจุบัน โดยที่ผ่านมา การดำเนินการมีความคืบหน้าไปอย่างมากในทุกด้าน

ในด้านสถานการณ์การเมืองไทย นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลยึดมั่นและดำเนินการตามโรดแมปที่วางไว้เพื่อให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่มีคุณภาพและยั่งยืน ในส่วนการเดินทางเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ทาง นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน หวังว่าจะได้มีโอกาสต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ในเร็วๆ นี้ โดยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม

จากนั้น เวลา 14.45 น. นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมคณะ ได้เดินทางมาลงนามในสมุดหลวงแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

“บิ๊กตู่”เล็งเพิ่มศักยภาพกรมน้ำ หั่นโอนหน่วยงานเข้าสังกัดสำนักนายกฯคุมเก็บกัก-ระบายส่งน้ำครอบคลุมทุกระบบ ชี้เอ็นจีโอขวางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลำบาก
เจอ “เอ็นจีโอ” ขวาง “บิ๊กตู่” รับเหตุโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมอืด
9 ส.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวก่อนการเป็นประธานประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติว่า ตนวางแผนจะทำให้กรมทรัพยากรน้ำหรือกรมน้ำมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ให้รับผิดชอบในเรื่องการบริหารจัดการน้ำด้วยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ โดยอาจจะมีการปรับโอนบางส่วนให้มาอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ และเป็นแกนนำที่จะพัฒนา ในเรื่องของการเก็บกักน้ำ ระบายน้ำ ส่งน้ำ ซึ่งต้องทำให้เรียบร้อย วันนี้เราทำทั่วทุกพื้นที่ แต่ในเรื่องการแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นแผนใหญ่ ขณะนี้ทำค่อนข้างยาก   เพราะมีปัญหาติดขัดเรื่องที่ดินของประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา น้ำท่วมที่นา 5 ล้านไร่ ว่า ก็กำลังแก้ไขอยู่ พยายามที่จะระบายน้ำออกในเมื่อพื้นที่เป็นพื้นที่ต่ำ แต่ไม่มีเส้นทางระบายน้ำ จึงขังท่วมอยู่แบบนั้น ต้องแก้ด้วยการปรับพื้นที่ ตรงไหนที่น้ำท่วมตลอดปี จะเพาะปลูกได้ไหม ดังนั้น ต้องไปสร้างความเข้าใจกับประชาชน ตรงไหนที่น้ำท่วมซ้ำซาก แล้งซ้ำซาก ถ้าน้ำไม่มีก็ต้องไปทำอย่างอื่น ไม่ใช่รัฐบาลจะต้องมาหาน้ำมาให้ตลอด เมื่อไปไม่ได้ก็ต้องยอมรับสภาพตรงนี้ ตามสภาพพื้นที่ และปรับเปลี่ยน ไม่ใช่ไปบังคับ ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ไปไม่ได้ อยากได้หมดเลย แต่ไม่ช่วยกันทำความเข้าใจแล้วจะทำได้อย่างไร

“การประชุมวันนี้จะหาแผนงานโครงการที่จะลงได้ในพื้นที่ คงลดได้ไม่ทันที ไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ การที่จะระบายน้ำออก ขุดลอกคูคลอง ขยายลำน้ำจะทำได้ไหม เพราะเดียวเอ็นจีโอก็ออกมาคัดค้านเรื่องระบบนิเวศอีก แล้วจะให้ทำอย่างไร สื่อต้องไปทำความเข้าใจตรงนี้ ไม่ใช่ให้รัฐบาลนี้ทำอะไรก็ทำ แล้วพอไม่เกิดขึ้นก็บอกว่า รัฐบาลไม่ทำ รัฐบาลทำทุกแผน แต่ทำไม่ได้เลย เพราะประชาชนไม่ยินยอม แล้วใครจะรับผิดชอบกับผมบ้าง เอ็นจีโอที่คัดค้านจะว่า อย่างไรน้ำท่วมออกมาพูดบ้างไหม ไปขอร้องเขามา ผมก็ต้องทำให้ได้ อย่างน้อยก็ 30 เปอร์เซ็นต์ มันทำไม่ได้ทุกอย่าง ทุกอันปัญหาซับซ้อนกันไปหมด ประเทศนี้มีปัญหาเยอะผมก็พยามทำให้ดีที่สุด” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ในพื้นที่เพาะปลูกจว่า บางพื้นที่เขาก็ไม่ให้ บางทีก็ไม่ยอม น้ำท่วมก็จะปลูกอย่างนั้น พอถึงเวลาก็ได้เงินเยียวยาไป

Check Also

1-1

พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์หลังอียูหันหน้าจับมือทางการเมืองกับไทยในทุกรูปแบบ

วันที่ 13 ธ.ค. พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ กรณีที่ข้อมติของที่ประชุมคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศกรณีความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560 รวม 14 ข้อ (“ข้อมติ”) โดยระบุว่าจะติดต่อทางการเมืองกับประเทศไทยนั้น โดยทางพรรคเพื่อไทยได้แถลงดังนี้ 1.พรรคเพื่อไทยตระหนักถึงคุณค่าของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรปซึ่งมีมายาวนาน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>