Tuesday , October 17 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / “บิ๊กตู่” ปัดตอบศาลยกฟ้องคดีสลายพธม.
1

“บิ๊กตู่” ปัดตอบศาลยกฟ้องคดีสลายพธม.

2 ส.ค.60 เวลา 17.35 น. ที่บน.6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี    กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่จังหวัดสกลนคร ถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณายกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรปี 2551 ว่า “ยังไม่ทราบเรื่อง ทุกอย่างเป็นเรื่องของศาล”

ป.ป.ช.ไม่แน่ใจอุทธรณ์คดี พธม.หรือไม่

2 ส.ค.60 นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายกฟ้องคดีที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และพวกรวม 4 คน สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 ว่า คาดว่า หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะรายงานคำพิพากษาคดีดังกล่าวให้กับที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.รับทราบโดยเร็ว เพื่อนำคำพิพากษาที่ศาลฎีกาฯ มาดูอย่างละเอียดว่าเป็นอย่างไร

ส่วนป.ป.ช.จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาฯตามรัฐธรรมนูญปี 60 หรือไม่นั้นยังไม่แน่ใจ เพราะคณะกรรมการป.ป.ช.ต้องนำคำพิพากษามาดูก่อน ทั้งเรื่องข้อกฎหมาย พยานหลักฐานและเหตุผลที่ศาลฎีกาฯยกฟ้องเพราะอะไร จากนั้นคณะกรรมการป.ป.ช.จะพิจารณาร่วมกัน ก่อนจะมีมีมติออกมาว่าจะอุทธรณ์หรือไม่

“วิชา”ปล่อยวาง “ยกฟ้อง”สลายพธม. ชี้ขึ้นอยู่ ป.ป.ช. ชุดใหม่ ชง อุทธรณ์

2 ส.ค.60 นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ตามที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ฟ้องกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปี 51 ว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกใดๆ กับคำตัดสิน เพราะเป็นดุลพินิจของศาลฯ เรื่องนี้เราทำเสร็จและผ่านไปแล้ว ไม่กังวลใดๆ เราทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุด

เมื่อถามว่า เมื่อศาลยกฟ้อง ป.ป.ช.ในฐานะโจทก์ฟ้องคดีนี้ สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญปี 60 ป.ป.ช.สามารถอุทธรณ์ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันจะดำเนินการหรือไม่ตนไม่ยุ่งเกี่ยวเพราะพ้นตำแหน่งมาแล้ว

กกต.หน้าแหก ศาลไม่รับคำร้องตีความกม.ลูก

2 ส.ค.60 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ที่ยื่นให้พิจารณาวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย(พ.ร.ป.กกต.)มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 27 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก ไม่รับคำร้องของกกต.ไว้พิจารณา เนื่องจากการส่งคำร้องของกกต.ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพราะขณะนี้ยังเป็นเพียงร่างกฎหมาย จึงเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (1) มาตรา 232 ประกอบมาตรา 148 และมาตรา 263 ได้กำหนดให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เสนอความเห็นต่อประธานสนช. หรือให้นายกรัฐมนตรี ส่งความเห็นมายังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากกฎหมายประกาศใช้แล้วตามความหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 หน่วยงานหรือองค์กรที่เห็นว่าอำนาจหน้าที่ของตนเองมีปัญหา ก็สามารถใช้สิทธิยื่นตรงได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210(2)

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนกรณีที่กกต.บางคนจะใช้สิทธิส่วนตัวในการยื่นคำร้อง ตามรัฐธรรมนูญ มาตา 213 นายพิมล กล่าวว่า  มาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของการกระทำที่กระทบสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งตรงนี้ศาลก็ได้วางแนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณาว่าผ่านการพิจารณาการเยียวยาจากองค์กรที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ศาลลำบากใจ และต้องระมัดระวังในการพิจารณา เพราะหากใช้อำนาจกว้างมากเกินไป ก็อาจไปกระทบอำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่นอีกทั้งขณะนี้อยู่ในระหว่างที่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กำลังยกร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลก็ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป

นายพิมล กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันช่วงเช้า ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ร่วมหารือกับประธานองค์อิสระอื่นๆเพื่อพิจารณาการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 วรรคสอง ที่ได้ผ่านความเห็นชอบองค์กรอิสระมาปรับปรุงแก้ไขในความเห็นและข้อเสนอขององค์กรต่างๆ มาแล้ว ที่ประชุมมอบหมายให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ส่งร่างฯดังกล่าวภายใน 2 สัปดาห์ สนช.และนายกฯ เพื่อรับฟังความคิดตามมาตรา 219 วรรค 2 อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นการกำลักษณะการกระทำที่ถือเป็นความผิดทางจริยธรรม ก็ถือว่ากำหนดอย่างครอบคลุมชัดเจน เมื่อประกาศใช้ หากมีการร้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่ากระทำผิดจริยธรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ก็จะนำร่างดังกล่าวเป็นมาตรฐานในการพิจารณา

“ครม.” ไฟเขียวพ.ร.บ. 7 ชั่วโคตร จ้องหาประโยชน์ใส่ตัวมากกว่าส่วนรวม เอาผิดขรก.ทุกรายที่ทุจริต 4 ลำดับชั้นญาติ พ่อแม่-เมีย(กิ๊ก)-ลูก-พี่น้อง กระทั่ง‘ซองตราครุฑ-ไฟหลวง’ก็ห้ามใช้

เมื่อวันที่ 1สิงหาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พรบ.)ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม หรือเรียกอีกชื่อว่ากฎหมาย 7 ชั่วโคตร โดยมีที่มาจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ซึ่งร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธานสปท.ระบุว่า กฎหมายนี้ผลงานชิ้นโบว์แดง แต่ไม่ทราบว่าจะเข้าครม.วันนี้ ซึ่งกฏหมายนี้เป็นความตั้งใจที่รัฐบาลจะให้ข้าราชการมีความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน โดยจะบังคับใช้กับข้าราชการทุกคน ทุกตำแหน่ง ข้าราชการการเมือง รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือเอกชนที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการของรัฐ ซึ่งจะดำเนินการทุกระดับพร้อมคู่สมรส ทั้งจดทะเบียน หรือไม่ แต่ต้องพิสูจน์ทราบได้ว่า ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน รวมทั้งครอบคลุมไปถึงญาติ 4ลำดับ คือ 1.ผู้สืบสันดาน 2.บุพพการี 3.คู่สมรสและ4.พี่น้องและบุตรบุญธรรม

ทั้งนี้ กำหนดหลักเกณฑ์สำคัญคือ 1.ห้ามกระทำการขัดระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม 2.ห้ามรับของขวัญ ของที่ระลึก เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวนเป็นเงินได้ แต่ถ้าให้ตามประเพณีนิยมสามารถรับได้ โดยจะมีการออกกฎหมายลูกตามมาต่อไป 2.ผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและมีอำนาจกำกับดูแลโดยตรงในหน่วยใด หลังจากพ้นตำแหน่งจะไม่สามารถยุ่งเกี่ยว เป็นกรรมการ หรือเป็นที่ปรึกษาใดๆในหน่วยงานนั้นไม่ได้ภายในเวลา 2 ปี และ3.การกระทำการใดๆที่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับของทางราชการ ที่ตนรับรู้ระหว่างดำรงตำแหน่ง และให้ข้อมูลลับนั้นเป็นไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง เป็นไปเพื่อทุจริต ไม่สามารถทำได้

‘ที่ประชุมครม.ถามกันมากมายว่า ในวันข้างหน้าใครจะกล้าเป็นเจ้าที่รัฐก็ต้องบอกว่าถ้าเราตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อประชาชน เราต้องพร้อมถูกตรวจสอบ ทุกประเทศที่เจริญแล้วก็มีกฎหมายนี้ทั้งนั้น ซึ่งหมายรวมการแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้ายก็โดน เอาซองจดหมายตราครุฑของราชการ หยิบเงินใส่ช่วยงานศพก็โดน เอาโทรศัพท์มือถือชาร์ทไฟหลวงก็โดน ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุว่า ถ้าตีความกันแบบนี้ก็จะเวอร์ไป ซึ่งต้องมีการออกกฎหมายลูก กฎระเบียบของแต่ละหน่วยงานว่า อนุญาตให้อะไรแค่ไหนอย่างไร จะเสียบโทรศัทพ์ได้กี่ชั่วโมง เป็นต้น”พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

 

 

Check Also

1-1

“ทักษิณ”ดิ้นพล่าน! กรณีหมิ่นสถาบัน

ทักษิณ อยู่ไม่เป็นสุข ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ส่วน “เอาผิด” คนให้ร้ายกล่าวหาตัวว่าหมิ่นสถาบัน หลังถูกแฉ “ความต่ำตม” สมัยนั่งเก้าอี้นายกฯ กับแผนโค่นล้มสถาบันฯ ด้านปปช.จ่อปัดฝุ่นคดีที่ยังไม่หมดอายุความ นับตั้งแต่ถูกยึดอำนาจไปเมื่อ 19 ก.ย.49 ทักษิณ ชินวัตร ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>