Friday , November 17 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / บอกว่าอย่ามายุ่ง “บิ๊กตู่” โวยสื่อปูดโผโยกย้ายนายทหาร
1

บอกว่าอย่ามายุ่ง “บิ๊กตู่” โวยสื่อปูดโผโยกย้ายนายทหาร

12 ก.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์อย่างมีอารมณ์ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารว่า พวกสื่อชอบยุ่งกันแต่เรื่องเหล่านี้ ปรับย้ายแต่งตั้งปลัดกระทรวง เอาอะไรมาคิด เขียนกันทุกวันแล้วถ้าไม่ได้ขึ้นมาให้ไปฟ้องพวกสื่อแล้วกัน ทั้งเรื่องตั้งผู้บัญชาการทหารบก ตั้งปลัดกระทรวง สื่ออยู่ในคณะกรรมการจัดตั้งกันหรือไม่ ไม่อยู่ก็ไม่ต้องมาพูด จะมาบอกกันว่าไม่เขียนถึงได้อย่างไรในเมื่อตนก็เห็นอยู่ทุกวัน

“บิ๊กตู่”นั่งหัวโต๊ะถกปฏิรูปประเทศ อวดผลงานต่างจากช่วงปฏิวัติปี57

12 ก.ค.60  ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อวางอนาคตของประเทศที่เป็นการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่ครอบคลุมในหลายประเด็นซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ขออย่ามองแต่ประเด็นการเมืองอย่างเดียว เพราะอนาคตของประเทศโดยเฉพาะการยกระดับรายได้ให้พ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการ และที่สำคัญเรื่องกฎหมายที่ต้องเอากฎหมายทั้งประเทศมาดูว่าจะมีการปรับปรุงพัฒนาไปอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องเอากฎหมายต่างประเทศมาดูว่า เราจะต้องปรับตรงไหน ทำอย่างไรให้เป็นสากลมากที่สุด ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับอัตลักษณ์ความเป็นไทย ตนอยากให้คนไทยให้ความสำคัญกับกฎหมายมากขึ้น อย่ามองว่ากฎหมายคือสิ่งที่บังคับเรา ควบคุมเรา รัฐบาลไม่ต้องการบังคับประชาชน เราต้องการมุ่งเน้นให้กฎหมายมีการอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนให้ทั่วถึง ให้กระบวนการยุติธรรมเป็นที่ไว้วางใจ กฎหมายไหนที่จะต้องให้เร็วในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ตนได้กำหนดว่า เรื่องใดก็ตามที่มีผลกระทบจะต้องมีมาตรการรองรับก่อนที่กฎหมายจะออกมาเพื่อไม่ให้เกิดอย่างที่ผ่านมา ซึ่งมีหลายอย่างที่ไม่เข้าใจ ไม่ใช่ข้อบกพร่องของใคร เพียงแต่เป็นการรวบรวมกฎหมายที่มีอยู่เดิมมาใส่ในกฎหมายใหม่ ทั้งที่กฎหมายก็มีอยู่แล้ว แต่ไม่ปฏิบัติก็ทำให้เกิดปัญหา อย่ามองว่าเป็นเรื่องการเมืองอย่างเดียว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้มีหลายเรื่องที่ปฏิรูปไปแล้ว อยากให้ทุกคนย้อนกลับไปดูว่าวันนี้ ต่างจากวันที่ 22 พ.ค.57 วันนั้นมีวาระการปฏิรูป 11 วาระ ซึ่งสปท. ได้นำไปขับเคลื่อนออกเป็น 37 วาระในการปฏิรูป ซึ่งจะนำไปจัดอยู่ในกล่องเดิม 11 วาระให้ได้ เมื่อทำเสร็จเรียบร้อย ก็ไปดูกิจกรรมในวาระต่างๆ ก็จะออกมาเป็นแผนปฏิรูปที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 6 ยุทธศาสตร์ แล้วจึงไปขับเคลื่อนในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูป ซึ่ง ทั้ง 11 คณะต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ขอความกรุณาสื่อและประชาชน ช่วยกันติดตาม เพราะเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน เป็นเรื่องที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นและมั่งคงไปอย่างก้าวหน้า ซึ่งทุกคนจะได้ประโยชน์และผลตอบแทนที่สูงขึ้น ดีขึ้น แต่ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือวันนี้ การปฏิรูปทุกอย่างไม่มีวันสำเร็จ

“หลายประเทศเขาใช้การปฏิรูป โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เขาไม่สนใจความขัดแย้ง เมื่อปฏิรูปไม่ได้ เขาก็ใช้กฎหมายเอา ซึ่งประเทศเราทำไม่ได้ เพราะเราไม่เคยชินกับการบังคับใช้กฎหมาย เราไม่ยอมรับในกฎหมายหลายอย่าง สิ่งสำคัญต้องสร้างความเข้าใจร่วมกัน เดินไปสู่เป้าหมายอันเดียวกัน วันนี้รัฐบาลมองเป้าหมายที่ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกรายได้ ทำอย่างไรให้คนเหล่านั้นได้ประโยชน์จากการปฏิรูปประเทศ ผมก็คาดหวังกับรัฐบาลและคสช. ท่านจะคาดหวังกับผมหรือไม่ก็ไม่รู้ หรือท่านจะไปฟังคนอื่นก็ตามใจ ก็ไปดูวันหน้าแล้วกัน ถ้าไม่ร่วมมือวันนี้ก็ไปร่วมวันหน้ากับใครก็แล้วแต่ ไปดูสิว่าจะทำสำเร็จไหม ทั้งรัฐบาลนี้ รัฐบาลหน้าไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องร่วมมือกัน ถ้าขัดแย้งกันวันนี้ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องการเมือง และเรื่องอื่นๆ แล้วก็มาขัดแย้งกันเหมือนเดิม แล้วใครจะรับผิดชอบ ก็ต้องมาที่นายกรัฐมนตรีและคสช.ที่ต้องรับผิดชอบ อย่างไรผมก็รับอยู่แล้ว แต่ผมจะไม่ให้ไปสู่ตรงนั้น” นายกฯ กล่าว

นายกฯแนะ3ปม แนวทางหลักปฏิรูปตำรวจ

นายกฯแนะ 3 แนวทางปฏิรูปตำรวจ ย้ำพร้อมพัฒนากองทัพ ต้องมองทั้งระบบ เล็งให้นายพลช่วยงาน กอ.รมน. มากขึ้น ด้าน “บิ๊กป้อม” ลั่นทหารไม่อยากยุ่งการเมือง ยังแทงกั๊กอนาคตไร้ปฏิวัติ ‘บุญสร้าง’ระบุประชุมปฏิรูปตร.นัดแรก12กค.วางกรอบทำงาน ถกสัปดาห์ 2วัน จ่อเปิดเว็บไซต์รับฟังทุกความเห็น มั่นใจเดินหน้าตามกรอบกรอบเวลา 9เดือนที่”บิ๊กตู่”วางไว้

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงกรณีการเขียนข้อสั่งการด้วยลายมือตนเอง 13 หน้า เพื่อมอบให้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ดำเนินการว่าได้สรุปและเขียนด้วยลายมือของตัวเอง เพื่อให้แนวทางการปฏิรูปซึ่งเป็นการรวบรวมความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ( สปท. )และความเห็นจากสื่อมวลชน

โดยแบ่งเป็น 3 เรื่องหลักคือ1.การปฏิรูปองค์กร ว่า จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ขึ้นอยู่กับกระทรวงใด 2.การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมกฎหมายที่ตำรวจใช้และการสอบสวนและ3.การปฏิรูปบุคลากร การดูแลชั้นผู้น้อย ให้เกิดความเป็นธรรม โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่มีหลายประเภท ต้องทำให้ชัดเจน หากจัดสรรได้เหมาะสม ก็จะได้ไม่ไปหาจากวิธีที่ไม่ถูกต้อง ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งตนจะรับฟังให้มากและสรุปลงไป จะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า จึงขออย่าถามมากเกินไปเพราะจะเกิดความกดดันกลับมาแล้วจะปฏิรูปสำเร็จได้อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงที่มีข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปกองทัพด้วยว่าคงไม่ใช่แบบเดียวกันกับการปฏิรูปตำรวจเพราะการปฏิรูปกองทัพ ต้องใช้คำว่าพัฒนากองทัพโดยได้มียุทธศาสตร์อยู่แล้วช่วง10-15ปีทั้งในด้านบุคลากร อุปกรณ์และเทคโนโลยีซึ่งบางอย่าง อาทิเช่นอาวุธยุทโธปกรณ์มีการใช้งานมายาวนานเช่น รถถังที่ใช้มากว่า30-40 ปีวันหน้าอาจจะลดจำนวนให้น้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อไม่ให้เสียเวลาซ่อมแซม

“การพัฒนากองทัพต้องมองทั้งระบบ รวมถึงตำแหน่งที่มีหลายคนมองว่ามีตำแหน่งนายพลจำนวนมากนั้นก็ต้องนำคนเหล่านี้มาทำงาน มอบหมายภารกิจและจัดลงกล่องของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรให้มากขึ้น เพื่อทำงานในด้านความมั่นคงร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งการลดจำนวนกำลังพล ก็จะลดไปตามปี หรือตามสถานการณ์ที่มี ไม่ใช่จะปลดออกทีเดียวทั้งหมด ซึ่งขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ ยืนยันรับฟังทุกเรื่อง”นายกรัฐมนตรี ย้ำ

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ถึงเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปกองทัพพร้อมๆกับปฏิรูปตำรวจว่า กองทัพปฏิรูปมาตลอดอยู่แล้วในทุกเรื่องเมื่อถามว่าสิ่งที่เขาอยากให้ปฏิรูป คือ ไม่ให้ทหารทำรัฐประหารอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า”คราวนี้ที่ทำรัฐประหาร ก็ไม่ได้ทำ ไม่ได้เจตนาที่จะปฏิวัติ ผมว่าทหารเดี๋ยวนี้คงไม่ทำกันแล้ว ครั้งนี้เพียงแต่แยกไม่ให้คนทะเลาะกัน

ส่วนที่เรียกร้องไม่ให้ทหารเกี่ยวข้องกับการเมืองนั้น ทหารก็ไม่อยากจะเกี่ยวอยู่แล้วแต่เมื่อมันเกี่ยวไปแล้วเดี๋ยวก็เลิก เลือกตั้งแล้วก็จบ เมื่อถามย้ำว่าจะพูดได้หรือไม่ หลังจากนี้จะไม่มีการรัฐประหารอีกแล้ว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า“จะไปพูดได้อย่างไร เราก็ไม่รู้ แล้วแต่เหตุการณ์ต่างๆ ประชาชนเรียกร้องอย่างคราวที่แล้ว จะให้ทำอย่างไร”

ขณะที่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) กล่าวถึงการประชุมปฎิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) นัดแรกวันที่ 12กรกฎาคม ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ ว่า เป็นการประชุม เพื่อแนะนำตัวคณะกรรมการฯทั้งหมด รวมถึงพูดถึงกรอบการทำงานและรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการแต่ละคน เพื่อเป็นข้อเสนอแนะ คาดว่าความคิดเห็นคงไม่แตกต่างกันมากนัก อีกทั้งจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ด้าน โดยให้คณะกรรมการฯที่มีความชำนาญแต่ละด้านไปเป็นประธานคณะอนุกรรมการ

ส่วนที่มีการผลักดันให้ภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการด้วยนั้น คิดว่าอย่างน้อยก็จะเป็นการช่วยกันแสดงความคิดเห็น ส่วนประชาชนจะมาเป็นคณะอนุกรรมการร่วมด้วยหรือไม่นั้น คิดว่าไม่จำเป็นเพราะสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียได้ แต่บางคณะอนุกรรมการอาจจะมีการเชิญประชาชนมาร่วมด้วยในบางส่วน แต่ทุกภาคส่วนสามารถเสนอความคิดเห็นเข้ามาได้ตลอดเวลา

พล.อ.บุญสร้าง ยืนยันว่าที่สำคัญเรื่องกรอบเวลาในการทำงานจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 9 เดือนโดยมีผลสรุป จะต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย โดยกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ 9 เดือนได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ถือเป็นโจทย์เรื่องเวลาในการทำงานของคณะกรรมการฯ จึงไม่ได้คำนึงว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นหรือนานจนเกินไป

สำหรับสูตรการทำงานแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 2-3-4 เดือนนั้น คงไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนและจะยึดการทำงานตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดลงมา ซึ่งฟังแล้วมีเหตุผล รวมทั้งจังหวะเวลากำลังดี ส่วนที่มีข้อเสนอแนะให้แยกระบบงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ต้องรอรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามถึงการแก้ไขปัญหาการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจนั้น พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีการแก้ไขเป็นอันดับแรก ตนคิดว่าคณะกรรมการฯคงไม่ใช่ผู้แก้ไขปัญหา แต่คณะกรรมการฯจะหาวิธีการในการบริหารงานบุคคลให้ดี ซึ่งถ้าทำได้จะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้อย่างไรก็ตามการประชุมของคณะกรรมการฯจะแบ่งเป็นสัปดาห์ละ2ครั้งในช่วงแรกจนกว่าจะมั่นใจว่าเพียงพอที่จะประชุมสัปดาห์ละครั้งเป็นหลักต่อไป โดยมีการประชุมเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น ซึ่งในสัปดาห์นี้จะประชุมวันที่ 12 ก.ค. และวันที่ 14 ก.ค.นี้

“คณะกรรมการฯจะรับฟังทุกความคิดเห็น รวมทั้งดำเนินการศึกษาด้วยตนเองด้วย โดยเลขานุการคณะกรรมการฯจะสรุปผลการศึกษาที่เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจทั้งหมดให้กับที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งที่ผ่านมาแนวความคิดเห็นการปฏิรูปส่วนใหญ่จะมีความคิดเห็นตรงกัน ซึ่งอาจจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นโดยเฉพาะและอาจจะเปิดเว็บไซต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น ส่วนตัวผมไม่หนักใจในการทำงานครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่ผู้ที่ทราบเรื่องนี้ดีตั้งแต่ต้น แต่เราก็สามารถศึกษาได้ และ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะศึกษา เราสบายใจที่มีคณะกรรมการฯหลายคนมาช่วยกัน เป็นคนที่มีคุณภาพ สนใจเรื่องการปฏิรูปตำรวจและพร้อมให้ข้อคิดเห็น ส่วนที่ถูกมองว่าเป็นทหารมาปฏิรูปตำรวจนั้น คณะกรรมการฯมีหลายคน ทั้งตำรวจ ทหาร และพลเรือน” พ.อ.บุญสร้าง กล่าว

อย่าคิดสั้นๆ นายกฯ ตอกพวกปากหอยปากปู วิจารณ์รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

11 ก.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ – หนองคาย ว่า เป็นโครงการที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำในเรื่องความเชื่อมโยงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเด็นคือเราจำเป็นต้องพัฒนา การขนส่งทางราง ซึ่งเดิมมีรถไฟธรรมดาอย่างเดียวเราต้องไปดูว่าจะเชื่อมโยงได้หรือไม่ เส้นทางไหนที่มีความจำเป็นจะต้องใช้รถไฟความเร็วสูง จากนั้นนำมาพิจารณาว่าเราจะต้องใช้วิธีไหน จะประมูลหรือว่าจะร่วมมือ มันก็ย้อนกลับไปที่รัฐบาลที่ผ่านมามีการลงนามความร่วมมือกันไว้

นายกฯ กล่าวว่า ถือว่าเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายแรกของไทยกรุงเทพฯ – หนองคาย ซึ่งตกลงกันว่าเป็นความร่วมมือไทย – จีน เขามีความสามารถตรงนี้และเป็นข้อตกลงกันมานานแล้ว มันก็ต้องหาทางทำกันให้ได้ ซึ่งตนได้พูดคุยกับนายกฯจีน ซึ่งนายกฯ จีน ได้ขอให้มีบริษัทจากจีนมาบริหารในประเทศไทย ซึ่งเราระบุว่าขอทำเองดีกว่าเพราะกลัวการผูกขาด โดยเราเอาเทคโนโลยีของเขามาร่วมก่อสร้าง และใช้ส่วนประกอบของประเทศไทยให้มากที่สุด ส่งคนไทยไปเรียนรู้เทคนิคต่างๆจากจีน และให้เขามาสอน เพื่อจะควบคุมเองในอนาคต วันนี้เราไม่ได้ให้เขาสักอย่าง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้ตกลงกันแล้ว ซึ่งเราจะได้ประโยชน์ในวันข้างหน้าอย่างเต็มที่

นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ จะแบ่งการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่หนึ่งช่วงกรุงเทพฯ – โคราช ที่ต้องสร้างให้เสร็จในปี 2564 เพราะไม่มีปัญหาในการทำประชาวิจารณ์ เวนคืนที่ดิน เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่า ส่วนระยะที่สองช่วงโคราช – หนองคาย ที่จะต้องทำต่อไป ซึ่งรัฐบาลสร้างทั้งเส้น ไม่ได้แค่สั้นๆ ใครที่ไปวิพากษ์วิจารณ์กรุณาไปคิดใหม่ ตนไม่เคยคิดสั้นแบบนั้น แต่มันต้องลงทุน ซึ่งต้องไปดูเรื่องงบประมาณ

รบ.ยัน “ทรัมป์”ยังไม่ได้ยกเลิกนัด “บิ๊กตู่” แต่ไม่รู้ปีนี้จะเจอเมื่อไหร่

9 ก.ค.60 จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยกเลิกนัดหมายพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากเดิมที่มีกำหนดการจะเยือนสหรัฐฯ ในวันที่ 19 ก.ค.ที่จะถึงนี้

ล่าสุด พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มีการยกเลิกนัดหมายแต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้กำหนดวันเอาไว้ ทางการไทยยังต้องเตรียมข้อมูลการประชุมต่อไป โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องเตรียมประเด็นหารือให้ลงตัวมากที่สุด

“ภายหลังที่ทางการไทยเตรียมประเด็นหารือลงตัวแล้ว ก็จะนัดหมายให้ผู้นำทั้งสองประเทศพบกันตามคำเชิญ ซึ่งสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ยืนยันว่าคำเชิญยังมีผลบังคับใช้อยู่ แต่ขึ้นอยู่กับเวลาและสาระการประชุมว่าจะลงตัวช่วงใด หากทุกอย่างลงตัวก็จะจัดให้มีการนัดหมาย” พล.ท.วีรชน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าว นายโดนันด์ ทรัมป์ ขอยกเลิกนัดหมายในวันที่ 19 ก.ค.เพราะติดประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี 20) พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกัน อีกทั้งการประชุมจี 20 ก็ใกล้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว ซึ่งหากทุกอย่างลงตัวก็จะมีการนัดหมายกัน ส่วนผู้นำทั้งสองประเทศจะเจอกันในปีนี้หรือไม่ ตนไม่แน่ใจ เนื่องจากในช่วงปลายปี พล.อ.ประยุทธ์ ติดภารกิจงานพระราชพิธี แต่ตราบใดที่คำเชิญยังมีผลบังคับใช้อยู่ ผู้นำทั้งสองประเทศก็ต้องเจอกัน

Check Also

1-6

“บิ๊กตู่”กลับจากประชุมเอเปค ดิ่งเข้าทำเนียบ คาดเตรียมปรับครม.

พลเอกประยุทธ์ กลับเข้าทำเนียบ หลังเข้าร่วมประชุมเวทีเอเปค-สุดยอดอาเซียน ท่ามกลางการติดตามความเคลื่อนไหวปรับครม. ด้านรมต.-รองนายกฯ ยังคงทำงานตามปกติ  เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2560 มีรายงานความเคลื่อนไหวจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>