Monday , September 25 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / “บุญสร้าง”ถกปฏิรูปตร.นัดแรก “กฤษฏา” ชี้ขึ้นตรงผู้ว่าฯ แต่ไม่สังกัดมท.
3

“บุญสร้าง”ถกปฏิรูปตร.นัดแรก “กฤษฏา” ชี้ขึ้นตรงผู้ว่าฯ แต่ไม่สังกัดมท.

12 ก.ค.60 ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) นัดแรก

พล.อ.บุญสร้าง เปิดเผยก่อนการประชุมว่า การประชุมในวันนี้จะเป็นการวางกรอบการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ          โดยใช้สูตร 2+3+4 และจะนำผลการศึกษาปฏิรูปทั้งหมดที่หน่วยงานต่างๆ เคยทำไว้มาประกอบการพิจารณา รวมถึงผลการศึกษาการปฏิรูปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตลอดจนรูปแบบการปฏิรูปตำรวจของต่างประเทศด้วย แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป หรือตั้งธงว่าจะใช้โมเดลของประเทศใดเป็นต้นแบบ รวมถึงการพิจารณาสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามหลักการกระจายอำนาจ ซึ่งต้องมีการหารือในคณะกรรมการก่อน

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงแผนการปฏิรูปของ สตช.ว่า จะเสนอแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปตำรวจ 20 ปี ปี 2560 – 2579 ต่อที่ประชุมพิจารณา ซึ่งแม้ว่าในแผนดังกล่าว จะไม่มีเรื่องการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น ทาง สตช.ก็สามารถเสนอเพิ่มเติมได้

ขณะที่ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า วันนี้ต้องการมาฟังนโยบายและแนวทางการทำงานของคณะกรรมการ ซึ่งจะมีการแบ่งคณะอนุกรรมการ 4 ด้าน ส่วนจะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปสังกัดกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงยุติธรรมหรือไม่นั้น ต้องดูที่ปัจจัยและต้องรับฟังความเห็นจากหลากหลายทาง

ส่วนข้อเสนอที่ให้ตำรวจขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น เห็นว่าการให้ขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากหลายหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนี้ก็เป็นหน่วยงานที่อยู่ในภูมิภาค แต่ไม่ได้ขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด ส่วนความเป็นไปได้ของการกระจายอำนาจนั้นก็ต้องฟังจากที่ประชุมก่อน

ผวามีแรงต้าน “บิ๊กสร้าง” ออกตัวกลัวทำปฏิรูปตร.สะดุด

“บุญสร้าง” มั่นใจ ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจเสร็จ 9 เดือน พร้อมแบ่งงานคณะอนุกรรมการเน้นจัดระบบโยกย้ายตำรวจ ปรับปรุงกม.บังคับใช้ปี 61 หวังสมบูรณ์ใน 5 เดือน ออกตัวอาจมีการต่อต้าน

เมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม 2560 ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถ. แจ้งวัฒนะ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกรรมการคณะปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเป็นครั้งแรกว่า เป็นการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและ กำหนดกรอบเวลา ในการทำงาน คือยึด ขั้นตอน 2 ,3 ,4 โดยแบ่งเป็นการปฏิบัติงานของคณะกรรมการออกเป็น 5 คณะ

ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคล มีตนเป็นประธาน เน้นงานคณะนี้เป็นสำคัญ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งทำแล้วเสร็จวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ซึ่งขอยืนยันว่าเป็นเพียงการสร้างระบบการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ซึ่งยังไม่มีผลกับการโยกย้ายในปีนี้ แต่บังคับใช้ในปี 2561ซึ่งจะออกมาเป็นกฎหมาย ส่วนจะมีการระบุถึงหลักความอาวุโส ผลการทำงาน ถึงจะไปดำรงตำแหน่งใดๆได้นั้น ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ให้รอคณะอนุกรรมการฯพูดคุยกันก่อน

พล.อ.บุญสร้าง กล่าวต่อว่า 2.คณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา มีนายธานิศ เกศวพิทักษ์ อดีตรองประธานศาลฎีกาเป็นประธาน รับผิดชอบในส่วนการแยกงานสืบสวนสอบสวน 3.คณะอนุกรรมการด้านหน้าที่อำนาจและภารกิจของตำรวจ มีนายมนุชญ์ วัฒนโกเมร อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน 4.คณะอนุกรรมการด้านรับฟังความคิดเห็น มีพล.อ.อ. อิทธิพร ศุภวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นประธาน โดยจะเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป จนครบ 9 เดือน โดยเปิดรับข้อมูลทุกช่องทาง และ 5.คณะอนุกรรมการ ด้านวิชาการมี ศ.ดร.ศุภชัย ยาวะประภาษ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน และ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำหน้าที่เป็นโฆษกคณะกรรมการ

พล.อ.บุญสร้าง กล่าวต่อว่า ทั้งนี้คณะกรรมการปฏิรูปจะเข้าไปเป็นคณะอนุกรรมการในแต่ละคณะตามความสมัครใจส่วนอนุกรรมการท่านอื่นๆและเลขานุการของคณะอนุกรรมการนั้น ประธานคณะอนุกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งต่อไป สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)จะมอบหมายให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบในด้านนั้นๆของสตช.ทำหน้าที่เป็นเลขานุการช่วยเหลือการปฏิบัติงานของแต่ละอนุกรรมการ

ทั้งนี้แผนการดำเนินงานได้วางแนวทางการประชุมไว้ในระยะแรกจะประชุมสัปดาห์ละสองวันพร้อมทั้งได้กำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินการและกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในรอบเก้าเดือนแรกจนในช่วงระยะเวลาว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งในเรื่องต้นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นคือการแต่งตั้งโยกย้ายและระบบงานสอบสวนส่วนเรื่องอื่นๆจะพิจารณาเป็นลำดับต่อไป

“ในช่วง 2 เดือนแรกน่าจะเห็นเป็นรูปร่าง คือนำเรื่องต่างๆมาศึกษา ซึ่งคาดว่าจะได้ทำข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น และ 3 เดือนถัดไป ลงมือปรับแก้กฎหมาย และเสนอเป็นกฎหมายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติก่อนจะเข้าสู่ระยะที่ 4 รับฟังความคิดเห็น แต่เราคาดหวังว่าในช่วง 5 เดือนแรก ทุกอย่าง ต้องเสร็จสมบูรณ์ ผมเชื่อมั่นว่า จะใช้เวลา 9 เดือนทำเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจให้แล้วเสร็จตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ซึ่งการดำเนินการ จะมีข้อขัดข้องหรือแรงต่อต้านมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นอีกเรื่อง” พล.อ.บุญสร้าง กล่าว

ลั่นไม่ใช่เรื่องยาก “บิ๊กสร้าง” ย้ำถกปฏิรูปตร.นัดแรกวางกรอบทำงาน

“บิ๊กสร้าง”รับหนังสือ”โรดแมปปฏิรูปตำรวจ” ย้ำประชุมกรรมการปฏิรูปตำรวจนัดแรก12ก.ค.วางกรอบทำงาน ลั่นไม่ใช่เรื่องยาก พร้อมศึกษากันได้ จ่อเปิดเว็บไซต์รับฟังทุกความเห็น มั่นใจแบ่งกรอบเวลาตาม”บิ๊กตู่”กำหนด

11 ก.ค.60 ที่มูลนิธิคลังสมอง วปอ.เพื่อสังคม ถ.วิภาวดีรังสิต นางสมศรี หาญอนันทสุข ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ เป็นตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ เดินทางมามอบหนังสือ “โรดแมปปฏิรูปตำรวจ” จำนวน 36 เล่ม ให้กับประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิรูปตำรวจ และระบบงานสอบสวน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนตามเสียงเรียกร้องต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เป็นผู้รับหนังสือ

ทั้งนี้ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า การประชุมนัดแรกในวันที่ 12 ก.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ จะเป็นการประชุม เพื่อแนะนำตัวคณะกรรมการฯทั้งหมด รวมถึงพูดถึงกรอบการทำงานและรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการแต่ละคน เพื่อเป็นข้อเสนอแนะ คาดว่าความคิดเห็นคงไม่แตกต่างกันมากนัก อีกทั้งจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ด้าน โดยให้คณะกรรมการฯ ที่มีความชำนาญแต่ละด้านไปเป็นประธานคณะอนุกรรมการ ส่วนที่มีการผลักดันให้ภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการด้วยนั้น ตนคิดว่าอย่างน้อยก็จะเป็นการช่วยกันแสดงความคิดเห็น ซึ่งประชาชนจะมาเป็นคณะอนุกรรมการร่วมด้วยหรือไม่นั้น ตนคิดว่าไม่จำเป็น เพราะสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียได้ แต่บางคณะอนุกรรมการอาจจะมีการเชิญประชาชนมาร่วมด้วยในบางส่วน แต่ทุกภาคส่วนสามารถเสนอความคิดเห็นเข้ามาได้ตลอดเวลา

พล.อ.บุญสร้าง กล่าวต่อว่า ที่สำคัญเรื่องกรอบเวลาในการทำงานจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 9 เดือน โดยผลสรุปจะต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ 9 เดือน ได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วถือเป็นโจทย์เรื่องเวลาในการทำงานของคณะกรรมการฯ จึงไม่ได้คำนึงว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นหรือนานจนเกินไป สำหรับสูตรการทำงานแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 2-3-4 เดือนนั้น คงไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนและจะยึดการทำงานตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดลงมา ซึ่งฟังแล้วมีเหตุผล รวมทั้งจังหวะเวลากำลังดี ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอแนะให้แยกระบบงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นเป็นข้อเสนอที่มาจากการเห็นปัญหา แต่จะให้ไปสังกัดกระทรวงใดนั้นต้องรอรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามถึงการแก้ไขปัญหาการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจนั้น พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า นายกฯ ต้องการให้มีการแก้ไขเป็นอันดับแรก ตนคิดว่าคณะกรรมการฯคงไม่ใช่ผู้แก้ไขปัญหา แต่คณะกรรมการฯ จะหาวิธีการในการบริหารงานบุคคลให้ดี ซึ่งถ้าทำได้จะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม การประชุมของคณะกรรมการฯ จะแบ่งเป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ในช่วงแรกจนกว่าจะมั่นใจว่าเพียงพอที่จะประชุมสัปดาห์ละครั้งเป็นหลักต่อไป โดยมีการประชุมเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น ซึ่งในสัปดาห์นี้จะประชุมวันที่ 12 ก.ค.และวันที่ 14 ก.ค.นี้

“คณะกรรมการฯ จะรับฟังทุกความคิดเห็น รวมทั้งดำเนินการศึกษาด้วยตนเองด้วย โดยเลขานุการคณะกรรมการฯ จะสรุปผลการศึกษาที่เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจทั้งหมดให้กับที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งที่ผ่านมาแนวความคิดเห็นการปฏิรูปส่วนใหญ่จะมีความคิดเห็นตรงกัน ซึ่งอาจจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะและอาจจะเปิดเว็บไซต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น ส่วนตัวผมไม่หนักใจในการทำงานครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่ผู้ที่ทราบเรื่องนี้ดีตั้งแต่ต้น แต่เราก็สามารถศึกษาได้ และไม่ใช่เรื่องยากที่จะศึกษา เราสบายใจที่มีคณะกรรมการฯหลายคนมาช่วยกัน เป็นคนที่มีคุณภาพ สนใจเรื่องการปฏิรูปตำรวจและพร้อมให้ข้อคิดเห็น ส่วนที่ถูกมองว่าเป็นทหารมาปฏิรูปตำรวจนั้น คณะกรรมการฯ มีหลายคน ทั้งตำรวจ ทหาร และพลเรือน” พ.อ.บุญสร้าง กล่าว

Check Also

1

แม้วโหยหวน19กันยา.ไม่ลืมวันถูกถอนเขี้ยว

“มาร์ค” อัดแกนนำ นปช.ฟื้นคดีสลายชุมนุม 53 หวังผลทางการเมืองชัด ชี้คราวออก พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยทำไมเงียบกริบ ซัด “รัฐบาลปู” ไม่เล่นแร่แปรธาตุป่านนี้จบไปนานแล้ว “ทั่นเต้น” สวมวิญญาณนักโต้วาที จับแพะชนแกะดึงคดีสลายพันธมิตรฯ เทียบเคียง พ่วงไล่บี้ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>