Thursday , September 21 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / มติกต.เอกฉันท์‘ชีพ จุลมนต์’นั่งปธ.ศาลฎีกาบิ๊กตู่แย้มเปิดทางเลือกตั้ง
4

มติกต.เอกฉันท์‘ชีพ จุลมนต์’นั่งปธ.ศาลฎีกาบิ๊กตู่แย้มเปิดทางเลือกตั้ง

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.) มีมติเป็นเอกฉันท์ตั้ง “ชีพ จุลมนต์” เป็นประธานศาลฎีกาคนใหม่ ในขณะที่ครม.ยังไม่ได้พิจารณาเก้าอี้ 14 ปลัดกระทรวง “ไก่อู” แผนงานในภาพรวมยังไม่แล้วเสร็จ ด้านนายกฯประยุทธ์ แย้มจะเปิดทางเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนเลือกผู้แทน

เมื่อเวลา 13.00น.วันที่ 11กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) รวม 15 คน โดยมีวาระสำคัญการพิจารณาเห็นชอบบัญชีรายชื่อที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอชื่อ นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกาอาวุโสลำดับ 2 ขึ้นดำรงตำเเหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 44 ต่อไป

ซึ่งระหว่างพิจารณาวาระดังกล่าว นายชีพ ในฐานะคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ชั้นศาลฎีกา ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อได้ออกจากห้องประชุม ทำให้เหลือก.ต. 14 คน เป็นผู้พิจารณาวาระต่อ กระทั่งต่อมาที่ประชุม ก.ต. มีมติเอกฉันท์ 14-0 เห็นชอบให้ นายชีพ ขึ้นดำรงตำเเหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 44 เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ มีความรู้ในทางวิชาการคดี เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตุลาการ และเป็นผู้มีลำดับอาวุโส ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป

‘ไก่อู’แจงไฟเขียวซื้อขับไล่12ลำ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีกระทรวงกลาโหมขอจัดซื้อเครื่องบินขับไล่รุ่น T-50 TH 8 ลำ วงเงิน 8,800 ล้านบาทเศษ ว่า เรื่องนี้คงไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้มาก แต่มีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ครม.เพื่อรับทราบโดยไม่ได้เป็นโครงการใหม่ แต่เคยมีมติ ครม.เมื่อวันที่ 25ตุลาคม2559 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้กองทัพอากาศ จัดหาเครื่องบินฝึกสำหรับนักบินขับไล่เบื้องต้น เป็นโครงการตั้งแต่ปี2560 -2563 โดยได้ทำการซื้อครั้งแรกไป 4 ลำแล้ว ในวันนี้ ครม.ให้ความเห็นชอบซื้อเครื่องบินอีก 8 ลำ ซึ่งเครื่องบินฝูงหนึ่งจะมี 16ลำ เพราะฉะนั้นอีก 4 ลำที่เหลือจะเป็นเรื่องในปี2563

ตั้งปลัดกระทรวงยังไม่เข้าครม.

พล.ต.สรรเสริญ ยังแถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ แจ้งที่ประชุม ครม.รับทราบถึงคำสั่งแต่งตั้งปลัดกระทรวงระดับซี11 จำนวน 14 คน โดยนายกฯให้แต่ละกระทรวงไปจัดทำแผนในภาพรวมให้เสร็จสิ้นว่า ใครจะเป็นปลัดกระทรวง ใครเป็นรองปลัดกระทรวงและจะแต่งตั้งใครเป็นอธิบดี อย่างไร ดังนั้นจึงขอให้ยังไม่เอาเข้าในที่ประชุมพิจารณาสัปดาห์นี้ เมื่อแต่ละกระทรวงจัดทำแผนภาพรวมเสร็จ หรือไม่ติดใจอะไรแล้ว ก็จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.เป็นรอบๆ ไป

ประดับธงชาติ28-29กค.

ด้าน พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติอนุมัติแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการใช้ การชักหรือการแสดงธงชาติและธงของต่างประเทศในราชอาณาจักรพ.ศ.2529 ดังนี้ ยกเลิกและประดับการใช้ธงชาติในวันที่ 5 พ.ค. วันฉัตรมงคลรวม 1 วัน ให้เพิ่มเติมการกำหนดโอกาสและวันพิธีสำคัญให้ชักและประดับธงชาติดังนี้ 1.วันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร วันที่ 28 ก.ค.- 29 ก.ค. รวม 2 วัน  2.วันพระราชทานธงชาติไทยวันที่ 28 ก.ย.ทั้งนี้วันพระราชทานธงชาติไทยเป็นวันที่กำหนดให้มีในปี 2560 เป็นปีแรก แต่ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ

พ.อ.หญิงทักษดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังกำหนดให้แก้ไขเพิ่มเติมให้มีการกำหนดโอกาสและวันพิธีสำคัญให้ชักและประดับธงชาติจากเดิมวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร) วันที่ 5 วันที่ 6 และวันที่ 7 ธ.ค. เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และให้เป็นวันชาติและวันพ่อแห่งชาติวันที่ 5 ธ.ค.และ 6 ธ.ค.

เปิดทางเลือกตั้งท้องถิ่นก่อน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการรวบรวมคำตอบ 4 คำถามจากประชาชนว่า ตนได้รับทราบคำตอบที่ประชาชนส่งมาแล้ว พบว่าส่วนหนึ่งสนับสนุน เห็นชอบ และเห็นด้วย ซึ่งมีจำนวนมากกว่าไม่เห็นด้วย ซึ่งหากพูดไปกลายเป็นว่าไปคัดแยกเฉพาะส่วนดีๆมาให้ตนหรือไม่ ยืนยันว่าส่วนที่ไม่ดีก็อ่านและรับฟังทั้งหมด ที่ได้เสนอแนวทางมาว่าควรจะต้องทำอย่างไร เลือกตั้งแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งกลไกต่างๆมีอยู่แล้ว ส่วนเรื่องนักการเมือง เชื่อว่าประชาชนดูพฤติกรรมทุกคนอยู่ จึงไม่อยากให้ไปสร้างความเข้าใจที่มันไม่ถูกต้อง

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า จะดูเวลาที่เหมาะสม เป็นช่วงพ้นจากวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล และพระบรมราชาภิเษก ดังนั้นปีหน้าค่อยมาคุยกันว่าจะเลือกกันอย่างไร จึงให้เตรียมการกันเอาไว้ ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พ ซึ่งวันนี้เราก็ยังทำงานกันอยู่ ส่วนเลือกตั้งใหม่แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ดีกว่าของเก่าหรือไม่ตนก็ไม่ทราบ แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องทำ จะไปห้ามได้อย่างไร แต่ให้มันถึงเวลาแล้วกัน นอกจากนี้ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ก็จะดูเวลาที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน ซึ่งจะต้องมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว จะเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้งใหญ่หรือหลังการเลือกตั้งใหญ่ จะดูสถานการณ์อีกที

ยันจำเป็นต้องซื้ออาวุธชุดใหม่

พล.อ. ประยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการจัดหาเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้น แบบ T-50 THระยะที่ 2 จำนวน 8 ลำของกองทัพอากาศ วงเงินประมาณ 8,800 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ 3 ปีว่า ความจริงแล้วได้อนุมัติมาตั้งแต่ปี2558 ซึ่งตนอยากให้เห็นใจนักบินที่ต้องฝึกบินด้วย เพราะนักบินใช้เครื่องบิน L-39 เป็นเครื่องไอพ่น ซึ่งหมดอายุแล้ว หากนำมาใช้แล้วเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ก็คงไม่ดี ทั้งนี้ เมื่อคุณสมบัตินักบินไม่ได้ เครื่องมือ และวิธีการใช้งานก็ไม่เหมือนกัน หากนักบินได้รับการฝึกมาไม่ดี เกิดผิดพลาดขึ้นมา จะเสียมากกว่าเดิม สำหรับวิธีการจัดซื้อนั้น มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา จึงได้จัดซื้อจากเกาหลีใต้ ซึ่งก็ทำให้เห็นว่า เราไม่ได้มีการผูกมัดกับใครทั้งสิ้น ส่วนเรื่องทุจริตหรือไม่ ขอให้ไปตรวจสอบเอาดู

“หมอวรงค์”หนุนไพรมารี่โหวต

วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า โดยหลักการพรรคการเมืองเป็นของประชาชนที่เป็นสมาชิก แต่ปัญหาคือมีนายทุนมาครอบงำ อยู่ภายใต้อิทธิพลของคนไม่กี่คน จึงกลายเป็นเหมือนบริษัทของครอบครัว ในอดีตการส่งสมัครสส.เขต จะถูกเลือกโดยผู้มีอำนาจในพรรค การจัดลำดับสส.บัญชีรายชื่อก็ถูกจัดโดยนายทุนที่บริหารพรรค แทนที่ส.ส.จะตอบสนองประชาชน แต่กลับต้องตอบสนองนายทุนและผู้มีอำนาจ จึงนำไปสู่ปัญหาของระบบการเมืองอย่างที่ผ่านมา

นพ.วรงค์ ระบุอีกว่า ดังนั้นการนำไพรมารี่โหวตมาใช้ จึงเป็นการให้อำนาจประชาชนที่เป็นเจ้าของพรรคมาคัดเลือกว่าใครจะเป็นผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต และเป็นผู้ลงคะแนนจัดลำดับผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้ผู้สมัครส.ส.ตอบสนองประชาชนที่เป็นเจ้าของพรรค ไม่ใช่ตอบสนองนายทุนพรรค ซึ่งจริงอยู่หลายคนเกรงว่า จะมีนายทุนซื้อเสียงสมาชิกเพื่อโหวตให้ตนเองได้เป็นผู้สมัคร แต่อย่าลืมว่าทุกคนคือสมาชิกพรรคเดียวกัน ย่อมถูกตรวจสอบจากคู่แข่งและสมาชิกภายในพรรคด้วยกัน ซึ่งเป็นปัญหาปลีกย่อยที่ต้องแก้ไขในแต่ละพื้นที่ ดีกว่าระบบเดิมที่นายทุนใหญ่ครอบงำได้ทั้งพรรค ส่วนข้อกังวลเรื่องความแตกแยกภายในพรรค น่าจะเป็นข้ออ้างของกลุ่มนายทุนที่เสียอำนาจการส่งคนลงสมัครสส.มากกว่า เพราะทุกอย่างจะขึ้นกับประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค ซึ่งมีความตื่นตัวทางการเมืองโดยธรรมชาติอยู่แล้วในระบอบประชาธิปไตย การให้ประชาชนมีส่วนร่วมคัดเลือกจึงเป็นเรื่องดีที่ต้องสนับสนุน

กกต.ไม่อยากยุ่งไพรมารี่โหวด

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงข้อเสนอของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่จะปรับแก้ไขเนื้อหาว่าด้วยระบบเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค (ไพรมารีโหวต) ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กรธ.เตรียมเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาหลังจากตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกัน 3ฝ่าย ว่า กกต.ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เห็นว่ากระบวนการคัดกรองผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองและยังไม่อยู่ในกระบวนการเลือกตั้ง

‘ส่วนกกต.จะมีสิทธิ์เข้าไปดูแลกรณีเกิดการล็อบบี้หรือไม่ มองว่า หากมีร้องเรียนเรื่องการล็อบบี้หรือกระทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายเข้ามา กกต.จะไปตรวจสอบว่าได้ดำเนินการให้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ หากกรรมาธิการร่วมเห็นชอบตามโมเดลดังกล่าว จะสามารถปฏิบัติได้หรือไม่ ต้องสอบถามทางเจ้าหน้าที่กกต.ซึ่งเจ้าหน้าที่กกต.ยืนยันว่าสามารถทำได้” ประธาน กกต.กล่าว

หัวหน้าพรรคต้องรับผิดชอบ

ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวถึงข้อเสนอ กรธ.ในการปรับปรุงร่างพรบ.พรรคการเมืองเรื่องไพรมารีโหวตว่า ขณะนี้ยังไม่ประชุมร่วมกับกรธ.และกกต.เพียงแค่ได้รับหนังสือจากกรธ.ที่ระบุว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ตรงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 4-5 ข้อ แต่กรธ.ไม่ได้คัดค้าน การให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมคัดเลือกตัวผู้สมัคร โดยเห็นว่า กระบวนการให้สาขาพรรคคัดเลือกผู้สมัครอาจทำให้เกิดขั้นตอนคัดเลือกที่ไม่สุจริตได้ ซึ่งกมธ.ไม่ขัดข้องที่จะแก้ไขกระบวนการต่างๆให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงพร้อมปรับปรุงขั้นตอนการคัดเลือกผู้สมัครให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยให้ขั้นตอนการคัดเลือกผู้สมัครเป็นกิจการภายในพรรคการเมือง ที่หัวหน้าพรรคต้องดูแลรับผิดชอบกระบวนการคัดเลือกให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กกต.ไม่มีอำนาจแจกใบ เหลืองใบแดงขั้นตอนไพรมารีโหวตได้ หากมีความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นในการคัดเลือกผู้สมัคร ให้ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมใช้ช่องทางฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายได้ โดยหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคต้องเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบด้วย รวมทั้งจะโยงไปถึงกรณีผู้ที่ได้เป็นส.ส. หากภายหลังพบว่า ได้เป็นผู้สมัครระบบไพรมารีโหวตโดยไม่ถูกต้อง และถูกลงโทษจำคุก จะมีผลให้ต้องพ้นสภาพจากส.ส.ในทันที

ผ่อนปรนพรรคเล็กลงเลือกตั้ง

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันจะทบทวนประเด็นการแก้ไขให้หัวหน้าพรรคไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ1 ตามร่างที่กมธ.แก้ไข เพราะอาจเป็นการจำกัดสิทธิหัวหน้าพรรคที่อยากไปลงส.ส.เขต จึงพร้อมแก้ไขเปิดช่องให้หัวหน้าพรรคสามารถไปลงส.ส.เขตได้ เพียงแต่หัวหน้าพรรคต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกจากสมาชิกพรรคในระบบไพรมารีโหวตเช่นกัน นอกจากนี้จะออกบทเฉพาะกาลในการเลือกตั้งสมัยหน้าผ่อนปรนให้พรรคการเมืองที่มีตัวแทนพรรคประจำจังหวัด 100 คน เพียงเขตเดียว สามารถส่งผู้สมัครเลือกตั้งได้ทั่วทุกเขตในจังหวัด จากเดิมที่กำหนดให้มีตัวแทนพรรคประจำเขตเลือกตั้งเขตละ 100 คน ครบทุกเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด จึงจะมีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งข้อบัญญัติเช่นนี้ทำให้กรณีที่ระบุว่าพรรคใหญ่ได้เปรียบพรรคเล็กไม่เป็นความจริง อ

อย่างไรก็ตามในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะให้กกต.เข้ามาดูแลการคัดเลือกผู้สมัครในระบบไพรมารีโหวต เพราะมีเครื่องมือนับคะแนนระบบอิเลคทรอนิคส์ อาจนำมาใช้ช่วยจัดการเลือกตั้งในระบบไพรมารีโหวตและการเลือกตั้งทั่วไปได้ เพียงแต่ในครั้งแรกกกต.อาจยังไม่มีความพร้อม จึงเกรงว่าอาจเกิดปัญหาขึ้น

Check Also

1

แม้วโหยหวน19กันยา.ไม่ลืมวันถูกถอนเขี้ยว

“มาร์ค” อัดแกนนำ นปช.ฟื้นคดีสลายชุมนุม 53 หวังผลทางการเมืองชัด ชี้คราวออก พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยทำไมเงียบกริบ ซัด “รัฐบาลปู” ไม่เล่นแร่แปรธาตุป่านนี้จบไปนานแล้ว “ทั่นเต้น” สวมวิญญาณนักโต้วาที จับแพะชนแกะดึงคดีสลายพันธมิตรฯ เทียบเคียง พ่วงไล่บี้ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>