Tuesday , June 18 2019
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / จักรทิพย์บินด่วนมาเลย์ ขอตัวมือบึ้ม ยันตัวจริง‘ชายเสื้อเหลือง’

จักรทิพย์บินด่วนมาเลย์ ขอตัวมือบึ้ม ยันตัวจริง‘ชายเสื้อเหลือง’

ความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร โดยกลุ่มผู้ต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าเป็นชาวต่างชาติหลายคนได้หลบหนีออกจากประเทศไทยไปแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 22 กันยายน สำนักข่าวต่างประเทศได้อ้างรายงานข่าวจากทางการมาเลเซียว่า ตำรวจมาเลเซียสามารถจับกุม นายอาซลี บิน ตวน คอบ(AZLI BIN TUAN KOB) ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจเป็นชายเสื้อเหลือง ที่ก่อเหตุวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ และได้ควบคุมตัวไว้ทำการสอบสวนเมื่อหลายวันที่ผ่านมา โดยชายคนดังกล่าวได้ยอมรับสารภาพแล้วว่า เขาคือบุคคลเดียวกับชายที่ใส่เสื้อเหลือซึ่งเป็นผู้นำระเบิดไปวางที่ศาลพระพรหมใกล้แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยขณะนี้ทางการมาเลเซียกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับตำรวจไทย เพื่อให้มาร่วมสอบสวนและส่งตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย

รายงานข่าวระบุด้วยว่า หลังจากก่อเหตุ ผู้ต้องหารายนี้ ได้หลบหนีไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และเมื่อถูกกดดันอย่างหนัก จึงหลบไปยังรัฐกลันตันซึ่งเป็นฐานที่อยู่เก่า เนื่องจากมีพรรคพวกเปิดร้านอาหารไทย ขายอาหารประเภทต้มยำกุ้งบังหน้า

“จักรทิพย์”บินด่วนไปมาเลย์

ทั้งนี้หลังจากมีข่าวว่าประเทศมาเลเซีย จับกุมตัวคนร้ายชายเสื้อเหลืองไว้ได้แล้วนั้น มีรายงานข่าวตามมาว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้รีบเดินทางมาไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าพบและเจรจากับอธิบดีตำรวจมาเลเซีย พร้อมตรวจสอบข้อมูลของคนร้ายที่ควบคุมตัวไว้ว่า ใช่ชายเสื้อเหลืองจริงหรือไม่ หากพบว่าใช่ ก็จะขอนำตัวผู้ต้องหารายนี้กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยต่อไป

ผบ.ตร.ไม่ยันจับเสื้อเหลืองจริง

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่ามีข่าวดังกล่าวออกมา แต่จะมีการอ้างโดยใคร หรือสื่อสำนักใดนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่จะยืนยันได้ และยังไม่ได้รับการประสานงานมาแต่อย่างใด จึงยังไม่ขอยืนยัน จนกว่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนจากทางการมาเลเซีย และยังไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าวถูกควบคุมตัวไว้ด้วยสาเหตุใด และเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหรือไม่ แต่เมื่อมีกระแสข่าวออกมา ตำรวจก็จะดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อที่จะหาคำตอบให้กับสังคมให้ได้ ซึ่งถ้าหากกระแสข่าวมีมูลความจริงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนในการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยต่อไป แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปประเทศมาเลเซีย ซึ่งต้องรอจนกว่าจะมีการประสานข้อมูลมาเสียก่อน

โบ้ยไม่รู้“จักรทิพย์”ไปมาเลย์

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า ตนไม่ทราบว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เดินทางไปประเทศมาเลเซียแล้วหรือไม่ ซึ่งตนก็ไม่ได้สั่งให้ไป แต่อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในหรือต่างประเทศบางครั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็ไม่จำเป็นต้องรายงานให้ตนทราบทุกครั้ง พร้อมกันนี้ ตนยังไม่เห็นภาพชายที่ถูกทางการมาเลเซียจับกุมตัวไว้ ซึ่งสื่อบางสำนักนำมาเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่มีรายงานข่าวว่า ทางการมาเลเซียสามารถจับกุมชายต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดได้นั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสอบถามไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ แต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดยพบว่าสัญญาณโทรศัพท์เป็นสัญญาณต่างประเทศ

“ประวุฒิ”เชื่อไม่ใช่เสื้อเหลือง

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีภาพผู้ต้องหาที่คาดว่าเป็นชายเสื้อเหลืองมือวางระเบิดแยกราชประสงค์เผยแพร่ออกมานั้น ตนเห็นภาพแล้ว ส่วนตัวมองว่าไม่เหมือนชายในภาพวงจรปิดและในภาพสเก็ตช์ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันอะไรได้ รวมถึงกรณีที่มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่มาเลเซีย ก็ยังไม่ทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีวางระเบิดหรือไม่ จึงต้องรอการยืนยันที่ชัดเจนจากมาเลเซียก่อน ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่ได้ประสานขอรูปผู้ต้องหาเพื่อยืนยันตัวบุคคลกับทางมาเลเซียแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ เดินทางไปติดตามคดีที่มาเลเซียนั้น ก็ยังไม่ทราบว่าเดินทางไปจริงหรือไม่ ซึ่งหากมีการประสานจริง ก็อาจจะเป็นการประสานในส่วนของผู้บังคับบัญชาระดับสูง

“ประวิตร”สั่งสตช.เร่งประสาน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงข่าวการจับกุมชายเสื้อเหลืองว่า ตนไม่รู้ ไม่ทราบ ให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปประสานงาน จับได้หรือยังก็ไม่รู้ จับใครได้ก็ไม่รู้ อย่าถามเลย ทางมาเลเซียเขาไปสืบสวนอย่างไรไม่รู้ เดี๋ยวให้ตำรวจไทยไปคุยกับเขาก่อน ทั้งนี้ หากมีการจับตัวได้จริงๆ ก็สามารถทำการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้

2ซูเปอร์สตาร์สักการะพระพรหม

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “หมีเซียะ” และ “เยิ่นต๊ะหัว” 2 นักแสดงชั้นนำของฮ่องกง ได้เดินทางมาไหว้สักการะพระพรหมเอราวัณ เพื่อเป็นการไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ซึ่ง เยิ่นต๊ะหัว ได้เข้าสักการะในเวลา 16.00 น. ส่วน หมีเซียะเข้าสักการะในเวลา 18.00 น. โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ให้การต้อนรับ ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว และนักท่องเที่ยวที่มาไหว้ศาลพระพรหมตามปกติ ภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาของเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย โดยตลอดเวลาที่เยิ่นต๊ะหัว ได้ทำการสักการะพระพรหมเอราวัณ ได้ทักทายสื่อมวลชน นักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง

อ้อนทุกชาติมาเที่ยวเมืองไทย

หลังเสร็จพิธีสักการะ เยิ่นต๊ะหัวได้ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกว่าเมืองไทยได้กลับคืนสู่ความสงบแล้ว อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกๆ ชาติให้กลับมาเที่ยวเมืองไทยเหมือนเดิม เมื่อคืนมาถึงเมืองไทยแอบไปท่องเที่ยว ไปกินข้าวมันไก่ แล้วได้เจอนักท่องเที่ยวหลายๆ คน ส่วนตัวไม่คิดว่าคนจีนจะเป็นเป้าหมายการก่อการร้าย และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยสามารถดูแลสถานการณ์ได้ ส่วนตนเองนั้น ทุกครั้งที่มาเมืองไทยคือเป้าหมาย คือการได้มาสักการะศาลท่านท้าวมหาพรหม อยากเชิญชวนทุกคนให้มาเมืองไทย นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเช่นวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง พร้อมระบุว่า “รักคนไทยที่หัวใจ คนไทยเปิดกว้างที่หัวใจ มีรอยยิ้มสยาม ขอให้มอบรอยยิ้มในหัวใจมาประสานกับหัวใจของคนไทย”

ทหารเรือพันค้ามนุษย์มอบตัว1ตค.

สำหรับความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ซึ่งศาลจังหวัดนาทวีได้ออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 7 คน ในจำนวนนี้เป็นทหารบก 3 นาย ทหารเรือ 1 นาย ประกอบด้วย พ.อ.ณัฐสิทธิ์ มากสุวรรณ สังกัด กอ.รมน.จ.สตูล ร.อ.วิสูตร บุนนาค สังกัด กอ.รมน.จ.ชุมพร ร.อ.สันทัด เพชรน้อย สังกัด กอ.รมน.จ.ชุมพร และ น.ท.กัมปนาท สังข์ทองจีน สังกัดทัพเรือภาคที่ 3 นั้น พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสอบสวนเปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากนายทหารพระธรรมนูญกองทัพเรือแล้ว ว่าจะนำ น.ท.กัมปนาท เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า สภ.หาดใหญ่ในอีก 1 -2 สัปดาห์ ส่วนทหารบกอีก 3 นาย ยังไม่ได้รับการติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด โดยจะแจ้งข้อกล่าวหา 13 ข้อหา เหมือนกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามรายละเอียดไปยังนายทหารพระธรรมนูญกองทัพเรือได้รับการยืนยันว่า จะนำตัว น.ท.กัมปนาท เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เนื่องจากต้องรอรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้ครบถ้วน รวมทั้งรอคำสั่งจากทางผู้บังคับบัญชา ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง สำหรับคดีค้ามนุษย์มีการออกหมายไปแล้ว 153 คน ได้ตัว 90 คน หลบหนีอีก 63 คน และยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่มเติม

“สมยศ”เชื่อมือผบช.สตม.คนใหม่

ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงการย้ายนายตำรวจสังกัด บช.ภ.8 บช.ภ.9 บช.สตม. และ บช.ก. จำนวน 32 นายออกนอกพื้นที่นั้น เป็นการโยกย้ายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาเท่านั้น เนื่องจากผ่านการสืบสวนสอบสวนของจเรตำรวจเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนการสืบสวนสอบสวนของจเรตำรวจในส่วนของ สตม.ที่เกี่ยวข้องกับการรับส่วยชาวต่างชาตินั้น ยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งกำหนดเดิมคือวันที่ 23 กันยายน แต่หากยังไม่เสร็จสิ้น ก็สามารถเลื่อนกำหนดออกไปได้ ส่วนการคัดเลือก พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร เป็น ผบช.สตม.นั้น เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถความเหมาะสม และด้วยประสบการณ์ที่เคยดำรงตำแหน่ง รอง ผบช.สตม.มานานนั้น น่าจะมองเห็นปัญหาและแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

Check Also

เปิดโผ “ครม.ประยุทธ์ 2/1” จบศึกแย่งชิงเก้าอี้!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเย็นวานนี้ มีความคืบหน้ากรณีกระแสข่าวปัญหาจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พยายามทวงคืน 3 กระทรวงเกรดเอ คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ...