Saturday , May 27 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / บิ๊กป้อม สั่งล่ามือระเบิดป่วนเมือง ย้ำสาวลึกผู้อยู่เบื้องหลัง
2

บิ๊กป้อม สั่งล่ามือระเบิดป่วนเมือง ย้ำสาวลึกผู้อยู่เบื้องหลัง

16 พ.ค.60 พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ กรุงเทพฯ เมื่อ 15 พ.ค.60 ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงมิได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ตำรวจร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันตรวจสอบพิสูจน์ทราบสาเหตุที่แท้จริง และเร่งรัดติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว โดยให้ติดตามดูความเชื่อมโยงลึกไปถึงกลุ่มบุคคลไม่หวังดีที่อยู่เบื้องหลัง และเหตุการณ์ระเบิดที่เคยเกิดขึ้นหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อ 5 เม.ย.60 ที่ผ่านมา พร้อมกำชับให้ฝ่ายความมั่นคงมีความตื่นตัว และเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในสถานที่สำคัญๆ ที่เป็นแหล่งชุมชนและสถานีขนส่ง ควบคู่กับงานการข่าวและเครือข่ายภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด

พล.ต.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระทำรุนแรงดังกล่าว มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ แม้จะไม่ประสงค์ต่อชีวิต แต่กระทบต่อความเชื่อมั่นและความท้าทายร่วมกัน ที่เรากำลังปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในสังคม จึงขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันติดตาม เฝ้าระวัง และสังเกตพฤติกรรมปกปิดของบุคคลที่ไม่หวังดี หากพบเห็นขอให้ร่วมกันบันทึกภาพและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในสังคม

บึ้มเขย่า 3 ปี คสช. “บ๊กป้อม”สั่งจับตาพวกไม่หวังดีดิสเครดิต

สรุปเป็นระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติหลังจนท.พบ”ไอซีทามเมอร์”ชิ้นส่วนประกอบไปป์บอมบ์ “บิ๊กป้อม”สั่งล่ามือป่วนเมืองคาดโยงแก๊งถล่มหน้ากองสลากคราวก่อนพร้อมลากตัวคนชักใยมาลงโทษยอมรับมีพวกไม่หวังดีเคลื่อนไหวหวังดิสเครดิตรัฐบาล-คสช.ครบรอบ3ปี ใช้ยุทธวิธีแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ2คนทำงาน สั่งฝ่ายความมั่นคงจับตาใกล้ชิดแล้ว ตร.เพิ่งตื่นของบติดกล้องเพิ่มอีกCCTV498ตัวรอบสนามหลวง

จากกรณีมีเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.ใกล้กับท้องสนามหลวง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ น.ส.จันทร์เพ็ญ วุฒิเอกไพบูลย์ อายุ 54 ปี และ น.ส.กัญชนา บุญชีพ อายุ 38ปี ทั้งสองมีอาการหูอื้อและถูกสะเก็ดท่อพีวีซีเพียงเล็กน้อย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบสารประกอบระเบิดนั้น

ฟันธงเป็นระเบิดหน้าโรงละคร

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (16 พ.ค.60) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีรายงานว่า ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.1 และฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญคือไอซีทามเมอร์ หนึ่งในชิ้นส่วนใช้ประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ ตกบริเวณพื้นห่างจากจุดที่เกิดเหตุระเบิด ประมาณ 15 เมตร

พบไอซีฯโยงบึ้มกองสลากเก่า

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบด้วยว่า ไอซีทามเมอร์ดังกล่าวลักษณะเดียวกันกับเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดไปป์บอมบ์ ที่บริเวณหน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนินกลาง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ด้วยการใช้ทามเมอร์เป็นตัวจุดระเบิดโดยการตั้งเวลา โดยเจ้าหน้าที่คาดว่า น่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันกับเหตุระเบิดหน้ากองสลากเก่า

เป็นระเบิดชนิดพิเศษไร้ร่องรอย

ชุดสืบสวนยังเชื่อว่า คนร้ายมีความเชี่ยวชาญการประกอบระเบิดเป็นพิเศษ เนื่องจากเหตุระเบิดล่าสุด มือระเบิดได้ประกอบระเบิดให้มีขนาดเล็กกว่าระเบิดหน้ากองสลากเก่า หลังจากเกิดระเบิดแล้วทำให้หลักฐานต่างๆ ที่ใช้ประกอบระเบิดถูกทำลายไปด้วย ไม่เหลือหลักฐานเหมือนกับเหตุระเบิดครั้งแรกที่หน้ากองสสากเก่า เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบไม่พบสารประกอบระเบิด และวัสดุทีใช้หุ้มดินระเบิดที่อาจถูกทำลายไปพร้อมกัน

เชื่อแค่ก่อกวนไม่ประสงค์ชีวิต

ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุลงมือเพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ ไม่ได้มุ่งประสงค์ต่อชีวิตแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่พบขาตั้งป้ายท่อพีวีซีที่แตกเป็นท่อนๆ สันนิฐานว่า คนร้ายวางระเบิดไปป์บอมบ์ไว้ใกล้ๆ แรงระเบิดจึงทำให้ท่อพีวีซีดังกล่าวแตกหัก

ผบ.พฐก.ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุไม่พบการเผาไหม้หรือเขม่าอย่างชัดเจน พบเพียงท่อพีวีซีที่ใช้ยึดป้ายโฆษณาที่มีการแตกหัก เก็บมาตรวจพิสูจน์ครบทุกชิ้น พร้อมกับวัตถุพยานอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุ แต่ไม่พบคนเจ็บ เนื่องจากเมื่อเจ้าหน้าที่ไปผู้ได้รับบาดเจ็บเดินทางกลับแล้ว

ขอ1-2วันรู้ผลตรวจสารระเบิด

ผบก.พฐก.กล่าวว่า แม้จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบการเผาไหม้ เขม่า หรือร่องรอยสารระเบิด โดยลักษณะเบื้องต้นเหมือนท่อแตกระเบิดเอง แต่กองพิสูจน์หลักฐานก็ต้องตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันผลที่ชัดเจน โดยนำชิ้นส่วนวัตถุพยานทั้งหมดเข้าห้องปฏิบัติการ ไปสกัดหาสารต่างๆ ที่ติดแฝงอยู่ ซึ่งพบติดอยู่น้อยมาก บางครั้งไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า คาดว่าขอ 1 – 2 วัน รู้ผลตรวจสารระเบิด

“ศานิตย์”ยังยืนยันไม่ใช่ระเบิด

ขณะเดียวกันเมื่อช่วงเช้า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. , พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวยืนยันว่า ไม่มีการวางระเบิดแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ส่วนสาเหตุที่เกิดระเบิดขึ้นนั้นต้องให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเพราะเหตุใดท่อพีวีซีจึงเกิดระเบิดขึ้น

อีโอดีตรวจไม่พบเขม่าดินปืน

เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เศษท่อพีวีซีตกอยู่มีรอยแตกแต่ไม่ได้เกิดจากการใช้ดินปืน ทั้งยังไม่พบเขม่าดินปืนที่จุดดังกล่าวแต่อย่างใด จึงไม่ใช่การวางระเบิดหรือประทัดยักษ์ทั้งสิ้น แต่คาดว่าเกิดจากการที่ท่อพีวีซีเก่าและมีลมพัดเข้าไปในท่ออย่างต่อเนื่อง จนทำให้แกนท่อบิดและเกิดการระเบิดขึ้นมา

นายกฯสั่งสอบหาสาเหตุ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช.กล่าวถึงประเด็นนี้สั้นๆ “ไม่ได้ป่วน”

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการผ่านรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และ คสช.ให้เร่งตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง หากพบว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย จะต้องติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก

ปชช.อุ่นใจได้-ขอเป็นหูเป็นตา

“เจ้าหน้าที่จะเร่งหาสาเหตุและทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจและปลอดภัย โดยขอความร่วมมือทุกฝ่ายร่วมกันเป็นหูเป็นตาหากพบวัตถุต้องสงสัยหรือเบาะแสการกระทำผิด ได้โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้ทราบในทันที เพื่อจะดำเนินการโดยเร่งด่วนต่อไป” โฆษกรัฐบาล กล่าว

เลขาฯสมช.ระบุอย่าด่วนสรุป

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปเก็บรายละเอียดและรวบรวมหลักฐานก่อน ซึ่งจากสภาพภายนอกเห็นว่าท่อแตก แต่สาเหตุว่าทำไมถึงแตก ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บหลักฐานว่าเกิดจากอะไร อาจจะเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ ดังนั้น อย่าเพิ่งไปตระหนกตกใจ เพราะการควบคุมดูแลพื้นที่บริเวณดังกล่าวถือว่าเข้มงวดมาก

นำทุกประเด็นมาวิเคราะห์

ผู้สื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้ก่อเหตุต้องการสร้างความปั่นป่วน ในช่วงเวลานี้ พล.อ.ทวีป กล่าวว่า ในทางการข่าวที่จะนำมาประกอบและวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระดับเจ้าหน้าที่จะต้องคิดถึงเรื่องเป็นเรื่องร้ายเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าครอบคลุมทุกประเด็น ต้องคิดให้รอบคอบถึงต้องคิดทุกประเด็นว่าถ้าเป็นประเด็นนี้จะหาสาเหตุว่ามาจากอะไร

บิ๊กป้อมรับมีกลุ่มป่วนดิสเครดิต

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้รายงานเรื่องนี้ต่อ ครม.แล้ว ซึ่งทุกหน่วยงานต้องเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเข้าสำรวจกล้องซีซีทีวี (CCTV) ทุกพื้นที่ เพราะช่วงนี้จะครบ 3 ปี การทำงานของ คสช.และรัฐบาล ยืนยันว่าเราทำงานก้าวหน้าไปตลอด เมื่อครบ 3 ปี อาจจะมีบางพวกที่อยากดิสเครดิตการทำงานของรัฐบาล และ คสช.

สั่งจับตาฝ่ายตรงข้าม-ฝ่ายดียวกัน

เมื่อถามว่า คนที่จ้องดิสเครดิตรัฐบาลเป็นกลุ่มใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปตอบว่าใครได้อย่างไร แต่เป็นเรื่องของตนที่จะจับตาดู ตนคงไม่บอกผู้สื่อข่าว เพราะจะคาดการณ์ถูกหรือไม่ก็ยังไม่รู้ หากบอกไปแล้วผิดเขาก็ฟ้องตน ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงจับตาทุกคนที่ไม่หวังดีต่อรัฐบาล และ คสช.และเชื่อว่ากลุ่มเช่นนี้มีตลอด มีทั้งฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายเดียวกันกับรัฐบาล

ใช้ยุทธวิธีกลุ่มเล็กทำงานแค่2คน

เมื่อถามย้ำว่า ช่วงใกล้ครบ 3 ปี มีการรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ เข้ามาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีแต่ไม่มาก และการทำงานคงเป็นกลุ่มเล็กใช้คน 2 คน แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวก็ติดตามทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เราพยายามทำให้เกิดความสงบให้ได้ภายในประเทศ

เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเหตุระเบิดดังกล่าวเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุหน้ากองสลาก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานมาที่ตน ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่สืบสวนรายละเอียดแล้วให้เขาชี้แจง อย่าให้ตนพูด เพราะยังไม่ทราบรายละเอียด

“บิ๊กป้อม”สั่งตามล่ามือบึ้มป่วนเมือง

ทางด้าน พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ กรุงเทพฯ เมื่อ 15 พ.ค.60 ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงมิได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการให้ตำรวจร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันตรวจสอบ พิสูจน์ทราบสาเหตุที่แท้จริง และเร่งรัดติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

“โดยให้ติดตามดูความเชื่อมโยงลึกไปถึงกลุ่มบุคคลไม่หวังดีที่อยู่เบื้องหลัง และเหตุการณ์ระเบิดที่เคยเกิดขึ้นหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อ 5 เม.ย.60 ที่ผ่านมา พร้อมกำชับให้ฝ่ายความมั่นคง มีความตื่นตัว และเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในสถานที่สำคัญๆ ที่เป็นแหล่งชุมชนและสถานีขนส่ง ควบคู่กับงานการข่าวและเครือข่ายภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด” พล.ต.คงชีพ กล่าว

ชี้กระทบความมั่นคง-ท้าทาย

พล.ต.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระทำรุนแรงดังกล่าว มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ แม้จะไม่ประสงค์ต่อชีวิต แต่กระทบต่อความเชื่อมั่นและความท้าทายร่วมกัน ที่เรากำลังปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในสังคม จึงขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันติดตาม เฝ้าระวังและสังเกตพฤติกรรมปกปิดของบุคคลที่ไม่หวังดี หากพบเห็นขอให้ร่วมกันบันทึกภาพและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในสังคม

คสช.ชี้เป็นบททดสอบรปภ.

ขณะที่ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.กล่าวยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวคือบททดสอบที่สำคัญอีกครั้งในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย เพราะบางจุดอาจจะรอดสายตาของเจ้าหน้าที่ จนมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เราจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น เพื่อลดช่องว่าตรงนี้ให้ได้

ยอมรับทำให้ประชาชนตกใจ

“เรายอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ใกล้พื้นที่สนามหลวงที่มีประชาชนทยอยเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อเกิดเสียงดังก็ทำให้ประชาขนตระหนกตกใจ มีความหวาดกลัว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคืออะไร เพราะต้องรอความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ว่ามีเจตนาหรือไม่เจตนา และใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ” พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว

ตร.สั่งเพิ่มระดับรปภ.จุดเสี่ยง

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานมั่นคง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายฝ่ายสืบสวนและฝ่ายความมั่นคง สำรวจจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมและจุดล่อแหลมต่อความมั่นคง เพื่อติดตั้งกล้องซีซีทีวี เพิ่มเติมเพื่อเป็นการเพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในห้วงปลายเดือน ต.ค.60 ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

ของบติดกล้องCCTV498ตัว

“จึงเห็นควรติดตั้งกล้องซีซีทีวีบริเวณจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม ในรัศมี 2 กิโลเมตร จากท้องสนามหลวง จำนวน 204 จุด 498 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ 10 สถานี (สน.) 4 กองบังคับการ (บก.) ประกอบด้วย บก.น.1 – 6 – 7 และ 8 โดยเชื่อมต่อสาย fiber optic ไปยัง สน.ต่างๆ และ บช.น.เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน ซึ่งการติดตั้งจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน โดยโครงการจะเริ่มเดือน มิ.ย.เป็นอย่างช้า” พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ ระบุ

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับแหล่งงบประมาณ จำนวนประมาณ 150 ล้านบาท จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยโอนงบประมาณให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ

รวมทั้งหมดจำนวน 204 จุด

สำหรับพื้นที่ที่ติดตั้งได้แก่ สน.ชนะสงคราม จำนวน 26 จุด กล้อง 26 ตัว , สน.นางเลิ้ง จำนวน 22 จุด กล้อง 44 ตัว , สน.พระราชวัง จำนวน 18 จุด กล้อง 41 ตัว , สน.สำราญราษฎร์ จำนวน 21 จุด กล้อง 41 ตัว , สน.จักรวรรดิ จำนวน 27 จุด กล้อง 39 ตัว , สน.พลับพลาไชย 1 จำนวน 40 จุด กล้อง 128 ตัว , สน.บางยี่ขัน จำนวน 38 จุด กล้อง 138 ตัว , สน.บางกอกน้อย จำนวน 4 จุด กล้อง 12 ตัว , สน.บางกอกใหญ่ จำนวน 3 จุด กล้อง 10 ตัว และ สน.บุปผาราม จำนวน 5 จุด กล้อง 19 ตัว รวมทั้งหมดจำนวน 204 จุด กล้อง 498 ตัว

 

 

Check Also

1

ร.10โปรดเกล้าฯบำเพ็ญพระราชกุศลถวายร.9พระสังฆราช-‘ป๋าเปรม’

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” โปรดเกล้าฯจัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย “ในหลวง รัชกาลที่ 9”-สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชพระสยามเทวาธิราช และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยสมเด็จพระสังฆราชนำสวดมนต์ดังกึกก้องลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>