Monday , September 25 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / “บิ๊กโด่ง”ถก คปต.เล็งปรับยุทธวิธี อุดช่องโหว่เหตุรุนแรงชายแดนใต้
4

“บิ๊กโด่ง”ถก คปต.เล็งปรับยุทธวิธี อุดช่องโหว่เหตุรุนแรงชายแดนใต้

“พล.อ.อุดมเดช”ถกคปต. เล็งปรับยุทธวิธีปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่อุดช่องโหว่เหตุรุนแรง ย้ำตรวจสอบทัศนคติติดตามพฤติกรรมคนในโครงการพาคนกลับบ้าน เผยมีแนวคิดตั้งผู้ช่วยทูตตำรวจประสานงานมาเลเซีย ยันคณะผู้แทนพิเศษไม่แตะงบประมาณใต้

17 พ.ค.60 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ส่วนหน้า ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานประชุมผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ครั้งที่ 3/2560 ว่า ในวันนี้เป็นการประชุมเน้นย้ำการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และติดตามความคืบหน้าของกลุ่มงาน กลุ่มที่ 2 ภารกิจงานอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ กลุ่มงานที่ 4 ภารกิจงานการศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม กลุ่มงานที่ 5 ภารกิจงานพัฒนาศักยภาพในพื้นที่และคุณภาพชีวิตของประชาชน กลุ่มงานที่ 6 ภารกิจงานเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและการขับเคลื่อนนโยบาย

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า นอกจากนี้ ต้องมีการปรับงานด้านการข่าวให้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น และในส่วนการปฏิบัติในระดับทางยุทธวิธีของผู้ปฏิบัติ ซึ่งเราก็มีข้อสังเกตว่าอาจจะต้องมีการเพิ่มเติมแก้ไขอย่างไร สิ่งที่เคยสั่งการไว้ หากปฏิบัติตามนั้น เหตุการณ์ความรุนแรงบางอย่างก็ไม่น่าเกิดขึ้น เพื่อลดช่องว่าง ไม่ได้เกิดช่องโหว่ ที่ผ่านมาเคยให้คำแนะนำไปหลายอย่าง โดยเฉพาะความพร้อมของชุดเตรียมพร้อมต่างๆ แผนที่จะต้องมีรายละเอียดแบบครอบคลุม รวมถึงอุปกรณ์บางอย่างที่เราไม่ได้มีมากมาย แต่ถ้าเราดำเนินการสอดคล้องกับการข่าว จะสามารถป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นได้

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวจะตั้งผู้ช่วยทูตตำรวจประจําประเทศมาเลเซีย เพื่อประสานงานร่วมกัน พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ยอมรับว่ามีแนวความคิดแบบนั้น แต่ยังไม่ลงตัว เป็นเพียงข้อคิดเห็นขั้นเริ่มต้นว่าน่าจะมีผู้ช่วยทูตตำรวจ แต่ในความเป็นจริงผู้ประสานงานก็มีอยู่แล้ว เพราะทางมาเลเซียมีการดูแลผู้ที่มีการเคลื่อนไหวในประเทศไทยที่ไปอาศัยอยู่ในมาเลเซียอยู่แล้ว ถือเป็นหน้าที่ของตำรวจสันติบาลเป็นหลัก ไม่ใช่กองทัพ เพราะกองทัพบกของมาเลเซียดูแลภาพรวมในการป้องกันประเทศ แต่เรื่องราวที่เกี่ยวกับเราก็คือตำรวจ ดังนั้น จึงควรมีการประสานงานในระดับตำรวจด้วยกัน แต่ขอย้ำว่าทุกอย่างยังไม่ลงตัว เป็นเพียงข้อคิดเห็น ที่จะต้องมีการหารือร่วมกันต่อไปถ้าเห็นชอบ จะต้องนำเรียนเพื่อขออนุมัติต่อไป

เมื่อถามว่า โครงการพาคนกลับบ้านต้องมีการคัดกรองเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพื่อปิดกั้นช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้น พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ต้องมีความเข้มงวด ในเรื่องของรายละเอียดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากส่วนหนึ่งเมื่อรับเข้ามาแล้วต้องมีการอบรมเพิ่มปรับแนวความคิด ในเรื่องต่างๆที่เขาคิดผิดพลาดไป ต้องทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ อย่างเข้มงวดมากขึ้น รวมทั้งต้องตรวจสอบว่า เมื่อผ่านการอบรมแล้ว จะต้องมีการตรวจสอบทัศนคติ อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญต้องติดตามเรื่องความเป็นอยู่ และพฤติกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และมอบหมายให้มีความชัดเจน

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดี แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดบิ๊กซี จ.ปัตตานี มีคนที่อยู่ในโครงการพาคนกลับบ้านเข้าไปร่วมก่อเหตุด้วย ดังนั้น ต้องทบทวนสิ่งเหล่านี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ได้กำชับให้ตนลงไปดูแล และตนก็พยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์ทั้งหมดดีขึ้นให้ได้ แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดเหตุขึ้นอีก เพราะเราไม่ได้มีเจ้าหน้าที่จำนวนมากมาย

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการถอนกำลังจากกองทัพภาคต่างๆ กลับที่ตั้งเดิม ดังนั้น ต้องเสริมสร้างกำลังในพื้นที่เข้ามาดูแล เช่น งานดูแลรักษาความปลอดภัย ต้องเสริมสร้างชุดคุ้มครองตำบลให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย จะต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งเราต้องมาดูเพื่อให้เกิดความสมดุล ระหว่างสิ่งที่ออกไปและสิ่งที่จะเข้ามาทดแทน แต่ก็ไม่อยากให้มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่จะมากเกินไป เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของประชาชน ที่อาจไม่เข้าใจ

ส่วนเรื่องการใช้งบประมาณนั้นต้องทำความเข้าใจ ว่าทุกส่วนราชการมีงบประมาณในการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้มีอะไรที่น่าตกใจ อาจจะมีที่เป็นโครงการพิเศษ เช่น โครงการฝึกอบรมโครงการต่อต้านยาเสพติด แต่ในภาพรวมทุกส่วนราชการมีการกระจายงบประมาณและสามารถตรวจสอบได้ คณะผู้แทนพิเศษก็มีหน้าที่ช่วยตรวจสอบ และประเมินผลการทำงาน ของส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจเรื่องการใช้งบประมาณ

“มีบางโครงการที่ทำเรื่องของบกลาง ซึ่งไม่ได้มีจำนวนเงินมาก เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ก็จะกลับไปสู่ส่วนราชการที่ทำโครงการนั้นๆ คณะผู้แทนพิเศษไม่ได้ไปรับเงินอะไรเลย ทุกอย่างมีขั้นตอนกำกับดูแลตามระบบ ส่วนการจัดซื้อสิ่งอุปกรณ์เพิ่มเติมนั้นก็ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีทุกประการ ดังนั้น ขอให้มั่นใจเรื่องการใช้งบประมาณ ยืนยันว่าไม่ได้นำเงินงบประมาณไปใช้ในสิ่งที่ไม่ดี ทุกคนตั้งใจอยากให้จังหวัดภาคใต้ดีขึ้น คณะผู้แทนพิเศษก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ให้ความร่วมมือดีก็ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาต่อไป” พล.อ.อุดมเดช กล่าว

จ่อหมวยจับ 11 ราย คนร้้ายวางบึ้มชบิ๊กซี

“บิ๊กโด่ง”พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ลงติดตามคดีวางระเบิดห้างบิ๊กซี ระบุ รู้ตัวผู้ก่อเหตุ จ่อขอหมายจับเพิ่ม 11 รายขณะการเปิดเทอม วันแรก จนท.คุมเข้มรักษาความปลอดภัย รับ-ส่ง ครู เพื่อความมั่นใจ

เมื่อเช้าวันที่ 15 พฤษภาคม กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีเพื่อรับทราบสถานการณ์และติดตามความคืบหน้าคดีเหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซี ได้มีนายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี นายเถลิงศักดิ์ ยกศิริ รองเลขาธิการ ศอ.บต พล.ต.เกื้อกูล อินนาจักร รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า พล.ต.จตุพร กลัมพสุด ผบ.ฉก ปัตตานี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ร่วมชี้แจงข้อมูล

จากนั้น พล.อ.อุดมเดชได้เดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีสาขาปัตตานีเพื่อให้กำลังใจแก่พนักงานของห้างพร้อมเดินทางไปยังโรงพยาบาลปัตตานีเพื่อเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนความช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างห้างบิ๊กซีและร้านค้ารายย่อย ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรอรับรายงานการประเมินทรัพย์สินอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมกับร่วมมือในการเร่งฟื้นฟูให้ห้างกลับมาสู่ภาวะปกติ เบื้อง บิ๊กซี พร้อมจะเปิดให้บริการ ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้

โดย พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด15 คนแล้ว และออกหมายจับไปแล้ว 1 คน คาดว่า น่าจะออกหมายจับเพิ่มอีก11 คน พร้อมเชิญตัวผู้ต้องสงสัย2คนมาซักถามและทั้งสองคนให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายคดีอย่างมาก ทางรัฐบาลจะเร่งรัดการดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ขอให้มั่นใจว่าสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ได้แน่นอน

ส่วนโครงการพาคนกลับบ้านนั้น รัฐบาลจะต้องมีการคัดกรอง ผู้เข้าร่วมโครงการ มีการติดตามดูแลพฤติกรรม มีอบรม การประเมินผล โครงการนี้มีประโยชน์ เพราะให้โอกาสคนที่จะกลับตัว มาพัฒนาชาติไทย แต่ต้องดูเป็นคดีๆไป

สำหรับบรรยากาศ ในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 วันแรก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด ในทุกอำเภอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

 

Check Also

1

แม้วโหยหวน19กันยา.ไม่ลืมวันถูกถอนเขี้ยว

“มาร์ค” อัดแกนนำ นปช.ฟื้นคดีสลายชุมนุม 53 หวังผลทางการเมืองชัด ชี้คราวออก พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยทำไมเงียบกริบ ซัด “รัฐบาลปู” ไม่เล่นแร่แปรธาตุป่านนี้จบไปนานแล้ว “ทั่นเต้น” สวมวิญญาณนักโต้วาที จับแพะชนแกะดึงคดีสลายพันธมิตรฯ เทียบเคียง พ่วงไล่บี้ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>