Monday , May 29 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / ไม่ปรับทีมศก.‘บิ๊กตู่’เชื่อฝีมือครม.ชุดเดิม สั่งสืบหา‘หมุดคณะราษฎร’
2

ไม่ปรับทีมศก.‘บิ๊กตู่’เชื่อฝีมือครม.ชุดเดิม สั่งสืบหา‘หมุดคณะราษฎร’

“บิ๊กตู่” ไม่ปรับทีมเศรษฐกิจ เมินผลโพลล์ไม่ฟังเสียงปชช.ย้อนถนนพังยังซ่อมทันที สั่งสืบสวนหา “หมุดคณะราษฎร” ด้าน “บิ๊กป้อม” ชี้ทีมศก.ยังทำงานดี หมุดหายอย่าทำวุ่นวาย ไม่เกี่ยวปากท้องปชช.

เมื่อวันที่ 18เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ลงนามในหนังสือเพื่อส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และร่าง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พร้อมแนบเอกสารประกอบ ได้แก่ รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พรบ.ทั้ง 2ฉบับ เพื่อส่งให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว

‘มีชัย’สาธุถ้าสนช.แก้กม.ดีกว่า

โดย นายมีชัย ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากนี้จะไปชี้แจงถึงสาระและเนื้อหาสำคัญของร่าง พรบ.ทั้ง 2ฉบับหาก สนช.มีข้อสงสัย ทั้งนี้สาระของกฎหมายลูกดังกล่าว ที่มีประเด็นเป็นข้อเห็นแย้ง เช่น ในประเด็นของร่าง พรบ.พรรคการเมืองที่ถูกโต้แย้งเรื่องการชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองที่อาจทำให้เกิดภาระกับสมาชิกพรรคจนเกินไปนั้น ตามเจตนารมณ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือต้องให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในกิจการของพรรค ดังนั้นแนวทางให้สมาชิกพรรคต้องชำระค่าบำรุงพรรค เพื่อแสดงถึงสิทธิต่อการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการของพรรคที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของนายทุน หาก สนช.จะเปลี่ยนแปลงประเด็นนี้ ต้องมีคำตอบด้วยว่า จะปรับอย่างไรเพื่อให้มีส่วนร่วมของสมาชิกในพรรคเกิดขึ้นจริง ดังนั้นหาก สนช.มีแนวทางที่ดีกว่าตนจะยกมือขึ้นสาธุให้

20เมย.ฟังผลสรุปแผนปรองดอง

ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม (กห.) ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคระกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เชิญคณะอนุกรรมการทั้ง 4คณะมาประชุมวันที่ 20 เมษายน ว่า ในส่วนของคณะอนุกรรมการชุดที่1 ได้รับฟังข้อเสนอแนะในส่วนกลาง ทั้งพรรคการเมือง ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ในส่วนของพื้นที่มอบหมายให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงราชอาณาจักร(กอ.รมน.)ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดที่2 ได้สรุปรวบรวมวิเคราะห์สังเคราะห์และจับเป็นประเด็นต่างๆ ใน 10ข้อที่ได้สอบถามไปและการประชุมวันที่ 20 เมษายนนี้ จะให้คณะอนุกรรมการชุดที่2สรุปให้ฟังว่า ข้อเสนอแนะทั้งหมดในภาพรวมเป็นอย่างไร เพื่อให้คณะกรรมการรับทราบ

มอบอนุชุด3ทำสัญญาประชาคม

”วันที่ 26เมษายน จะเชิญพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ภาคประชาชนและภาคธุรกิจกว่า 200คน ที่เคยมาให้ข้อเสนอแนะมาประชุมกันอีกครั้ง ถือเป็นกระบวนการของการทำงาน เพื่อให้มาตรวจสอบว่า สิ่งที่ทุกท่านได้ให้ข้อมูลมา ตรงตามที่คณะ อนุ กรรมการ ชุดที่ 2 ได้สรุปเอาไว้หรือไม่ มีการปรับแต่งเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ หากมีความเรียบร้อยก็จะส่งต่อให้คณะอนุกรรมการชุดที่3 ในการดำเนินการจัดทำร่างสัญญาประชาคมต่อไป ส่วนกรณีกลุ่มต่างๆจะมีการเสนอประเด็นเพิ่มเติม หรือปรับแก้บางส่วน ก็จะรับฟังในวันที่ 26เมษายน ซึ่งอาจเป็นประเด็นต่างๆ ที่คณะอนุกรรมการสรุปไม่ครบ ซึ่งจะต้องอยู่ในกรอบ 10ข้อที่กำหนดไว้’ พล.อ.ชัยชาญ กล่าว

ทหารคุม’ศรีสุวรรณ’ก่อนปล่อย

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) เวลา 10.40น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ระบุกับสื่อมวลชนจะเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ติดตามหาหมุดคณะราษฎรบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าที่หายไป ปรากฏว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจากกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ประมาณ 6-7นาย ควบคุมตัวจากศูนย์บริการประชาชนไปยัง มทบ.11โดยหนึ่งในผู้ที่อยู่เหตุการณ์ระหว่าง นายศรีสุวรรณ ถูกคุมตัว ได้เล่าว่า เมื่อ นายศรีสุวรรณ มาถึงศูนย์บริการประชาชน ก็มีทหารเชิญตัวขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่หลังศูนย์บริการประชาชนเพื่อไปยังกองพลที่1รักษาพระองค์ ตนเองจึงตัดสินใจขึ้นรถตู้ไปด้วย เมื่อขับรถออกไประยะหนึ่งทหารได้เชิญตนและคนติดตาม นายศรีสุวรรณ อีกคนหนึ่งลงจากรถโดยให้เงินคนละ 100บาท เพื่อเป็นค่ารถกลับ โดยระหว่างถูกเชิญตัว นายศรีสุวรรณ ไม่ได้พูดอะไร แต่มีสีหน้ากังวลและทำตามคำสั่งโดยดี

‘บิ๊กตู่’สั่งสืบหา’หมุดคณะราษฎร์’

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องหมุดคณะราษฎรสูญหายไปว่า มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ติดตามสืบสวนสอบสวน การพูดหรือทวงคืนไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ ตนไม่อยากให้บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้ ขอให้ระมัดระวังการเคลื่อนไหว หากทำอะไรแล้วเกิดผลกระทบต่อการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน จึงต้องขอร้อง เพราะเรากำลังเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยและเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ขอยืนยันว่ากำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้แผ่นดินนี้มีความสุข จึงขอความร่วมมือว่าเรื่องที่ไม่ใช่ประเด็นคอขาดบาดตายจนเกินไป อย่าเอามาให้ต้องแก้มากนัก ซึ่งตนเข้าใจความรู้สึกทุกคน แต่ต้องดูข้อเท็จจริงว่า เรากำลังทำอะไรกันอยู่

ยันไม่ปรับทีม’ครม.เศรษฐกิจ’

พล.อ.ประยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์กรณี พล.ร.อ.พระจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ ในฐานะสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้ปรับครม.เศรษฐกิจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ว่า ยังไม่จำเป็น เพราะเรามองมิติเศรษฐกิจหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระดับฐานรากซึ่งให้ความสำคัญสูงสุด เพราะมีคนหลายสิบล้าน แต่การที่จะพัฒนาให้มีรายได้สูงขึ้นจำเป็นต้องไปทำให้เกิดห่วงโซ่ขึ้นมาให้ได้

เมินผลโพลล์ถามบังคับตอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า‘สวนดุสิตโพลล์’สำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่า เป็นห่วงสถานการณ์รัฐบาล กรณีไม่รับฟังความเห็นประชาชนเท่าที่ควร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ต้องดูว่าความมุ่งหมายในการทำโพลล์เพื่ออะไรและคำถามที่ถามเป็นการบังคับคำตอบอย่างไร อยากเรียนว่ารัฐบาลรับฟังอยู่แล้วทุกเรื่อง พร้อมแก้ไขหลายเรื่องให้ตรงกับความต้องการ แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนชำรุดในพื้นที่เล็กๆน้อยๆ จะเห็นว่าเราแก้ปัญหาได้ทันเวลา โซเชี่ยลมีเดียตนก็รับมาแล้วนำไปขับเคลื่อนให้ทั้งหมด แล้วจะบอกว่า ตนไม่ฟังความคิดเห็นใครได้อย่างไร

‘บิ๊กป้อม’ชี้หมุดไม่เกี่ยวปากท้อง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีการเปลี่ยนหมุดคณะราษฎรว่า “ทางเจ้าหน้าที่เขาดำเนินการ ผมตอบอะไรไม่ได้ และผมไม่ทราบรายละเอียด ขออย่าทำอะไรให้บ้านเมืองวุ่นวาย” ขณะเดียวกันตนไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่เกี่ยวกับความอดอยากปากแห้งของประชาชน ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ

ย้ำทีมเศรษฐกิจยังทำงานได้ดี

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องให้เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจว่า การตัดสินใจอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตนตอบอะไรไม่ได้ ทาง พล.ร.อ.พะจุณณ์ เองก็เป็นเพื่อนกับนายกฯ ก็ให้คุยกันเอง แต่ส่วนตัวมองว่าทีมเศรษฐกิจก็ไม่ได้ทำงานเสียหายอะไร ตัวเลขต่างๆในภาพรวมก็ถือว่าดีขึ้น อย่างไรก็ตามเรื่องนี้นายกฯไม่เคยมาหารือกับตน

‘ชพน.’หนุน’วราวุธ’หน.พรรค

วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงการคัดเลือกหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาคนใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งมีข่าวสนับสนุนให้ นายวราวุธ ศิลปอาชา ลูกชายของ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตประธานที่ปรึกษาพรรค ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ว่า พรรคไม่สามารถประชุมพรรคได้ ฉะนั้นทุกอย่างไม่ใช่มติพรรค แต่ทุกคนในพรรคมองตรงกันว่า เมื่อใช้ พรบ.พรรคการเมืองใหม่ หลังประกาศใช้ก็ต้องประชุมพรรค เราต้องมองว่า อนาคตสังคมไทยต้องการเห็นการปฏิรูปการเมือง ดังนั้น คนรุ่นใหม่เหมาะสมที่สุดคือ นายวราวุธ เพราะมีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ ไม่ใช่เพราะเป็นลูก นายบรรหาร

นายกฯ แจงขึ้นเงินเดือน 721 คสช. เป็นบำเหน็จความดีเหตุทำงานเพิ่มขึ้น

18 เม.ย.60 เมื่อเวลา 13.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอครม.พิจารณาเรื่องขอรับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานใน คสช. ว่า

เป็นเรื่องของสิทธิประโยชน์ของราชการ ที่ไม่ใช่ให้เป็นเงินทองหรือค่าตอบแทน แต่เป็นการให้บำเหน็จความดีความชอบ ก็เหมือนกับข้าราชการทั่วๆ ไป มาทำงาน คสช.หรือทำงานชายแดน เป็นการทำหน้าที่ที่สอง เพิ่มจากหน้าที่หลักที่หน่วย เมื่อมาทำงานก็ต้องมีบำเหน็จส่วนนี้ให้ เพราะออกมาทำงานมากขึ้น สิทธิประโยชน์ที่ให้กับหน่วยเดิม หน่วยประจำ อัตราสัดส่วนก็น้อยลง จึงต้องให้เขาบ้าง โดยเป็นงบจากต้นสังกัดเดิมของแต่ละกองทัพ เพราะเป็นการทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบการขอรับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 2 ขั้น (นอกเหนือโควตาปกติ) เพิ่มเติมอีกร้อยละ 3 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใน คสช.ที่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถนำมาพิจารณาบำเหน็จประจำปีได้ จำนวน 721 ราย โดยให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการต้นสังกัดในโอกาสแรกก่อน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2559 – 30 ก.ย.2560 และหากไม่สามารถดำเนินการได้ ขอให้เบิกจ่ายจากงบกลางรายการเลื่อนเงินเดือนและปรับวุฒิข้าราชการ ในลักษณะเดียวกับการเบิกจ่ายงบประมาณให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ จึงเห็นควรขอรับการสนับสนุนโควตาบำเหน็จประจำปี (2 ขั้น) ประจำปี 2560 เช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา

บิ๊กตู่ เตรียมเยือนบาห์เรน 24-26 เมย พร้อมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ

19 เม.ย. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีกำหนดเดินทางเยือนราชอาณาจักรบาห์เรนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2560ซึ่งการเยือนราชอาณาจักรบาห์เรนครั้งนี้นับเป็นประเทศแรกในภูมิภาคตะวันออกกลางที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือน และถือเป็นโอกาสดี เนื่องจากปี 2560 เป็นปีครบรอบ 40 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและบาห์เรน

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเยือนครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับบาห์เรนและเพิ่มพูนความร่วมมือในมิติที่สำคัญ การผลักดันความร่วมมือที่สำคัญให้มีความคืบหน้า เช่น ด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุข และด้านสังคม เป็นต้น โดยจะมีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ในภูมิภาคของทั้งสองประเทศด้วยโดยภารกิจสำคัญในการเยือนครั้งนี้ ได้แก่ การเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดีฮามัด บิน อิซา อัล คอลิฟะห์ แห่งราชอาณาจักรบาห์เรน และหารือข้อราชการกับเจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ระหว่างการเยือนนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายจะร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามเอกสาร 3 ฉบับ ได้แก่ (1) บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงกิจการเทศบาลและผังเมืองแห่งราชอาณาจักรบาห์เรนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (2)พิธีสารแก้ไขอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และ (3)บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กับมหาวิทยาลัยบาห์เรน

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า สำหรับกำหนดการเยือนราชอาณาจักรบาห์เรน มีกำหนดการโดย วันจันทร์ที่ 24 เมษายนเวลา 14.10 น.นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) เวลา17.30 น.    นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงมานามา วันอังคารที่ 24 เมษายน เวลา 11.00 น. เดินทางถึงพระราชวัง Al Gudaibiya พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ จากนั้นนายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าและหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรีบาห์เรนก่อนเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจ 3 ฉบับ ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรนทรงเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ และในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบาห์เรนก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงค่ำ โดยจะถึงประเทศไทยในวันพุธที่26 เมษายน เวลา 08.20 น.

นายกฯ สั่ง รมต.ทุกกระทรวง ตอบคำถามสื่อสร้างการรับรู้ให้มากขึ้น

18 เม.ย.60 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ได้กำชับรัฐมนตรีทุกกระทรวงมีบทบาทให้ข้อมูลสื่อมวลชนมากขึ้น สร้างการรับรู้มากขึ้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเอง โดยนายกฯ จะลงในรายละเอียดน้อยลง แต่จะเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีลงในรายละเอียดของงานมากกว่า

“ต่อไปนี้หากมีเรื่องอะไรขอให้ไปถามรัฐมนตรีต้นสังกัด ซึ่งรัฐมนตรีจะต้องตอบเรื่องนั้นๆ ในรายละเอียด ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจจะเป็นเพราะหลายเรื่องที่พูดคุยกันแต่ในที่ประชุมครม.ไม่มีการสื่อสารออกไป นายกฯ จึงให้เจ้าของเรื่องไปสร้างการรับรู้ให้กว้างขึ้นตอบคำถามผู้สื่อข่าว” พล.ท.วีรชน กล่าว

 

กรมศิลป์ระบุ”หมุดคณะราษฎร”ไม่ ใช่โบราณวัตถุ เป็นเพียงเครื่องหมายระบุตำแหน่ง

18 เม.ย.60 กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการหายไปของหมุดคณะราษฎรผ่านทางเฟซบุ๊ค กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร โดยระบุว่า ประเด็น “หมุดคณะราษฎร” เป็นโบราณวัตถุ ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 หรือไม่?

กรมศิลปากรได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่2) พ.ศ.2535 ได้บัญญัติให้ “โบราณวัตถุ” หมายความถึง สังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโบราณสถาน ซากมนุษย์หรือซากสัตว์ ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการประดิษฐ์หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นประโยชน์ในทางศิลป ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี

ซึ่งจากนิยามดังกล่าวกรมศิลปากร จึงเห็นว่า หมุดคณะราษฎรมิใช่โบราณวัตถุตามนัยของ พ.ร.บ.โบราณสถานฯ เนื่องจากหมุดคณะราษฎร เป็นวัตถุที่พลเอกพระยาพหลพลหยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร ได้นำมาติดตั้งไว้ในบริเวณลานพระราชวังดุสิตเมื่อปี พ.ศ.2479 ซึ่งเป็นเวลา 4 ปี ภายหลังจากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง

ดังนั้น หมุดคณะราษฎรจึงมิใช่สังหาริมทรัพย์ที่เป็นประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์ เพราะหมุดดังกล่าวมีลักษณะเป็นเพียงเครื่องหมายระบุตำแหน่งที่เคยมีการประกาศแถลงการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเท่านั้น

ดื้อทวงคืน “หมุดคณะราษฏร” กลุ่มปชต.ใหม่แจ้งความ สน.ดุสิต

19 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ สน.ดุสิต นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ พร้อมคณะ เข้าพบ ร.ต.อ.ชวะฤทธิ์ จันเกิ้น รอง สว.(สอบสวน) สน.ดุสิต เพื่อแจ้งความกล่าวโทษ กรณี “หมุดคณะราษฎร” สูญหายไปจากตำแหน่งเดิม บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และมีการนำหมุดใหม่ที่ทำเลียนแบบด้วยถ้อยคำใหม่มาติดตั้งแทน

โดยขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีในข้อหา 1.การกระทำความผิดฐานเบียดบังเอาโบราณวัตถุเป็นของตน 2.การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยทั้งหมดมาในนามบุคคล ไม่ได้มาในนามกลุ่มแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว เดินทางมาเป็นกำลังใจให้เพื่อน ก่อนที่จะเดินทางออกไปจาก สน.ดุสิต โดยบอกว่าต้องเดินทางไปขึ้นศาลทหารตามนัดหมายในวันนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต อำนวยความสะดวกพาไปศาลทหาร

ขณะที่เมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีมีความเคลื่อนไหวให้ดำเนินคดีลักทรัพย์กับผู้ที่ถอดเปลี่ยนหมุดคณะราษฎร ว่า กรณีนี้จะถือเป็นคดีลักทรัพย์ก็ต่อเมื่อมีผู้เสียหายเป็นเจ้าของทรัพย์ ไม่ว่ากรณีอ้างเป็นทายาท หรือเป็นเจ้าของ ก็ต้องมีหลักฐานกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น เช่น อ้างว่าเป็นเจ้าของ เป็นทายาทของใคร ถ้าได้รับตกทอดมาก็ต้องมีหลักฐานว่า ได้รับทรัพย์สินนั้นเป็นมรดก หากไม่มีหลักฐานว่าเป็นทรัพย์มรดก ก็อ้างเป็นมรดกหรือเป็นเจ้าของทรัพย์ไม่ได้

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า กรณีหมุดนี้ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ สอบถามไปยังหน่วยงานราชการ ทั้งสำนักงานเขตดุสิต และกรมศิลปากร ได้รับการยืนยันว่าไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าของ จึงไม่ใช่ของแผ่นดิน ไม่ใช่โบราณวัตถุ หรือดูแลครอบครอง เมื่อเป็นดังนั้น ยังไม่ชัดว่าทรัพย์นี้เป็นของใคร จะดำเนินคดีลักทรัพย์ได้อย่างไร ทรัพย์เป็นของใครยังไม่รู้เลย ยังไม่มีเจ้าของมาบอกเลยว่าทรัพย์ของตนเองหายไป จะทำคดีได้อย่างไร ความผิดเกิดหรือยังก็ไม่รู้

“ตอนนี้คดียังไม่เกิด ถ้าคดีเกิดแล้วจึงจะมีอำนาจสืบสวนสอบสวนต่อ เจ้าหน้าที่จะเอาอำนาจอะไรไปทำ ความผิดยังไม่เกิด จะออกหมายเรียก หรือหมายจับใครได้อย่างไร ตอนนี้ยืนยันว่ายังไม่มีผู้ใด หรือหน่วยงานใดเป็นเจ้าของทรัพย์นี้ จึงยังไม่สามารถดำเนินคดีได้ ต้องว่ากันไปตามกบิลบ้านกบิลเมือง ใครที่จะยุยงปลุกปั่นให้เป็นเรื่องการเมืองก็ว่ากันไปตามหลักฐานแล้วกัน ผมจะว่าไปตามหลักฐานที่มี” รอง ผบ.ตร.กล่าว และว่า กฎหมายบอกว่าผู้ใดเอาทรัพย์สินผู้อื่นไป ถือว่าผิดฐานลักทรัพย์ จึงต้องมีเจ้าของมาบอกก่อนว่ามีคนเอาของของเขาไป แต่กรณีนี้ยังไม่มีใครเป็นเจ้าของ แล้วจะเอาผิดได้อย่างไร คดีนี้เราทำการสืบสวนไม่นิ่งนอนใจ ต้องว่าตามกบิลบ้านกบิลเมือง

 

Check Also

1

ร.10โปรดเกล้าฯบำเพ็ญพระราชกุศลถวายร.9พระสังฆราช-‘ป๋าเปรม’

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” โปรดเกล้าฯจัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย “ในหลวง รัชกาลที่ 9”-สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชพระสยามเทวาธิราช และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยสมเด็จพระสังฆราชนำสวดมนต์ดังกึกก้องลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>