Sunday , April 23 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / ปปง.ลุยซินแสโชกุนโดดสอบเส้นทางเงินแฉจัดฉากตุ๋นโผล่อีก
5

ปปง.ลุยซินแสโชกุนโดดสอบเส้นทางเงินแฉจัดฉากตุ๋นโผล่อีก

ผู้การกองปราบฯลุยคดี “ซินแสโชกุน” เตรียมออกหมายจับเพิ่ม 8 คน ไม่เชื่อมีนายทุนฮ่องกงหนุนหลัง คาดผู้ต้องหากล่าวลอยๆ หวังสร้างความน่าเชื่อถือ ขณะที่ปปง.กระโดดสอบเส้นทางการเงินขบวนการตุ๋นรายนี้แล้ว

พบอีกจัดฉากโฆษณาชวนเชื่อขนสมาชิกกว่า 500 คนล่องเรือหรูเจ้าพระยาแจกเงิน-ทองโชว์อู้ฟู่ ความคืบหน้าคดีจับกุมน.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ “ซินแสโชกุน” อายุ 30 ปี กรรมการบริหาร บริษัท เวลล์ เอฟเวอร์ ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน ภายหลังจัดทัวร์ญี่ปุ่นแบบขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำ แต่กลับลอยแพผู้เสียหายกว่า 1,000 คน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ผู้ต้องหาถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนยอดผู้เสียหายทั่วประเทศน่าจะมีมากกว่า 1,000 รายนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. พร้อมคณะพนักงานสอบสวน ได้ร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี รวมทั้งรายละเอียดการสอบสวนในประเด็นต่างๆ ตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร.สั่งการ

พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ เพื่อสรุปผลการสอบสวน และการรวบหลักฐานทางคดีทั้งหมด หลังจากที่ผ่านมามีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความที่ บก.ป.แล้วกว่า 200 ราย รวมถึงกลุ่มที่เป็นแม่ข่าย 6 ราย ที่เป็นกรรมการบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ ซึ่งได้เข้าให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมาเพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน พร้อมกับอ้างว่าพวกตนก็เป็นผู้เสียหายด้วย

“จากหลักฐานทั้งหมดที่ได้มา ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดตรวจสอบเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องที่เหลือต่อไป สำหรับกรณีที่มีการกล่าวถึงหญิงสาวชาวฮ่องกงรายหนึ่ง ที่ซินแสโชกุน ระบุว่าเป็นนายทุนนั้น ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวน ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร แต่ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นการอ้างขึ้นลอยๆ อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ยังคงต้องตรวจสอบให้ชัดเจน”พล.ต.ต.สุทิน กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของกลุ่มผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวน เตรียมจะพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับเพิ่มเติม ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน น่าจะเป็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ทั้ง 8 ราย ซึ่งประกอบด้วย 1.น.ส.ทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ อายุ 35 ปี 2.นางมณฑญาณ์ นิรันดร หรือจันทร์ฉาย นาคฤทธิ์ อายุ 55 ปี 3.นายก้องศรัณย์ แสงประภา อายุ 22 ปี 4.นางประนอม พลานุสนธิ์ อายุ 40 ปี 5.นางณิชมน แสงประภา อายุ 64 ปี 6.นางพารินธรญ์ หงส์หิรัญ ดัคกอร์ อายุ 35 ปี 7.น.ส.สุดารัตน์ อเนกนวล อายุ 25 ปี และ 8.นายโกวิท ช่วยสัตว์ อายุ 30 ปี

มีรายงานอีกว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางบริษัท เวลล์ เอฟเวอร์ จำกัดของซินแสโชกุน ได้ชักชวนบรรดาสมาชิกผู้ร่วมงาน กว่า 500 คน ไปร่วมกิจกรรมล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ เพื่อพบปะกับกลุ่มนายทุน มีการจัดกิจกรรมสุดหรูชิงรางวัลมากมาย ทั้งในส่วนการประกวดชุดแฟนซี เครื่องแต่งกายดีเด่นหรือจับรางวัลแจกให้ผู้โชคดีที่มาร่วมงานโดยมีของรางวัลมากมายอาทิโทรศัพท์ไอโฟน7พลัส4เครื่องทองคำจำนวนมากและผู้ชนะการประกวดชุดแฟนซีจะได้รับเงินรางวัลสูงถึง 100,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ภายในเรือสำราญซึ่งมีการจัดกิจกรรมครั้งนั้น ซินแสโซกุน ได้พูดคุยถึงแผนชักชวนเหล่าสมาชิกให้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น พร้อมระบุอีกว่า หากทริปญี่ปุ่นประสบความสำเร็จ ก็จะพาเหล่าสมาชิกเดินทางไปไต้หวัน และเกาะมัลดีฟ อีกด้วย รวมทั้งได้มีการพูดถึงบริษัท อลิเชี่ยน จำกัด อย่างไรก็ดี ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างประสานเรียกตัวแทนของบริษัท อลิเซี่ยน จำกัด เข้าให้ปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร

ทั้งนี้ภายหลังพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวจากหลายกองบังคับการ ในสังกัด บช.ก. พร้อมทั้งตั้งวอร์รูมรับแจ้งความจากผู้เสียหาย ขณะนี้ทางชุดทำงานอยู่ระหว่างนำคำให้การของผู้เสียหายมาวิเคราะห์เพื่อรวบรวมหลักฐานในการขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องอีกประมาณ 10 ราย คาดว่าภายในวันที่ 17 เมษายนนี้ เจ้าหน้าที่ ปปง.จะเดินทางมาร่วมประชุมกับคณะทำงาน เพื่อขยายผลตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงินของขบวนการนี้

หมายจับ8รายร่วมแก๊งโชกุนตุ๋นเหยื่อยึดทรัพย์10ล.-เอาผิดซ่องโจร

ติ๊ก-ฉัตรมงคล โอดแค่มีรูปถ่ายกับ “โชกุน” ยันไม่ได้ร่วมตุ๋นเหยื่อ ด้านผบช.ก.ร่วมถก 6 หน่วยงาน เอาผิด ชี้มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์แล้วกว่า 300 ราย คาดโทษคนรับโอนทรัพย์สินเข้าข่ายร่วมกันฟอกเงิน ส่วนผู้การกองปราบฯเผยศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดอีก 8 ราย ยึดทรัพย์ 10 ล้าน แจ้งเพิ่มฐานซ่องโจรอีกข้อหา

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 เมษายน นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทยได้พา นายฉัตรมงคล บำเพ็ญ หรือ “ติ๊ก-ฉัตรมงคล” นักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วยผู้เสียหายกว่า 30 คน ซึ่งตกเป็นเหยื่อของขบวนการแชร์ลูกโซ่ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.เพื่อให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน พร้อมกับนำหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีของ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ น.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือ “ซินแสโชกุน” กรรมการบริหาร บริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน ที่หลอกลวงผู้เสียหายว่าจัดทัวร์ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แต่กลับลอยแพจนเกิดความโกลาหลที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย

นายฉัตรมงคล กล่าวว่า มีคนรู้จักแนะนำว่าบริษัทของซินแสโชกุน มีการจัดทัวร์เดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นในราคาถูก โดยผู้ที่สนใจต้องจ่ายเงินจำนวน 9,730 บาท จึงจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวไป แต่เมื่อถึงกำหนดนัดหมายในวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา กลับถูกลอยแพ เช่นเดียวกับผู้เสียหายจำนวนมาก ก่อนจะทราบว่าซินแสโชกุน ถูกตำรวจจับกุมแล้ว ส่วนกรณีที่มีภาพตนปรากฏในป้ายโฆษณาชักชวนของซินแสโชกุน นั้น ขอยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องและไม่ได้ชักชวนใคร รวมทั้งไม่ได้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับซินแสโชกุน

“ที่เขาใช้รูปผม หรือมีชื่อผมโยงกับซินแสโชกุน ผมไม่ได้ซีเรียสเลย คือมันก็ไม่แปลกนะ เพราะเมื่อเราไปเที่ยวหรือจะมีรูปกับใครเป็นเรื่องปกติของดารา ที่ต้องโดนขอถ่ายรูปคู่ พอผ่านไปสักพัก คนที่มาถ่ายรูปโดนคดี เราก็จะโดนขุดโดนงัดรูปมาบอกว่าเกี่ยวข้องด้วย ผมเห็นมีรูปน้องนักแสดงช่อง 3 ที่ถ่ายรูปกับซินแสโชกุน น้องเขาก็ตกเป็นข่าว ซึ่งซินแสโชกุน เขาก็จะขอถ่ายรูปกับดาราหรือคนดังหลายคน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ผมไปทริปแล้วมีรูปถ่ายจนโดนโยงว่าเกี่ยวข้องกับเขา ผมเบื่อมากข่าวพวกนี้ แต่ก็เข้าใจว่ามีหน้าที่ชี้แจง ว่าไม่ได้รู้จักส่วนตัว หรือเกี่ยวข้องอะไรกับซินแสโชกุน” ติ๊ก-ฉัตรมงคล กล่าวทิ้งท้าย

ต่อมาเวลา 10.00 น.พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้จะเรียกประชุมคณะทำงานในคดีของซินแสโชกุน โดยร่วมกับอีก 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) , กรมบังคับคดี , กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) , กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) , กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี และพิจารณาว่าจะต้องดำเนินการในส่วนใด ไม่ว่าจะเป็นการยึดทรัพย์ ติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย แนวทางการเยียวยาผู้เสียหาย

พล.ต.ท.ฐิติราช เปิดเผยด้วยว่า คดีนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 300 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบเส้นทางการเงิน การโอนย้ายทรัพย์สินของซินแสโชกุน ไปยังบุคคลต่างๆ โดยเบื้องต้นพบว่าทรัพย์สินบางส่วนถูกโอนย้ายไปแล้ว ซึ่งผู้ที่รับโอนก็จะมีความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน จึงขอเตือนว่าใครที่รู้ตัวว่ารับโอนทรัพย์สินไป ให้รีบมาแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน

จากนั้นเวลา 11.30 น.ภายหลังการประชุมร่วม 6 หน่วยงาน พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ ศาลอาญาได้ออกหมายจับบุคคลใกล้ชิดซินแสโชกุน 8 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และกระทำการอันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร โดยทหารจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งมอบพนักงานสอบสวน บก.ป.ดำเนินคดีในวันที่ 18 เมษายนนี้ เวลา 10.00 น.โดยในส่วนของซินแสโชกุน ซึ่งถูกคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ก็จะถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร เพิ่มเติมด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหากับซินแสโชกุน ในความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า จากพยานหลักฐานที่ตรวจสอบจนถึงขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงที่เข้าข่ายความผิดดังกล่าว ส่วนจะมีนายทุนชาวฮ่องกง หรือใครที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน

ผบก.ป.กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างสอบปากคำนายฉัตรมงคล บำเพ็ญ หรือติ๊ก นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างไรบ้าง หรือจะเป็นเพียงหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกซินแสโชกุน หลอกลวง เนื่องจากพบหลักฐานว่านายฉัตรมงคล มีรายชื่อเป็น 1 ใน 7 คนที่ร่วมนั่งเครื่องบินเช่าเหมาลำ เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ พร้อมกับซินแสโชกุน

พล.ต.ต.สุทิน กล่าวอีกว่า ในส่วนของทรัพย์สินต่างๆ ของซินแสโชกุน ขณะนี้มีทรัพย์สินที่ ปปง.ยึดไว้ตรวจสอบ ประกอบด้วย เงินฝากในบัญชีธนาคารจำนวนกว่า 3 ล้านบาท , ห้องพักในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านรัตนาธิเบศร์ และรถยนต์จำนวน 6 คัน รวมมูลค่าประมาณ 10ล้านบาท โดยพบว่าทรัพย์สินต่างๆ มีทั้งที่เป็นชื่อของซินแสโชกุน และชื่อของบุคคลอื่นเป็นผู้ครอบครอง

ขณะที่ผู้แทนกรมบังคับคดี ระบุว่า ได้ให้คำแนะนำกับผู้เสียหายในคดีนี้ให้เข้าร้องทุกข์ใน 2 ส่วน โดยส่วนแรกให้แจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน และส่วนที่ 2 ให้เข้าร้องทุกข์แจ้งสิทธิกับทาง ปปง.เพื่อให้ครอบคลุมทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง เป็นการแสดงสิทธิของผู้เสียหายในการได้รับการเยียวยา

ทั้งนี้ สำหรับรถยนต์ 6 คัน ที่ถูกตรวจยึดเป็นของกลาง ประกอบด้วย รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ เอสแอลเค 350 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน พศ 9995 กทม. , รถยนต์ยี่ห้อแลนโรเวอร์ สีแดง ทะเบียน 6 กค 4990 กทม. , รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ทีด้า สีขาว ทะเบียน ฎท 6198 กทม. , รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีบรอนซ์ ทะเบียน กฉ 5444 ลพบุรี , รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีดำ ทะเบียน 4 กฌ 789 กทม.และรถตู้แวน ยี่ห้อฮุนได สตาเร็กซ์ สีดำ ทะเบียน 3 กฮ 9797 กทม.โดยมี 2 คัน คือรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน และรถยนต์ยีร่ห้อมิตซูบิชิ ที่ต้องส่งคืนตามขั้นตอน เนื่องจากได้มาก่อนการกระทำความผิด และเป็นของบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

Check Also

1

โปรดเกล้าฯวันพระราชพิธี 25-29ตุลาคม ถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ กำหนดวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 วันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 วันสำคัญวันถวายพระเพลิงตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม พระองค์โสมฯรับสั่งมูลนิธิฯ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>