Sunday , August 20 2017
Home / ข่าว / ข่าวเมืองไทย / ไฟเขียวจับสึก‘ธัมมชโย’‘ออมสิน-บิ๊กป้อม’ออกโรงย้ำชัดสิ้นสมณศักดิ์สงฆ์แล้ว
259374

ไฟเขียวจับสึก‘ธัมมชโย’‘ออมสิน-บิ๊กป้อม’ออกโรงย้ำชัดสิ้นสมณศักดิ์สงฆ์แล้ว

“ออมสิน ชีวะพฤกษ์” รมต.ประจำสำนักนายกฯระบุ หากพบตัว“ธัมมชโย”สามารถจับสึกได้ทันที ในขณะที่ “บิ๊กป้อม” ตามเขย่าซ้ำไร้สมณศักดิ์ทางสงฆ์แล้ว ดีเอสไอพาคณะสื่อตรวจบริเวณหลังวัดพระธรรมกาย พบมีการขุดคูคลองเป็นแนวขวาง 4 แนว ลักษณะคล้ายยุทธวิธีทางทหาร ส่วนการเจรจาขอคืนพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง เหลวเหมือนเดิม เหตุลูกสมุนเหล่าสาวกขวาง

จากกรณีการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามจับกุม พระเทพญาณมหามุนี(พระไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ต่อมา ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 8 ข ลงวันที่ 5 มีนาคม 2560 ได้เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์ ความว่า ด้วย พระเทพญาณมหามุนี เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีกระทําความผิดข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ ที่ 942/2559 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 และยังถูกกล่าวหาในคดีอาญาฐานอื่นอีกหลายฐานความผิด ซึ่งอัยการคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องในบางคดีด้วยแล้ว แต่ก็ไม่ยอมมอบตัวตามหมายเรียก และได้หลบหนีคดี จึงไม่สมควรดํารงอยู่ในสมณศักดิ์ต่อไป และได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอน พระเทพญาณมหามุนี (พระไชยบูลย์ สุทธิผล) ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2560

“บิ๊กป้อม”ย้ำให้มอบตัวสู้คดี

ความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้ความเห็นว่า เมื่อถอดจนหมดสมณศักดิ์แล้วก็ถือว่าเป็นพระปกติแล้ว ขอให้มามอบตัวและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างก็จะเดินไปได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความแตกต่าง แต่เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประเทศจะอยู่ได้ด้วยกฎหมาย หากคิดว่าตัวเองไม่ผิดก็ขอให้ออกมาเข้าสู่กระบวนการศาล ซึ่งต้องเดินไปตามนั้น

“ออมสิน”ระบุจับสึก ได้ทันที

ในขณะที่ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการถอดสมณศักดิ์พระเทพญาณมหามุนี ว่า ขณะนี้เป็นเพียงการถอดสมณศักดิ์เท่านั้น ส่วนขั้นตอนจากนี้ไปต้องแล้วแต่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตอนนี้พระธัมมชโยยังเป็นพระภิกษุอยู่ ยังไม่ได้ถูกจับสึก เพราะยังหาตัวไม่เจอ ดังนั้นการสึกพระนั้นจะต้องนำตัวมาให้ได้ก่อนแล้วจึงจับสึก สำหรับการปกครองทางสงฆ์คณะสงฆ์ภายในวัดนั้นก็ไม่น่าจะมีผลอะไรต่อวัดพระธรรมกาย เพราะตามปกติไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว

ผบ.ตร.ชี้ จนท.ทำงานง่าย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมประเมินสถานการณ์และปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ร่วมกับทาง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของดีเอสไอ เพื่อปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย และยังไม่มีความจำเป็นจะต้องเพิ่มกำลังแต่อย่างใด ส่วนกรณี พระธัมมชโย ถูกถอดสมณศักดิ์นั้น เป็นขั้นตอนที่เราต้องทยอยทำ และเชื่อว่าจะทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ง่ายขึ้น

บัญชี13ล.ส่อเข้าข่ายฟอกเงิน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายครั้งต่อไป ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ ผบ.ตร. ส่วนกรณีดีเอสไอ ตรวจสอบเงินในบัญชีจำนวน 13 ล้านบาทของ พระเสถียร คำบ่อ พระสงฆ์ที่ถูกควบคุมตัวได้ที่ตลาดป้าเช็ง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีการเบิกจ่ายเงินในบัญชีวันละเกือบ 1 หมื่นบาทนั้น ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่มีการเข้าร้องทุกข์ แต่หากมีการร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนทันที โดยเบื้องต้นอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน

ธัมมชโย-ธรรมกายโดนกว่า350คดี

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาต่อพระธัมชโย และวัดพระธรรมกายขณะนี้แล้วกว่า 350 คดี มีการออกหมายจับเพิ่มกว่า 10 คดี และเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบสถานปฏิบัติธรรมของวัดพระธรรมกายในพื้นที่ภาคอีสานในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า สำหรับบุคคลที่ถูกออกหมายเรียกฐานขัดคำสั่ง คสช. จำนวน 62 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกแล้ว 9 คน ดีเอสไอจะเป็นผู้ดำเนินการ และหากบุคคลที่ถูกออกหมายเรียกไม่ยอมมาพบพนักงานสอบสวน ก็เป็นดุลพินิจของดีเอสไอเช่นกันว่าจะดำเนินการอย่างไร และจะมีการออกหมายจับต่อไปหรือไม่

ไพบูลย์จี้ใช้กฎมส.สั่งพ้นสมณเพศ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรากรปกป้องพิทักษ์กิจการพระศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า มหาเถรสมาคม(มส.) ควรเร่งนำกฎ มส.ฉบับที่ 21 พ.ศ.2538 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ข้อ 3.ในกรณีพระภิกษุรูปใดประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเรื่องเดียวกันหรือหลายเรื่องเป็นอาจิณ หรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง คณะปกครองสงฆ์มีอำนาจวินิจฉัยให้สละสมณเพศได้ มาดำเนินการสั่งให้พระธัมมชโย พ้นจากสมณเพศได้ในทันที ทั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยให้สถานการณ์การชุมนุมที่วัดพระธรรมกายคลี่คลายลง เพราะศิษย์ที่ใช้ข้ออ้างว่าปกป้องพระธัมมชโยเป็นเรื่องปกป้องพระภิกษุ ปกป้องพุทธศาสนา ก็จะได้หมดสิ้นข้ออ้าง

พบวัดธรรมกายใช้ยุทธวิธีคล้ายทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ นำคณะสื่อมวลชน เดินทางมาตรวจสอบบริเวณถนนคลองเอน ใกล้ประตู 15 พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุการณ์เผชิญระหว่างทหารกับพระสงฆ์และลูกศิษย์ บริเวณจุดก่อสร้างที่เชื่อมต่อไปยังอาคารบุญรักษาด้านกำแพงหลังวัดพระธรรมกาย หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ใช้โดรนสำรวจบริเวณดังกล่าว พบมีการขุดคูคลองเป็นแนวขวาง 4 แนว มีการเติมน้ำเข้าไปบางส่วน ลักษณะคล้ายยุทธวิธีทางทหาร รวมถึงพบถังบรรจุน้ำมัน 200 ลิตร และเต็นท์พระ แต่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เพราะติดกลุ่มพระภิกษุและคณะศิษยานุศิษย์ขัดขวาง อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวหากใครบุกรุกหรือเข้าออก จะผิดคำสั่ง คสช. ที่ 17/2560 เรื่องห้ามบุคคลเข้าออกในพื้นที่ และห้ามกระทำการใดๆ ในพื้นที่จนกว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเสร็จสิ้น

เตรียมดำเนินการตรวจสอบ

ที่ บก.ตชด.ภ.1 พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า หลังมีการตรวจสอบพบว่าบริเวณพื้นที่ใกล้กับอาคารบุญรักษาซึ่งอยู่ในโซนดี มีจุดขุดร่องดินสกัดยานพาหนะและได้ปล่อยน้ำเข้าไปบางส่วน ทั้งนี้ ต้องมีการตรวจสอบ หากเป็นพื้นที่สาธารณะถือว่ามีความผิด แต่ถ้าเป็นของเอกชนก็ต้องสอบถามสาเหตุการดำเนินการดังกล่าว ส่วนการขอคืนพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการ ยืนยันว่าไม่กังวลเรื่องการซุกซ่อนอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ เพราะเจ้าหน้าที่ตั้งด่านคัดกรองอย่างเข้มงวด พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ ทราบว่ามีกลุ่มการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องสนับสนุนพระสงฆ์และลูกศิษย์วัดพระธรรมกายซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนว่ามีบุคคลใดเป็นแกนนำ

ศิษย์ยันเคารพ“ธัมมชโย”เหมือนเดิม

ส่วนความเคลื่อนไหวของฝ่ายวัดพระธรรมกาย เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตลาดกลางคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระเสกสรรค์ อัตตทโน พระลูกวัดเครือข่ายวัดพระธรรมกาย แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กรณีที่อาตมาโดนหมายเรียกนั้นยืนยันว่าไปพบเจ้าหน้าที่แน่นอน สำหรับกรณีที่มีประกาศจากสำนักนายก ที่มีการถอดสมณศักดิ์พระธัมมชโยก็ไม่ได้ใส่ใจ เนื่องจากทางคณะพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์เคารพหลวงพ่อที่ตัวบุคคล ไม่ได้เคารพที่สมณะศักดิ์แต่อย่างใด

อ้างองค์กร ตปท.เรียกร้องยกเลิก ม.44

ส่วนที่ บริเวณถนนเลียบคลองเเอน ประตู 5 วัดพระธรรมกาย พระมหาทศพร ปุญญงฺกุโร หัวหน้ากองภาพลักษณ์ออนไลน์ แถลงว่า คณะพระมหาเถระทั้งในและต่างประเทศ และบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึงองค์กรพุทธนานาชาติ ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ของวัดพระธรรมกาย โดยองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน 4 แห่ง ที่เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด และคณะบุคคล องค์กรระหว่างประเทศ จำนวนกว่า 30 องค์กร เรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา 44 อีกทั้งขอขอบคุณ กรรมการสิทธิมนุษยชน ที่ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใย ต่อเหตุการณ์ของวัดพระธรรมกาย ขอยืนยันว่า คณะศิษย์ได้ใช้สติและอยู่ในความสงบ และไม่กระทำการที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมทั้งเฝ้าระวัง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

ศิษย์ห้ามจนท.เข้าตลาดคลองหลวง

ต่อมา เวลา 14.00 น. พระครูวิจิตรอาภากร เจ้าคณะตำบลคลอง 4 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยพระสงฆ์ 5 รูป ร่วมกับ พศ. เดินทางมาที่ตลาดกลางคลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง เพื่อเจรจาพระสงฆ์ที่อยู่ในตลาดกลางให้ทราบว่า พศ. ได้ประกาศห้ามชุมนุม และขอตรวจสอบใบสุทธิสงฆ์ ของพระสงฆ์ที่อยู่ภายในตลาดกลางคลองหลวง เพื่อจะได้นำผลดำเนินการไปรายงานที่กองอำนวยการร่วม บก.ตชด.ภ.1 แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ทางกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ก็เข้ามาตั้งขบวนขวางทางเอาไว้ โดยไม่อนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ตลาดคลองหลวง พร้อมขอให้ยกเลิกมาตรา 44 ทำให้คณะสงฆ์ ตัวแทน พศ. และเจ้าหน้าที่ต้องถอยออกมาทันที และไม่ได้มีการเข้าเจรจาแต่อย่างใด

รองเจ้าคณะเชียงใหม่ให้7วันเลิกม.44

วันเดียวกัน พระเทพมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดท่าตอน(พระอารามหลวง) ต.ท่าตอน อ.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ และรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ นำพระสงฆ์และสามเณรจำนวนมาก รวมตัวที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องให้สั่งการยกเลิกการบังคับใช้ ม.44 ในการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย โดยระบุว่าจะให้เวลา 1 สัปดาห์นับจากวันที่ยื่นหนังสือจากนั้นจะนัดหมายรวมตัวกันกลับมาฟังคำตอบอีกครั้ง
ส่ง‘ศาลสงฆ์’

เช็คบิล‘ธัมมชโย’10มี.ค.

‘บิ๊กตู่-สุวพันธุ์’จ่อปิดคดี

เสนอเจ้าคณะใหญ่ฯเชือด

เล็งสอบ90คนฐานปลุกปั่น

ธรรมกายปัดข้อหา‘กบฏ’

นายกฯระบุ พศ.-มส. ดำเนินการต่อหลังถอดสมณศักดิ์ “ธัมมชโย” ด้าน “สุวพันธุ์” เผย ผอ.พศ.ส่งหนังสือแจ้งพฤติกรรมส่อขัดพระธรรมวินัยให้เจ้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณาแล้ว จ่อนำเข้าที่ประชุม “มส.” 10 มีนาคม เตรียมดำเนินคดีอีก 90 ราย ฐานยุยงปลุกปั่น ศิษย์ธรรมกายโต้ข้อหากบฏ

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตำรวจ ทหาร สนธิกำลังเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อจับกุม พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ภายใต้การใช้ มาตรา 44 ที่สั่งให้พื้นที่วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมพระธรรมชโย ได้นั้น

บิ๊กตู่ระบุใช้ทั้งมาตรการรัฐและสงฆ์

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการทั้งมาตรการทางปกครองของรัฐ ในเรื่องกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากมีการกระทำความผิด รวมถึงมาตรการทางสงฆ์ในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ โดยมีสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และมหาเถรสมาคม(มส.) เป็นผู้ดำเนินการอยู่ ทั้งนี้ ขออย่าหลงประเด็น หากไม่มีการกระทำความผิดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงขอให้ยอมรับและเข้ามาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ความเดือดร้อนต่างๆ ลดลง

“ถามว่าในกรณีเดียวกัน เช่น คนยากจนที่ไปทำความผิดโดยอาจไม่รู้กฎหมาย อย่างที่ผ่านมาที่มีคนไปตัดต้นไม้ต้นเดียวยังต้องติดคุกเลย แล้วคดีนี้จะยกเว้นได้อย่างไร และมีหลายคดีที่เกี่ยวข้อง แค่มาต่อสู้คดี มันก็มาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ละเว้นใครได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ให้ พศ.-มส.ดำเนินการต่อ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีการถอดสมณศักดิ์พระธัมมชโยว่า ได้มีการดำเนินการไปแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องทางพระ ซึ่ง พศ. จะหารือกับ มส. ในการพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยจะต้องใช้เวลา เนื่องจากมีคณะกรรมการอุทธรณ์และคณะกรรมการต่างๆ แต่หากเจ้าตัวไม่ออกมาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะปัญหาอยู่ที่ตัวคนเท่านั้น และย้ำว่าการประกาศใช้มาตรา 44 เพราะกฎหมายปกติใช้ไม่ได้ จึงต้องใช้กฎหมายพิเศษ ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ได้ และไม่ใช่ว่ามาตรา 44 ไม่มีประโยชน์หรือใช้ไม่ได้ ส่วนที่มีการระบุว่า เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 20 วันแล้วแต่ยังไม่สามารถจับตัวพระธัมมชโยได้นั้น ไม่ใช่รัฐบาล ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ไม่อยากค้น แต่ที่ไม่สามารถทำได้เพราะมีคนจำนวนมากทำการต่อต้าน

ดำเนินการตามกม.กับคนขวางจนท.

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจาก ดีเอสไอว่า พระสงฆ์ที่ได้รับหมายเรียกก็มารายงานตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวไป ไม่ได้แจ้งข้อหาเพิ่ม ส่วนพระสงฆ์และประชาชนที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีการดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ซึ่งจนถึงขณะนี้การขัดขวางก็ยังคงมีอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปค้นเพิ่มเติมได้ แต่ยืนยันจะดำเนินมาตรการตามกฎหมายต่อไป พื้นที่วัดพระธรรมกายยังคงประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเช่นเดิม

แจ้งพฤติกรรมส่อขัดพระธรรมวินัย

นายสุวพันธุ์ ยังกล่าวถึงการดำเนินการทางพระธรรมวินัยกับพระธัมมชโย ว่า ทาง ผอ.พศ. ได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะใหญ่หนกลางแล้ว เป็นการแจ้งให้ทราบถึงพฤติกรรมของพระธัมมชโยในเรื่องที่อาจจะขัดพระธรรมวินัย เพื่อให้เจ้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป ส่วนเรื่องทางด้านการปกครองนั้น ได้เสนอไปแล้ว เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถคุยกับผู้มีอำนาจในวัดหรือผู้รักษาการเจ้าอาวาสได้เ นื่องจากไม่รู้ว่ารักษาการเจ้าอาวาสอยู่ที่ไหน จึงขอให้ทางเจ้าคณะใหญ่หนกลางได้พิจารณาเรื่องของการทำให้การปกครองเป็นไปในทางที่เหมาะสมและสามารถยุติการขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ได้

เสนอเรื่องเข้าที่ประชุมมส.10มี.ค.

นอกจากนี้ทาง มส.จะมีการประชุมวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งทางรัฐบาลก็คงจะมีประเด็นต่างๆ ไปเสนอด้วย เมื่อถามถึงการที่ทางวัดพระธรรมกายมีการทำยุทธวิธีใหม่เหมือนทหาร นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เขาดูแลอยู่

จ่อดำเนินคดียุยงปลุกปั่น90คน

ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี ดีเอสไอ เดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าและประเมินสถานการณ์การเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมตัวพระธัมมชโย โดยมีหน่วยงานที้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เช่น ทหาร ตำรวจ และกรมการปกครอง โดย พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวก่อนการประชุมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการกับผู้ที่มีพฤติการณ์ยุยงปลุกปั่นแล้ว โดยฝ่ายกฎหมายสามารถรวบรวมรายชื่อประมาณ 90 คน ซึ่งเราจะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กลุ่มผู้ดูแลอาคารวัดฯพบดีเอสไอ

เวลา 09.45น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอาคารสถานที่ภายในวัดพระธรรมกาย กว่า 15 คน ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ที่ บก.ตชด.ภ.1 พร้อมทั้งนำเอกสารระบุตัวตนมาด้วย หลังจากเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ลงนามในคำสั่งเรียกผู้ดูแลอาคารสถานที่ภายในวัดพระธรรมกาย รวม 19 ราย โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.รศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้พาขึ้นไปรายงานตัวต่อ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีพิเศษภาค และพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ยังบริเวณชั้น 2

“วุฒิสาร-อัยย์”เข้ารายงานตัว

ต่อมา เวลา 10.30 น. นายวุฒิสาร พนารี ผู้ประสานงานมวลชนวัดพระธรรมกาย พร้อม นายอัยย์ เพรชทอง ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เข้าพบดีเอสไอตามคำสั่งให้มารายงานตัว ฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งมาตรา 44 โดย นายวุฒิสาร ยืนยันว่า จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของเจ้าหน้าที่หากมีคำสั่งหรือระเบียบใดๆ ทั้งนี้ ขอปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการปลุกปั่น เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเท่านั้น ขณะที่ นายอัยย์ เปิดเผยว่า มาในฐานะเป็นผู้ให้กำลังใจ เพราะเตรียมเข้าพบพนักงานอัยการในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ที่ศาลธัญบุรี โดยเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางและปลุกระดมในพื้นที่ ตามมาตรา 44 อย่างไรก็ตาม ตนจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นศาล

ดีเอสไอซัดคำกล่าวอ้างฟังไม่ขึ้น

ต่อมาเวลา 11.00น.พ.ต.ต.วรณัน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วัดพระธรรมกายชี้แจงประเด็นการขุดคูคลองบริเวณอาคารบุญรักษาและอ้างว่าถังน้ำมันที่นำมาตั้งไว้เป็นถังเปล่าใช้เพื่อขึงเต้นท์นอน ว่า เป็นคำชี้แจงที่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีทหารเข้าไป ดังนั้น การที่วัดอ้างว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกรุกเข้าไปก็ไม่เป็นความจริง ส่วนถังน้ำมันที่อ้างว่านำมาขึงเชือกผูกแสลนกันแดดนั้น ก็รับฟังไม่ได้ เพราะถังน้ำมันมีความสูงประมาณ 100 ซม. หากนำมาขึงจริงคาดว่าผู้ที่อยู่ภายในจะต้องนั่งตลอดเวลาหรืออาจตัวเล็กมาก พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุใดบริเวณอาคารบุญรักษาจึงมีมวลชนและพระจำนวนมาก ซึ่งหากไม่มีสิ่งสำคัญก็คงไม่มีระบบป้องกันเข้มงวด

บันทึกภาพขัดขวางจนท.ไว้แล้ว

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้มีการบันทึกภาพถ่ายทั้งหมดไว้แล้ว และหากเรายังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ก็จะใช้วิธีการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีเหมือนกับกรณีของ พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระลูกวัดเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ที่มีการร้องขอให้ดำเนินคดี เพราะพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตามคำสั่ง คสช.ที่ 5/2560 และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งแล้วว่าห้ามทำกิจกรรมใดๆ ซึ่งฝ่ายกฎหมายจะเป็นผู้ดำเนินการ

จ่อเรียกสอบเจ้าของพื้นที่“บุญรักษา”

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า พื้นที่บริเวณอาคารบุญรักษาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นของเอกชน ที่ประชุมฯ จึงมีมติทำหนังสือเรียกเข้ารายงานตัวเพื่อชี้แจงเหตุผลการให้บุคคลเข้าใช้พื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่หวงห้าม แต่กลับยังมีการฝ่าฝืนคำสั่งสร้างสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงออกหนังสือเรียกผู้มีชื่อครอบครองรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในวัด เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีคำสั่งชัดเจนให้ออกนอกพื้นที่ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการจึงต้องเรียกให้มาชี้แจงว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของวัดหรือไม่ ซึ่งเป็นการออกคำสั่งเรียกให้มารายงานตัวอีก 96 คน รวมบุคคลที่ดีเอสไอออกคำสั่งเรียกให้มารายงานตัวแล้วประมาณ 164 คน ส่วนกรณีชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบพื้นที่ที่มีการขุดคูคลองของทางวัดพระธรรมกายนั้น ขณะนี้ทางฝ่ายอำเภอได้เข้าไปดูแลในส่วนนี้แล้ว

ส่งฮ.บินสำรวจพื้นที่อาคารบุญรักษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมกับกองบินตำรวจ นำเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ จาก บก.ตชด.ภ.1 ขึ้นบินสำรวจบริเวณรอบพื้นที่วัดพระธรรมกาย โดยเฉพาะบริเวณอาคารบุญรักษา ที่มีการขุดคูคลองและพบถังน้ำมัน พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจาก ภ.จว.ลพบุรี, ภ.จว.ชัยนาท และภ.จว.อ่างทอง รวม 5 กองร้อย ได้ทยอยมารอการสับเปลี่ยนกำลังกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณรอบพื้นที่วัดพระธรรมกายด้วย

ชาวบ้านเป็นงง-น้ำท่วมฉับพลัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น เวลา 08.30น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอคลองหลวงได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่หน้าอาคารบุญรักษา เนื่องจากมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการขุดคลองล้อมรอบส่งผล ให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอคลองหลวง ได้ให้เจ้าของสวนที่ได้รับความเดือดร้อนไปแจ้งลงบันทึกไว้ที่ อบต.คลองสาม

ชาวบ้านรายหนึ่งในพื้นที่ อ.คลองหลวง เปิดเผยว่าตนตื่นมา ประมาณตีสาม พบว่าน้ำได้ปล่อยออกมาจนท่วมบ้านตนเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าน้ำนั้นปล่อยออกมาจากทางไหน แต่ว่าเดิมที่ไม่เคยมีน้ำในบริเวณนี้ อีกทั้งน้ำได้ท่วมสูงอย่างรวดเร็วที่ผ่านมาบ้านของตนเอง จากการสังเกตุมีการขุดคลองลึกลงไปประมาณ 2 เมต รรอบพื้นที่บริเวณอาคารบุญรักษา

ทัพสื่อไต่บันไดหวิดตกคลอง

เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่วัดพระธรรมกายได้เชิญสื่อมวลชนให้เข้าไปสัมภาษณ์ในบริเวณวัดพระธรรมกาย โดยนำบันไดมาวางพาดคลองที่วัดพระธรรมกายขุดขึ้นมา เพื่อให้สื่อมวลชนเดินข้ามไป แต่ปรากฏว่าจู่ๆ สะพานเกิดการชำรุด สื่อมวลชนจึงได้เรียกร้องให้พระสงฆ์ของวัดธรรมกายเดินทางออกมาแถลงข่าวภายในบริเวณหน้าประตูอังคารพุทธรักษาแทน

วัดธรรมกายปัดเป็นกบฎแผ่นดิน

จากนั้น พระชาญณรงค์ อุตตโม พระสงฆ์ประจำศูนย์ปฏิบัติธรรมประเทศบาห์เรน ได้ออกมาแถลงว่า รัฐใช้งบประมาณในการค้นวัดพระธรรมกายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 60-100 ล้านบาท สำหรับกรณีพบร่องน้ำและถังน้ำมันเปล่า 200 ลิตร โซนอาคารบุญรักษานั้น ขอชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาขัดขวางเจ้าหน้าที่ ถังน้ำมันที่พบนั้น เป็นถังน้ำมันเปล่า ที่นำมาเป็นหลักในการขึงแสลนเท่านั้น และขอปฏิเสธกรณีที่มีผู้กล่าวหาว่าวัดพระธรรมกายเป็นกบฏต่อแผ่นดินและพระธรรมวินัย ส่วนเรื่องการทำรั้วกั้นโดยรอบนั้นพระสงฆ์ไม่ได้เป็นผู้ทำขึ้น แต่เป็นการดำเนินการของศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของวัด

ศิษย์ลุกฮือฉุนจนท.ปิดทางรถน้ำ

เวลา 12.20น.บริเวณตลาดกลางคลองหลวง เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย หลังมีรถ 6 ล้อบรรทุกน้ำ 2คัน เข้ามาภายในตลาดเพื่อมาส่งน้ำให้กับคณะศิษย์วัดพระธรรมกาย แต่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ไม่อนุญาตให้เข้า ทำให้คณะศิษย์ไม่พอใจ พากันลุกฮือออกมาเปิดล้อมเจ้าหน้าที่ทหารและรถน้ำ โดยมี พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระเครือข่ายวัดพระธรรมกายได้เดินทางออกมาพร้อมกับขอให้ทางเจ้าหน้าที่ปล่อยรถน้ำทั้งสองคันเข้าไปด้านใน โดยบรรยากาศค่อนข้างตรึงเครียด แต่อีกประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารก็ได้ให้คนขับรถทำประวัติไว้กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ก่อนที่จะยินยอมให้รถน้ำเข้าไปส่งด้านในได้ คณะศิษย์จึงกลับเข้าไปในเต็นท์โดยไม่มีเหตุการณ์บานปลาย

Check Also

286471

บิ๊กตู่ กร้าวทหาร-ตร.เอี่ยวค้ามนุษย์ลงโทษหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรัรกษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ แรงงานผิดกฎหมายสะสมมา 20 ปีแล้ว แตะก็ไม่ได้มีปัญหาเศรษฐกิจ เราต้องปรับปรุง สองฝ่ายหันหน้าหากัน รัฐบาลจะอำนวยการความสะดวกให้เวลา ตอนนี้ก็เงียบเหงา ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>