Tuesday , December 11 2018
Home / บทนำ / บทนำ ประจำวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2018

บทนำ ประจำวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2018

ประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย ออกกฏหมายห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย “ไขมันทรานส์” หรือ Trans Fat โดยมีผลบังคบใช้อีก 180 วัน เนื่องจากก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคอื่นๆ …ปีๆ นึงมีคนเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจกว่า 500,000 คน

ประกาศนี้ไม่ใช่แค่เป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นความรับผิดชอบในการตระหนักรู้ถึงภัยอันตรายของไขมันชนิดนี้ในกลุ่มผู้บริโภคด้วย

ในบรรดาไขมันทั้งหลาย ไขมันทรานส์ (ทางเคมีเรียกว่า กรดไขมันทรานส์) หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า trans fat หรือ trans fatty acid เป็นไขมันตัวร้ายที่สุด เนื่องจากมีความแตกต่างจากไขมันตัวอื่นตรงที่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะเพิ่มคอเลสเตอรอลตัวร้าย หรือ LDL cholesterol และลดระดับคอเลสเตอรอลตัวดีคือ HDL cholesterol สองอย่างนี้ทำให้เกิดการพอกพูนของตะกรันคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด อาจจะเรียกได้ว่าร้ายยกกำลังสอง (กว่าไขมันตัวอื่น) ทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว ตีบตัน ส่งผลให้อวัยวะที่หลอดเลือดนั้นนำเลือดไปเลี้ยงขาดเลือดขาดออกซิเจน เช่น หัวใจขาดเลือด (หัวใจวาย) สมองขาดเลือด (เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์) หรือไตขาดเลือด (ไตวาย) ฯลฯ

ไขมันทรานส์ หรือ Trans Fat มักอยู่ในเนยขาว เนยเทียม คุ๊กกี้ โดนัท วิปครีม ขนมขบเคี้ยว และอาหารฟาสต์ฟู้ดต่างๆ รวมถึงพวกของทอด

แล้วทำไมไขมันทรานส์ จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการอาหาร? เพราะไขมันชนิดนี้สามารถเก็บได้นานแล้วยังมีราคาถูก ผู้ประกอบการทั้งหลายจึงนิยมนำมาใช้เพื่อลดต้นทุน

กรมควบคุมและป้องกันโรคอเมริกัน ได้ออกมาประเมินว่า ในแต่ละปีไขมันทรานส์มีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 20,000 ราย และมีการตายที่เกี่ยวเนื่องกับโรคหัวใจ 7,000 ราย จากสถิติที่สูงแน่ชัดอย่างนี้ทำให้องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาต้องออกมาประกาศว่าไขมันทรานส์ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคอีกต่อไป และออกกฎให้อุตสาหกรรมอาหารต้องมีฉลากติดข้างกล่องระบุว่าอาหารมีส่วนประกอบอะไรบ้าง มีไขมันทรานส์เท่าไหร่ ซึ่งการอ่านฉลากของผู้บริโภคต้องมีความเข้าใจศัพท์พอสมควร

องค์การอนามัยโลก ตั้งเป้ากำจัดไขมันทรานส์ออกจากอาหารทั่วโลกให้ได้ภายใน 5 ปี โดยหวังให้ผู้บริโภคหวั่นกลัวกับอันตรายที่มากับไขมันทรานส์

  1. ไขมันทรานส์ ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจ…มีการศึกษาหนึ่งในปี 2014 พบว่า คนที่ทานอาหารที่มีไขมันทรานส์นั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นประมาณ 14 %
  2. ไขมันทรานส์ยังสัมพันธ์กับโรคอ้วนลงพุงด้วย …นักวิจัยจาก Wake Forest University School of Medicine ได้ทำการศึกษาชิ้นหนึ่งโดยให้ลิงตัวผู้กินอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงเป็นระยะเวลาประมาณ 6 ปี ผลปรากฏว่า ลิงเหล่านั้นมีไขมันบริเวณรอบเอวเพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด
  3. ในขณะที่มีอีกการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้สูงอายุจำนวน 104 คนที่มีระดับของไขมันทรานส์ในเลือดสูงนั้นจะมีขนาดของสมองที่เล็กกว่าคนทั่วไป ซึ่งการที่สมองหดเล็กลงนั้นถือเป็นหนึ่งในอาการของโรคอัลไซเมอร์
  4. เชื่อหรือไม่ว่า ไขมันทรานส์เป็นตัวเพิ่มความก้าวร้าว…มีการศึกษาชิ้นหนึ่งของ University of California- San Diego พบว่าการทานอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงนั้นสัมพันธ์กับการมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวโดยไม่คำนึงถึงเพศหรืออายุ
  5. ไขมันทรานส์เกี่ยวกับโรคเบาหวานประเภท 2 ด้วยนะ…The American Diabetes Association แนะนำว่า อาหารที่มีไขมันทรานส์ ทำให้ระดับของคอเลสเตอรอลสูงขึ้น ซึ่งนั่นจะเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2
  6. นอกจากอ้วน, กร้าวร้าว ไขมันทรานส์ยังเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า…นักวิจัยหลายคนอ้างว่า การทานอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงนั้นสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้ามากถึง 50%
  7. ไขมันทรานส์ทำให้เกิดสิวด้วย รู้ยัง? มีการค้นพบว่า การทานอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงนั้นอาจนำไปสู่การอักเสบในร่างกาย ซึ่งการอักเสบเรื้อรังอาจทำให้เกิดบรรดาสิวชนิดต่างๆ

จะเห็นได้ว่าอาหารที่มีไขมันทรานส์นั้นก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ดังนั้นหากอยากมีร่างกายที่แข็งแรง ควรพยายามหลีกเลี่ยง หรือลดการทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ และหันมาทานไขมันดีๆ อย่าง น้ำมันปลา ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

 

Check Also

บทนำ ประจำวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2018

***ฉบับนี้ผู้เขียนเดินทางมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย ได้มีโอกาสเข้าเมืองไปยังใจกลางกรุงเทพมหานคร แล้วต้องร้องโอ้วโหวว…. พระเจ้ามันยอดมาก ที่ว่าเรื่องสุดยอด คือ อะไร? สิ่งที่ตระการตามากที่สุด เห็นจะเป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้า ที่มีขึ้นเกือบทุกเส้นทาง เรียกว่าไปไหนมาไหนสะดวก แม้ขณะนี้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็ต้องบอกว่าฝันกำลังใกล้ความจริง ถ้าไม่มีอุปสรรคใดมาขัดขวาง หรือ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *