Monday , July 13 2020
Home / บทนำ / บทนำ ประจำวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2018

บทนำ ประจำวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2018

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้เขียนได้แสดงความเห็นว่า “ไม่เห็นด้วย” กับแนวคิดของผู้นำสหรัฐฯ ที่เสนอให้ครู โค้ช และพนักงานในโรงเรียน สามารถ “ติดอาวุธ” ไว้เพื่อปกป้องชีวิตนักเรียนของพวกเขา หลังจากเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมในรัฐฟลอริดา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา

เหตุผลที่ผู้เขียนไม่เห็นด้วยในเบื้องต้น เพราะเห็นว่าไอเดียยังไม่ได้ตกผลึก! หากมองแค่ภาพร่าง เห็นทีจะไม่เหมาะให้ “ผู้ที่ถูกผลิตมาเป็นครู” จะลุกขึ้นมาจับปืน… เพราะไหนจะเรื่องความไม่สะดวก และ“อุบัติเหตุ” ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตของบุคคล ก็เป็นเรื่องน่าเป็นห่วง “ครูก็มีความเครียดได้เช่นกัน” วันดีคืนดีอาจจะลุกขึ้นมา “ยื่นกระบอกปืน” ใส่ตัวเอง /ใส่คนอื่น ร้ายสุดอาจจะเล็งมาที่นักเรียนเองก็ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก!

แต่ต่อมารัฐบาล “ได้ขยายความ” เพิ่มเติมว่า ไม่ใช่ “ครูหรือเจ้าหน้าที่ทุกคนจะพกปืนได้” แต่จะกำหนดคุณสมบัติ “คัดสรร” บุคคลที่พร้อมจริงๆ ทั้งคุณวุฒิ/วัยวุฒิ สุขภาพกายและสุขภาพจิต!

คนเหล่านั้นจะต้องเข้าผ่านการอบรม “ฝึกฝนพิเศษ” จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกมาตรการใช้อาวุธให้แก่บุคลากรในโรงเรียน อาทิ

-การจัดหลักสูตรการยิงปืนพกเพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันตัว

-มาตรการฝึกซ้อมการรับมือเหตุกราดยิง

-โครงการรณรงค์ให้มีการสังเกตพฤติกรรม “กลุ่มเสี่ยง” ของการเป็นมือปืนกราดยิงในสถานศึกษา

นอกจากนี้รัฐบาลต้องเพิ่มการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้ที่ต้องการซื้ออาวุธปืน “อย่างละเอียดและเข้มงวดมากขึ้น” รวมทั้งกำหนดอายุผู้ซื้อปืนต้องไม่ต่ำกว่า 21 ปี และระงับการขายอาวุธปืนสงครามเช่น AR -15

ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อว่า หากเจ้าหน้าที่โรงเรียน (ที่คัดสรรและได้รับการฝึกฝนพิเศษ) มีอาวุธปืน จะสามารถยุติเหตุโจมตีเช่นนี้ได้ “อย่างรวดเร็ว”

รายละเอียดของรูปแบบไอเดีย ได้เพิ่ม “ภาพร่าง” ให้คมชัดขึ้น และเห็นถึง “ความเป็นไปได้” ในการเพิ่มความปลอดภัยในสถานศึกษา ถึงแม้จะไม่สามารถคุ้มครองได้ 100% แต่ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ในระหว่างรอการปฏิรูปกฏหมายอาวุธปืน ที่โอกาสเกิดขึ้นริบรี่

รัฐบาลทรัมป์ ยืนยันว่า จะเข้มงวดอย่างมากในการตรวจสอบประวัติของ “ครู/โค้ช/พนักงาน” ที่จะทำหน้าที่อารักขาโรงเรียน โดยเน้นที่สุดคือ “สุขภาพจิต” และยืนยันว่าจะไม่ใช่แค่การ “พูดคุย” เหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่จะผลักดันให้เป็นรูปธรรมเห็นจริง

บุคลากรผู้ที่ผ่านการคัดสรรฝึกอบรมแล้ว จะสามารถพกพาปืนติดตัวแบบปกปิด จะทำงานในอาณาเขตพื้นที่ในโรงเรียน และรัฐบาลจะยกเลิก “เขตปลอดอาวุธ” ในสถานศึกษา เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันนี้มีหลายรัฐในอเมริกา ได้อนุญาตให้พกปืนแบบปกปิดเข้าไปยังพื้นที่โรงเรียนได้ และทรัมป์จะสัญญาว่าจะพิจารณาข้อเรียกร้องให้ครูอาจารย์มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองเพื่อป้องกันเหตุ แต่ไม่ใช่พลเมืองอเมริกันทุกคนที่เห็นด้วย!

การออกกฏหมายใดกฏหมายหนึ่งในสหรัฐฯ เพื่อให้ทุกคนในประเทศ “ปฏิบัติตามเป็นหนึ่งเดียว” ยิ่งเป็นเรื่องยาก เพราะแต่ละรัฐทั้ง 50 รัฐ ต่างที่ได้รับสิทธิ์ปกครองกันเองเป็นเอกเทศ

ไอเดียอนุญาตให้บุคลากรในโรงเรียนติดอาวุธ จะทำสำเร็จหรือไม่ ยังไม่อาจฟันธง….เพราะนอกจากพลเมืองที่ไม่เห็นด้วยแล้ว เรื่องผลประโยชน์-นักการเมือง-ล็อบบี้ยิสต์ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนด “เส้นทาง” การดำเนินชีวิตของคนอเมริกันว่าจะเดินไปในทิศทางใดด้วย

 

Check Also

โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ประจำปีงบประมาณ 2563

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ขอประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ประจำปีงบประมาณ 2563 ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยกรมฯ มีแผนจะส่งผู้แทนมาจัดอบรมเตรียมความพร้อมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 และระดับ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *