Sunday , November 17 2019
Home / บทนำ / บทนำ ประจำวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2018

บทนำ ประจำวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2018

***ทรัมป์เสนอแนวคิดการติดอาวุธให้กับบุคลากรในสถานศึกษา และยกเลิกเขตปลอดอาวุธปืนบริเวณโรงเรียน! บุคลากรในโรงเรียนที่ว่า คือ “ครู”, “โค้ชฝึกสอน”, และ “พนักงานในโรงอาหาร” ของโรงเรียนในอเมริกา

ไอเดียนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ก.พ. ในระหว่างการพบปะของปธน.ทรัมป์กับตัวแทนครู นักเรียน และครอบครัวของผู้เสียชีวิต จากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยม “มาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส” ในรัฐฟลริดา ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 17 คน เมื่อวันที่ 14 ก.พ.

ทรัมป์บอกว่า จะพิจารณา “ยุติ” การกำหนด “เขตปลอดอาวุธปืน” รอบสถานศึกษา และจะเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการฝึกฝนการใช้อาวุธให้แก่บุคลากรในโรงเรียน อาทิ

-การจัดหลักสูตรการยิงปืนพกซ่อนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันตัว

-มาตรการฝึกซ้อมการรับมือเหตุกราดยิง

-โครงการรณรงค์ให้มีการสังเกตพฤติกรรม “กลุ่มเสี่ยง” ของการเป็นมือปืนกราดยิงในสถานศึกษา

พร้อมกับคำมั่นจะผลักดันให้มีการปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืน! (?)

ในมาตราที่เกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้ที่ต้องการซื้ออาวุธปืน “อย่างละเอียดและเข้มงวดมากขึ้น” และการใช้พานท้ายปืนดัดแปลง ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

ไอเดียและคำมั่นข้างต้น ที่ปธน. ทรัมป์ กล่าว ไม่ได้ทำให้การชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ “ผ่อนคลาย” ลง…. เครือข่ายนักเรียนมัธยมตามเมืองต่างๆ ยังคงเดินประท้วงและจัดเวทีเรียกร้องให้รัฐบาลกลางปฏิรูปกฏหมายอาวุธปืน “โดยเร็วที่สุด”

และเรียกร้องให้ “ยุบ” สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลที่สุดกับระบบการเมืองของสหรัฐฯด้วย ….

“เอ็นอาร์เอ” เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ที่ให้ “เงินอุดหนุน” สำหรับการโฆษณารณรงค์หาเสียงเพื่อสนับสนุนผู้สมัครพรรครีพับรีกันในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2016 โดยทุ่บงบกว่า 50 ล้านเหรียญ! เพราะไม่ต้องการให้ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตที่ต้องการให้มีการออกกฏหมายควบคุมอาวุธปืนได้รับชัยชนะ!

ทรัมป์ ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกัน เป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการช่วยโฆษณาสนับสนุนของเอ็นอาร์เอ ราว 11 ล้าน 4 แสนเหรียญ เพื่อช่วยในการหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ

และเมื่อวันอังคารที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยควินนิแพ็ก ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันและเผยแพร่ โดยพบว่า กลุ่มตัวอย่างถึง 66% ต้องการกฎหมายอาวุธปืนที่เข้มงวดกว่านี้ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่การสำรวจเมื่อปี 2008

การปฏิรูปกฎหมายควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจังนั้น เป็นประเด็นถกเถียงกันมานาน และยังคงเป็นแค่ “ความหวัง” แต่ไอเดียของปธน. ทรัมป์ ที่เสนอให้บุคลากรในโรงเรียนติดอาวุธ (ปืน) ในโรงเรียนได้…ผู้ปกครองในสหรัฐฯ คิดอย่างไร ? อันนี้น่าทำผลสำรวจ!

เพราะหากชาวมะกันเห็นด้วย แล้วรัฐบาลทำจริง! เท่ากับเปลี่ยนระบบงานสถานศึกษาสหรัฐฯ แบบพลิกโฉม…เช่น คำถามเกี่ยวกับการคัดสรรบุคลากร จะทำอย่างไรถึงจะเป็นเชื่อมั่นได้ว่า “ปืน” ที่อยู่ในมือคนในโรงเรียนจะใช้ “คุ้มครอง” และต่อไปจะไม่หัน “ปากกระบอกปืน” ใส่ลูกหลานของพวกเขา? รวมถึงการป้องกันอุบัติเหตุในบริเวณอาณาเขตของโรงเรียนด้วย

***อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ยิงในโรงเรียนมัธยม Marjory Stoneman Douglas สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ได้ตรวจสอบแล้วว่า ไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว

 

 

Check Also

เรื่องของเด็กนักเรียนที่อยู่อย่างผิดกฏหมายเพราะมากับพ่อแม่โรบินฮูด

ย้อนไปเมื่อปีคศ.๒๐๑๒​ในยุคประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ได้ออกตั้งโครงการ ช่วยเหลือเด็กที่เดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ อย่างผิดกฏหมายเพราะมาตั้งแต่เด็กกับพ่อ แม่ที่ไม่มี”ใบเขียวทำให้เด็กไม่มีใบเขียวไปด้วย เด็กเหล่านี้เติบโตและได้รับการศึกษาเช่นเดียวกับพลเมืองอเมริกัน ประมาณกันว่ามีจำนวนกว่า ๗ ​แสนคน ปธน.โอบาม่า เรียกเด็กเหล่านี้ว่า “ดรีมเมอร์” และได้ออกกฏหมายเรียกว่า Deferred ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *