Friday , February 21 2020
Home / บทนำ / บทนำ ประจำวันศุกร์ 30 กันยายน 2559

บทนำ ประจำวันศุกร์ 30 กันยายน 2559

ค่ำคืนวันพุธที่ 28 กันยายน 2016 ที่ร้านอาหารไทยแลนด์พลาซ่า สมาคมนวดไทยและสปาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “ทำอย่างไรเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจร้านนวด?” โดยเชิญ Jeffrey Jackson ทนายความผู้ชำนาญด้านธุรกิจนวดและสปามาเป็นวิทยากร และมีผู้เข้าร่วมงานมากมายทั้งเหล่าเจ้าของร้านและพนักงานนวด

ทนายความ Jeffrey ได้อธิบายเกี่ยวกับหน่วยงานที่มีหน้าที่เข้าตรวจกิจการ เจ้าของธุรกิจ และพนักงานนวดในแคลิฟอร์เนีย ประกอบด้วย กรมตำรวจ (Police Department) , กรมแรงงาน (Employment Development Department), อิมมิเกรชั่น United States Citizenship and Immigration Services (USCIS) และ Health Department / Fire Department / Building Department โดยสรุปแบบรวบรัด จับใจความได้ดังนี้

  1. กรมตำรวจ (Police Department) กฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ร้านนวด เจ้าของร้านและพนักงานนวดจะต้องปฏิบัติตามนั้น แต่ละพื้นที่จะมีกฏหมายเทศบาลเมืองที่กำหนดไว้ต่างกัน ดังนั้นเจ้าของร้านจะต้องศึกษากฏระเบียบในพื้นที่ที่ร้านของตัวเองตั้งอยู่ โดยกฎระเบียบจะครอบคลุมเรื่องต่างๆ เช่น เวลาเปิด-ปิดร้าน, การแต่งกายของพนักงานนวด, การกำหนดให้มีใบอนุญาตตามที่เทศบาลเมืองกำหนด หรือการต้องเก็บบันทึกการเข้าใช้บริการของลูกค้า เช่น ชื่อ เบอร์โทร ประเภทการใช้บริการนวด เหล่านี้ย้อนหลัง 2 ปี เป็นต้น กรณีที่เจ้าของกิจการไม่ได้ปฏิบัติตามกฏ ทางเจ้าหน้าที่จะเขียนจดหมายเตือนและให้เวลาในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อทำให้ถูกต้อง

สำหรับความถี่ของเจ้าพนักงานตำรวจที่จะเข้าตรวจร้านนวดก็เช่นกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ หากเมืองใดไม่ต้องการให้มีร้านนวดเกิดขึ้นจำนวนมาก ร้านเหล่านี้อาจจะถูกตรวจได้บ่อยครั้งกว่าร้านนวดที่ตั้งอยู่ในเมืองที่ไม่ต่อต้าน เช่น ตรวจปีละครั้ง หรืออาจจะ 5-6 ปี ตรวจครั้ง เป็นต้น

นอกจากนี้ตำรวจยังสามารถปลอมตัวแอบแฝงเป็นลูกค้าทำทีเข้ามาใช้บริการ แต่จริงๆ เป็นการตรวจว่าทางร้านได้มีการให้บริการที่ผิดกฏหมายหรือไม่ โดยส่วนใหญ่แล้วก่อน ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเลือกลงมือปฏิบัติการในลักษณะนี้นั้น จะ “เลือกร้าน” โดยดูจากโฆษณา บนเว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบ และหากเข้าไปใช้บริการแล้วพบ ว่ามีบริการทางเพศแอบแฝงจะมีการแจ้งเจ้าพนักงานอื่นๆ ที่รออยู่ด้านนอก เข้าจับกุมผู้ที่อยู่ในร้านทันที ทั้งพนักงานและเจ้าของร้าน

ซึ่งประเด็นนี้นั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะไม่ลงตรวจแบบปลอมตัวมาบ่อยหนัก แต่ทางที่ดีที่สุด คือ จะต้องทำให้แน่ใจว่าพนักงานในร้านหรือเจ้าของ ร้านไม่ได้ปล่อยให้เกิด โอกาสซื้อ-ขายบริการที่นอกเหนือจากการนวดไทยเพื่อสุขภาพภายในร้าน!

  1. กรมแรงงาน (Employment Development Department) จะเข้าตรวจร้านนวด เพื่อดูว่าเจ้าของร้านได้ปฏิบัติกับพนักงานในร้านตามข้อระเบียบการจ้างงานและการดูแลพนักงานที่ถูกต้องตามกฏหมายของแคลิฟอร์เนียหรือไม่ เช่น พนักงานเป็นพนักงานประจำหรือพนักงานอิสระ เวลาการทำงาน การจ่ายค่าจ้าง เป็นต้น โดยเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการสอบถามจาก พนักงานในร้านเพื่อดำเนินการเอาผิดกับเจ้าของร้าน ในกรณีนี้พนักงานนวด (ซึ่งเป็นลูกจ้าง) มีสิทธิ์ตามกฏหมายที่จะปฏิเสธในการตอบคำถามเจ้าพนักงานได้

ส่วนของเจ้าของร้านนั้นไม่มีสิทธิ์! เจ้าของร้านจะต้องให้ความ ร่วมมือกับเจ้าพนักงาน

เจ้าของร้านนวด….จะถูกเรียกขอตรวจดูบันทึกพนักงานในร้าน ซึ่งเจ้าของร้าน จะต้องเก็บบันทึกข้อมูลส่วนตัวของพนักงานและตารางทำงาน ตารางการจ่ายค่าจ้าง ตลอดจนสวัสดิการการต่างๆ เช่น การให้ประกันอุบัติภัยแก่พนักงาน เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ าเจ้าของร้านส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บหลักฐานเหล่านี้ เมื่อเกิดเรื่องก็จะอ้างว่า พนักงานเหล่านั้นเป็นพนักงานอิสระ ซึ่งความจริงแล้วการใช้ข้ออ้างนี้ไม่มีน้ำหนักและเจ้าพนักงานจะไม่เชื่อ ซึ่งมักจบลงด้วยการ ถูกปรับเป็นเงินจำนวนสูง

  1. อิมมิเกรชั่น United States Citizenship and Immigration Services (USCIS) เป็นหน่วยงานที่เข้ามามีบทบาทในธุรกิจนวดไทยและสปามากขึ้นในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ มีหน้าที่หลักคือขอตรวจฟอร์ม I-9 ซึ่งฟอร์ม I-9 นี้ เป็นเอกสารที่ใช้ยืนยันว่าพนักงานในร้านเป็นผู้ที่มีสิทธิ์หรือได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ถูกต้องตามกฏหมายของสหรัฐฯ ถ้าไม่มีฟอร์ม I-9 แสดง เจ้าของร้านมีสิทธิ์เดือดร้อนหนัก ส่วนการกรอกข้อมูลในฟอร์ม I-9 นี้ออกเป็นกฏบังคับมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมีบทบาทสำคัญเนื่องจากเริ่มมีหลายเมืองในแคลิฟอร์เนีย โดยหน่วยงานรัฐฯ ได้ร่วมกันควบคุมการขยายการเติบโตธุรกิจร้านนวดในพื้นที่ เพื่อป้องกันความปลอดภัยในรูปแบบการค้าบริการแอบแฝง ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา

นอกเหนือจากฟอร์ม I-9 แล้ว สิ่งที่เจ้าของร้านจะต้องเก็บบันทึกข้อมูลส่วนตัวของลูกจ้าง, เอกสารสำเนาไลเซ่นส์ของลูกจ้าง, ตารางการทำงานของลูกจ้าง, บัญชีรายรับ-รายจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้าง เอกสาร W-2 ซึ่งเรื่องเหล่านี้นั้น เจ้าของร้านสามารถจ้างนักบัญชีเข้ามาจัดการหรือทำเองก็ได้

กรณีที่เจ้าหน้าที่กรมแรงงานเข้าตรวจนั้น เจ้าของร้านสามารถเจรจาขอเวลาในการจัด เตรียมเอกสารเพื่อแสดงให้เจ้าพนักงานดูภายหลังได้ แต่จะต้องให้ความร่วมมือ ถ้าเจ้าของร้านไม่มีเอกสาร ใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่ามีการจ้างงานลูกจ้างในร้านเลย จะลำบากมากและจะถูกดำเนินดคีในที่สุดเช่นกัน

  1. Health Department, Fire Department และ Building Department ก่อนที่เจ้าของร้านจะเปิดกิจการได้จะต้องทำตามกฏระเบียบที่หน่วยงานข้างต้นในพื้นที่ของท่านกำหนด และหลังจากเปิดกิจการแล้วนั้น เจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจเป็นบางครั้ง เพื่อดูว่าท่านได้รักษา กฏระเบียบ/ซ่อมแซมดูแล รักษาสถานที่ให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอหรือไม่

โดยเฉพาะ Health Department ซึ่งจะเข้าตรวจการจัดร้าน ความสะอาด อุปกรณ์และเครื่องมือทุกอย่างที่ใช้ในร้านทั้งกับพนักงานและที่สัมผัสกับเนื้อตัวของลูกค้า เช่น ผ้าเช็ดตัว, ที่นอน, เสื้อผ้าที่ให้กับลูกค้าใช้เปลี่ยน, ห้องน้ำ เป็นต้น หากพบจุดบกพร่อง เจ้าพนักงานของ Health Department จะเขียนใบสั่งและให้เวลาในการปรับปรุงแก้ไข ก่อนที่จะเข้ามาตรวจอีกครั้ง

ข้อมูลข้างต้นทั้งหมดเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับจากงานสัมมนาฯ ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่ เจ้าของกิจการทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นกิจการ นวด หรือร้านอาหารไทย ฯลฯ ต่างจำเป็นต้องเข้าใจ อย่างถ่องแท้และนำไปปฏิบัติตามทุกขั้นตอนอย่างถูกต้องตามที่กฏหมายระบุ                                     

จะได้ไม่เป็นกังวลว่า “ทำอย่างไรเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจร้านนวด?”

 

Check Also

โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ประจำปีงบประมาณ 2563

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ขอประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมศักยภาพมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยในต่างประเทศ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ประจำปีงบประมาณ 2563 ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยกรมฯ มีแผนจะส่งผู้แทนมาจัดอบรมเตรียมความพร้อมและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 และระดับ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *