Monday , August 10 2020
Home / บันเทิง / “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ขอปกป้องตัวเอง งัดหลักฐานแจงยิบดราม่าเบี้ยวค่าตัวนักร้อง

“เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ขอปกป้องตัวเอง งัดหลักฐานแจงยิบดราม่าเบี้ยวค่าตัวนักร้อง

หลังจาก นักร้องสาววัยละอ่อน เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ เจนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น โดนดราม่าหนักเนื่องจากมีภาพคอนเสิร์ตที่เจ้าตัวขึ้นเล่นมีผู้คนเข้าไปชมคอนเสิร์ตกันอย่างหนาแน่นซึ่งขัดกับมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จนกลายเป็นเรื่องราวที่ต้องเคลียร์กันใหญ่โต และล่าสุดเจ้าตัวยังมีเรื่องต้องเคลียร์อีกหนึ่งเรื่อง

เนื่องจาก เพจตลาดล่างอัพเกรด ได้นำเรื่องราวของค่ายเพลงค่ายหนึ่งที่ดังเป็นพลุแตกแต่กลับเบี้ยวค่าตัวนักร้องร่วมในซิงเกิ้ลโด่งดัง โดยเพจดังกล่าวได้ระบุข้อความว่า

“ฉาวสุด Hot!! วงในกระซิบมาาาค่ะคุณ

ค่ายเพลงดังที่ดังเป็นพลุเเตกกก กับเพลงที่เคยเป็น Viral บนโลกอินเตอร์เน็ต เค้าบอกการว่ามีการเบี้ยวค่าตัวกันค่ะ

อู้ยยยย พูดเเล้วขนเเขนดิฉันลุกเลยค่ะลูกเพจ

มีใจความว่า ตอนเริ่มทำเพลง ทางเจ้าของเพลงได้ตกลงกับนักร้องร่วม Singleโดยเป็นสัญญาใจ ว่า จะอัพลงPlatform youtube เเล้วเเบ่งผลประโยชน์กัน 70% / 30% เเต่หลังจากเพลงดังเป็นพลุเเตก กลับคืนคำ ไม่เเบ่งผลประโยชน์ตามที่ตกลงเอาไว้ โดย ฝั่งเจ้าของค่ายอ้างว่า เป็นเพลงของน้องสาวตน จึงยังไม่เเบ่งรายได้ที่ได้จากยอดView ทาง Platform YouTube ตามที่เคยตกลงปลงใจกันเอาไว้ โดยทางฝ่ายนักร้องชายก็ได้เเต่อดทนเก็บมาตลอดที่ผ่านมา อันนี้เเค่น้ำจิ้มนะคะ ยังมีอีกหลายเรื่อง

***ทางเพจไม่ได้เอาข้อมูลมามั่วๆ นะคะคู้นนน ผู้ใหญ่ทางฝั่งน้องก็ได้มายืนยันกับทางเเอดมินเพจเองเลยว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมดที่น้องไม่ได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมจากทางค่าย จึงฝากเพจมาเป็นกระบอกเสียง.

#ตลาดล่างอัพเกรด #มากกว่าเเปดเเต่น้อยกว่าสิบ

#งดฝากร้านนะคะ”

ทำให้หลายคนมุ่งเป้าไปยังค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่นของสาวเจนี่ ที่เพลง “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” น้องสาวของเจนนี่ อย่าง ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ได้ร้องเอาไว้โดยมีนักร้องร่วม คือ เก้า เกริกพล  จนล่าสุดเจ้าตัวได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก น้องเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวว่า

“ค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น ไม่เคยโกงค่าตัวใครนะคะ อีกอย่างค่ายก็เคยชวนน้องมาเป็นศิลปินในค่าย แต่ตอนนั้นน้องได้ปฏิเสธไป ทางเราก็ไม่ว่าอะไรเพราะมันเป็นสิทธิของน้อง แต่ปัญหาเกิดขึ้นหลังจากที่คุณพ่อของน้อง โทรมาขอแบ่งยอดวิว 30% จากรายได้ด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสม”

“ตอนนั้นก็ยอมรับว่าตกใจมากที่คุณพ่อของน้องพูดจาไม่ค่อยดีนัก ซึ่งทางค่ายตอบไปว่าให้ไม่ได้เพราะไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่แรกแต่ถึงแม้ว่าทางค่ายไม่แบ่งค่ายอดวิวให้น้องก็จริง ตอนเพลงดังใหม่ๆ ก็เคยโอนเงินไปให้เพิ่ม 20,000 บาท แต่ทางน้องไม่สบายใจที่จะรับและโอนคืนมา โดยที่น้องไปหาเลขบัญชีมาจากไหนก็ไม่รู้ เราไม่เคยนิ่งเฉยกับน้องเพราะน้องเป็นเด็กน่ารัก ทุกวันนี้ยังเสียดายที่น้องไม่ได้อยู่ในค่าย มีงานรีวิวเข้ามาเราเคยขายงานน้องให้โดยไม่หักค่านายหน้าเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท มีงานคอนเสิร์ตเข้าก็ขายงานให้น้องตลอด”

“แต่เนื่องจากน้องอยู่ กทม. เจ้าภาพจึงสู้ราคาไม่ได้ เพราะต้องมีค่าเดินทางเพิ่ม เราจึงไม่ได้ออกงานคู่กันเลย ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่มีผู้ใหญ่ฝั่งน้องโทรไปให้ข้อมูลที่เป็นเท็จกับเพจตลาดล่าง แทนที่จะมาพูดกับทางเราตรงๆ เพราะตอนเกิดปัญหาใหม่ ทางเราเคยโทรไปเพื่อจะเจรจาแล้วแต่ทางฝั่งน้องไม่รับสาย และไม่โทรกลับอีกเลย ติดต่องานไปช่วงหลังๆ น้องก็ไม่ค่อยตอบ จนกระทั่งน้องลบเพื่อนในเฟสบุ๊คไป เราก็ไม่ติดต่อกันอีกเลย จนถึงวันนี้วันที่ค่ายเราประสบปัญหามากมาย ทางผู้ใหญ่ของน้องเลือกที่จะใช้เพจตลาดล่าง เพจที่โจมตีเรามาตลอด ในการเป็นสื่อเพื่อออกมาให้การเท็จ เพราะผู้ใหญ่ฝั่งน้องรู้ดีถ้าเล่นทางเพจนั้นจะมีคนเข้าข้างอย่างแน่นอน”

“ทำไมพวกท่านไม่มาคุยกันตรงๆ ทำไมใช้วิธีแบบนี้ เพราะอย่างน้อยที่ผ่านมาเราให้เกียติน้องทุกครั้งที่เจอน้องมาโดยตลอด ทำไมพวกท่านเลือกใช้ช่วงเวลาที่เรากำลังอ่อนแอ เลือกเพจที่จ้องแต่จะทำร้ายเราในการเป็นสื่อกลาง ตอนแรกอยากนิ่งเฉยเพราะเราเหนื่อยมากพอแล้วกับทุกปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้พวกคุณกำลังใส่ร้ายเรา เราจึงขออนุญาตออกมาปกป้องตัวเอง ส่วนดราม่าอื่นๆ ปล่อยให้เป็นไปตามกระแส คำตัดสินจะออกมายังไงค่อยว่ากัน เราทำดีที่สุดแล้ว ผิดก็ว่าไปตามผิด เราพร้อมแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน”

พร้อมทั้งได้งัดหลักฐานการโอนเงินมาโพสต์บนเฟซบุ๊กเพื่อยืยันอีกด้วย (SANOOK)

Check Also

‘เจนนี่-เก้า’ สรุปใครโกงใคร

น่าจะเรียกว่าเป็นหนังคนละม้วน สำหรับประเด็นดราม่าของ เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ เจ้าของค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น กับ เก้า-เกริกพล เพชรรัตน์ หนุ่มน้อยที่สร้างชื่อจากรายการ The Voice Kid Thailand ซีซั่น 5 ...