Monday , October 21 2019
Home / บันเทิง / บี้ เคพีเอ็น เล่าอดีตเคยเป็นเด็กฝึกเกาหลี-ไร้งาน เหลือเงินหลักพัน คิดหันหลังให้วงการ

บี้ เคพีเอ็น เล่าอดีตเคยเป็นเด็กฝึกเกาหลี-ไร้งาน เหลือเงินหลักพัน คิดหันหลังให้วงการ

บี้ เคพีเอ็น เปิดใจเล่าย้อนอดีตสมัยเคยเป็นเด็กฝึกเกาหลี จนบริษัทล้ม ไร้งาน เหลือเงินแค่หลักพันบาท จนคิดหันหลังให้วงการ พร้อมเล่านาทีเจอ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ครั้งแรก

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่โกอินเตอร์ไปดังในต่างประเทศ สำหรับ หนุ่มบี้ เคพีเอ็น ที่เจ้าตัวไปมีผลงานอยู่ที่ประเทศจีน ทำให้หนุ่มบี้ต้องห่างกับครอบครัว เพราะต้องเดินทางอยู่ตลอด ๆ ล่าสุด หนุ่มบี้ เคพีเอ็น ได้เปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี ท็อป ดารณีนุช และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ช่วงนี้มาอยู่เมืองไทยได้กี่เดือนแล้ว ?

บี้ : อยู่ไทยมาประมาณเกือบ 8 เดือนแล้วครับ ช่วงนี้กลับมาอยู่นานครับ คือกลับมาทำธุรกิจเบื้องหลังบ้าง แล้วก็มีหลายอย่าง

เห็นว่ากลับมาครั้งนี้มีแพลนปั๊มลูกคนที่ 2 ?

บี้ : จริง ๆ ก็ปั๊มอยู่ตลอด แต่เราก็เรื่อย ๆ ไม่มีแพลน แล้วแต่เลย แต่ก็มีคิดนะว่าถ้ามีลูกคนที่ 2 เราจะแบ่งความรักกันให้ดีที่สุด

พ่อที่เปารักเหลือเกิน รักขนาดที่ว่าหึงพ่อกับแม่ ?

บี้ : คือถ้าเขาหึงพ่อกับแม่ไม่ค่อยมี แต่ผมเนี่ยหึงลูกกับกิ๊บ พวกเราค่อนข้างที่จะตัวติดกันมาก นาน ๆ บี้จะกลับมา ไม่ว่าทำอะไรเราจะอยู่ด้วยกันตลอด

ตอนนี้เป่าเปาเริ่มโตแล้ว อยากเข้ามาเป็นส่วนร่วมในโรงเรียนปีแรกหรือเปล่า ?

บี้ : คือบี้ไปรับ-ส่งลูกทุกวันอยู่แล้ว มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าถ้าไม่ติดอะไรจำเป็นจริง ๆ เราก็ไป คือเราเองตอนเด็กเราไม่มี พ่อแม่เรายุ่ง แล้วทุกครั้งที่เราเดินออกจากโรงเรียน แล้วเพื่อนมีพ่อแม่มารับบ้าง เราเดินจากโรงเรียนกลับบ้านตั้งแต่ ป.2 คือตั้งแต่ไม่มีเปาเราก็บอกตลอดว่าถ้าเราเป็นพ่อขึ้นมาจริง ๆ เราต้องพยายามไปรับลูกให้ได้ มันเป็นเซอร์ไพรส์ที่มีความสุข

แต่บี้ก็มีความรู้สึกผิดต่อเป่าเปา ต่อกุ๊บกิ๊บ รู้สึกว่าตัวเองยังบกพร่องอยู่ มันคืออะไรที่ทำให้เรารู้สึกไปถึงตรงนั้น ?

บี้ : จริง ๆ มันเริ่มตั้งแต่ไปทำงานที่จีนแล้ว ตั้งแต่บวชด้วย ตั้งแต่เป่าเปา 4 เดือน แล้วบี้ตัดสินใจไปบวชเดือนกว่า แล้วบี้รู้สึกว่าบี้ไม่ได้ช่วยกิ๊บเลย หรือเราไปทำงานที่จีน เราก็ไปถ่ายที 2 เดือน เสร็จแล้วต่ออีก 3 เดือน ต่ออีกเรื่องหนึ่ง ผมมีช่วงหนึ่งที่เกือบ 10 เดือนได้กลับบ้านครั้ง 2 ครั้ง แล้วบี้รู้สึกว่าไม่ได้ทำหน้าที่ของพ่อที่ดีที่อยู่กับลูกตลอดเหมือนคุณพ่อคนอื่น ๆ อันนี้เป็นสิ่งที่บี้รู้สึกผิดตลอด ซึ่งบี้จะบอกกิ๊บตลอดว่า ขอโทษนะ ขอบคุณนะ ที่เราไม่ได้อยู่ตั้งแต่ที่ลูกเดินเป็นครั้งแรก บี้รู้สึกเสียดาย

บี้ก็ไม่ได้เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้คนเดียว วันเกิดที่ผ่านมาได้พูดกับกิ๊บด้วย ว่าตัวเองรู้สึกบกพร่อง ?

บี้ : จริง ๆ บี้ว่าสำหรับคำว่าขอบคุณกับขอโทษมันเป็นคำที่พูดได้บ่อยอยู่แล้ว สำหรับชีวิตคู่ แล้วบี้ก็ไม่ได้เขินอายที่จะพูดกับเขา แต่ว่าอยากจะขอบคุณเขา ก็คือเหมือนเขาดูแลลูกแทนเรามาเยอะ เราก็ต้องขอบคุณเขามาก ๆ

ที่ผ่านมากุ๊บกิ๊บเคยรู้สึกว่าเขาเหนื่อย หรือเขาบ่นท้ออะไรให้บี้ฟังบ้างไหม ?

บี้ : ไม่เคยครับ มีแต่บี้ถามเขาว่าเธอโอเคเปล่า เธอไหวเปล่า เธอไม่ไหวเดี๋ยวบี้ทำเอง

เรื่องการหึงหวงมีบ้างไหม ?

บี้ : ไม่ค่อยนะ หึงหวงเรื่องลูก คือเขาเชื่อใจ เขาไม่เคยเช็กโทรศัพท์ เขาไม่เคยถามว่าเธออยู่กับใคร ทำอะไร ที่ไหน มีแต่บี้คอยบอกเขา คือด้วยความที่อายุมันมากขึ้น แล้วเรารับผิดชอบเยอะขึ้น เราทำให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตลอดเวลานั่นคืองานอย่างเดียว เราแทบจะไม่มีเวลาไปคุยอะไรกับใครหรือทำอะไรกับใครได้

แล้วบี้หึงกุ๊บกิ๊บบ้างไหม ?

บี้ : มีนะ คือต่างคนต่างไม่ว่าจะแต่งงานแล้วมันก็จะต้องมีคนเข้ามาอยู่แล้ว คือเราเองเราจะรายงานอยู่แล้ว จะบอกว่าผู้หญิงคนนี้เขาคิดอะไรกับเราก็จะเล่าให้กิ๊บเขาฟังบ้าง หรือกิ๊บมีคนเข้ามาเขาก็จะบอกว่านี่เธอมีคนไลน์มานะ บลา ๆ ก็จะเล่ากัน ถามว่าจี๊ดไหม ไม่นะ เพราะเขาเป็นคนของเราอยู่แล้ว

บี้ไปเป็นซูเปอร์สตาร์อยู่ต่างแดน ถ้าไปเดินตลาด ไปเดินห้างต่าง ๆ ในจีน เสียงตอบรับเป็นยังไง ?

บี้ : ดีนะ ตอนที่เดินข้างทางคนก็จะเรียกชื่อเรา

คือเราก็จะสูญเสียความเป็นส่วนตัวเหมือนตอนอยู่ในไทยเหมือนกัน ?

บี้ : ครับ แต่ในจีนยังไม่ได้เยอะมาก แต่ก็มี อย่างล่าสุดบี้เดินเข้าไปในช็อปหนึ่งแล้วมันมีพนักงานเรียกชื่อเราแล้วสักพักเขาหายไป พอเขาหายไปคนในร้านก็หายไปด้วย คือเขากันคนออกหมดเลย

เมืองจีนทำงานโหดไหม ?

บี้ : ไม่นะ ทำงานทุกอย่างเป็นเวลา ทุกอย่างชัดเจน ทำงานกี่ชั่วโมง เกินแล้วกลับบ้านได้ แต่จะมีช่วงหนึ่งที่อัดหนัก ๆ ถ่ายไม่หมดก็ถ่ายทั้งวันไป

แต่กว่าจะเป็นบี้แบบนี้ เคยเป็นบี้ที่ไม่มีเงินเก็บเลยสักบาท ท้อด้วย ถึงขั้นคิดหันหลังให้วงการ ?

บี้ : ในช่วงนั้นคือช่วงที่กลับมาจากเกาหลี ประมาณ 5-6 ปี มาแล้ว หลังจากบี้ไปเกาหลี ตอนนั้นบี้ไม่เหลืออะไรเลย ตอนนั้นเราอยู่ในวงการแล้วก็ฝันอยากเป็นศิลปินเกาหลี ก็เลยตามฝันไปเกาหลี ตอนนั้นไปฝึกซ้อมมันไม่มีเงินเดือนสักเท่าไร ทุกอย่างมันก็ใช้เงินบริษัทบ้าง เงินตัวเองบ้าง จนตอนหลังบริษัทเขาล้มแล้วเราต้องกลับมา แล้วตอนที่กลับมา ตอนนั้นมีซื้อคอนโดแล้วไม่มีตังค์เราต้องขายทิ้ง พอขายทิ้งเสร็จเงินเหลือติดตัวอยู่ 30,000 บาท แล้วก็กลับมาเคลียร์ค่าห้องที่ไม่ได้อยู่ เหลือตังค์ติดตัวหลักพัน ไม่มีงาน ต้องยืมไต้ฝุ่น เขาเป็นเพื่อนสนิท เขาช่วยมาก เรายืมเขาหลักหมื่นมาหมุนก่อน แล้วก็บอกตัวเอง บอกแม่ว่าไม่เวิร์ก ตรงนี้มันไม่ไหวแล้ว บี้บอกว่าขอเวลาอีกครึ่งปี เดี๋ยวถ้ามันล้มแล้วจริง ๆ เดี๋ยวบี้ก็กลับไปอยู่กับพ่อแม่ กลับไปหางานทำที่หาดใหญ่ ที่บ้านก็ทำสวนยาง กลับไปเป็นเด็กสวนดีกว่า ผ่านไปไม่ถึงเดือน พี่เอส พี่ฉอด โทร. มาว่ามีละครจะให้เล่น แต่เล่นเป็นชายรักชายนะ ก็เลยตัดสินใจไปเล่น ฟีดแบ็กดีมาก

ความรู้สึกชายแท้ ลองไปเล่นบทชายรักชายรู้สึกยังไงบ้าง ?

บี้ : เอาจริง ๆ นะ ปากมันนิ่มไม่ได้ต่างจากผู้หญิงนะ แค่กลิ่นกับความรู้สึกที่ไม่ใช่ผู้หญิง

การกลับมาครั้งนี้คือทำให้เรามีงานเลย ?

บี้ : ใช่ครับ มีงาน มีอีเวนต์เข้ามาเลย

หลังจากนั้นมีงานชายรักชายเข้ามาอีกไหม ?

บี้ : ไม่มี หลังจากนั้นพิช (พิช วิชวิสิทธิ์ หิรัญวงษ์กุล) ก็แนะนำให้รู้จักกับกิ๊บ บี้อยากจีบกิ๊บ เลยบอกให้เขาติดต่อให้รู้จักหน่อย

เห็นกุ๊บกิ๊บจากที่ไหนแล้วเกิดความประทับใจ ?

บี้ : บี้เล่นละครกับพิช แล้วไปออกรายการของพี่วู้ดดี้ กิ๊บเขาเป็นพิธีกร แล้วมีโมเมนต์ที่เซลฟี่แล้วมองตาเขาแล้วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่ารัก แล้วบี้อยากได้รูป เลยขอไลน์กิ๊บ

คิดไหมว่าจากวันที่มองตาจะยาวถึงวันนี้ ?

บี้ : คิดนะ ตอนนั้นรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่าค้นหา แล้วบี้เป็นคนชอบผู้หญิงยิ้มสวย เขาเป็นคนยิ้มสวย ตอนนั้นก็คิดว่าอยากมีชีวิตคู่ดี ๆ เลยเดินหน้าจีบเขา (KAPOOK)

 

 

 

Check Also

ฐิสา ไม่ซีเรียส ปั้นจั่น อันฟอลโล IG สถานะตอนนี้ยังคุยกันอยู่เรื่อย ๆ

 ฐิสา วริฏฐิสา ไม่ซีเรียส ปั้นจั่น ปรมะ อันฟอลโลอินสตาแกรม มองเป็นสิทธิ์ของเขา ตอนนี้ก็ยังคุยกันอยู่เรื่อย ๆ ขอปล่อยไปตามธรรมชาติ ทำเอาหลายคนจับตา สำหรับคู่ของ ปั้นจั่น ปรมะ และ ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *