Wednesday , September 18 2019
Home / บันเทิง / ตุ้ย ธีรภัทร์ หย่า นาตาชา จริง ยันไร้มือที่สาม จบรัก 15 ปี เพราะทัศนคติไม่ตรงกัน

ตุ้ย ธีรภัทร์ หย่า นาตาชา จริง ยันไร้มือที่สาม จบรัก 15 ปี เพราะทัศนคติไม่ตรงกัน

ตุ้ย ธีรภัทร์ เปิดใจ ยอมรับหย่า แอนนา นาตาชา จริง แต่ไม่มีมือที่สามแน่นอน เผยเลิกเพราะทัศนคติและมุมมองชีวิตไม่ตรงกัน ส่วนสถานะพ่อแม่ของลูกยังเหมือนเดิม

หลังจากมีข่าวลือออกมาถี่ว่าคู่ของ ตุ้ย ธีรภัทร์ และ แอนนา นาตาชา ขาเตียงหัก ซึ่งสุดท้ายแล้วก็มีการคอนเฟิร์มว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งคู่ได้เซ็นใบหย่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังแต่งงานกันมานาน 11 ปี และมีลูกด้วยกัน 1 คน

ล่าสุด (1 กันยายน 2562) ตุ้ย ธีรภัทร์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “เรื่องหย่าเป็นความจริงครับ 4-5 เดือนโดยประมาณ แยกกันอยู่ก่อนหน้านั้นสักพักใหญ่แล้วครับ มีทั้งราบรื่นบ้าง มีปัญหาบ้าง ก็เป็นช่วงที่พยายามที่จะปรับตัวเข้าหากัน และพยายามที่จะทำให้มันดีขึ้น แต่มันก็มาถึงจุดที่เราทั้งสองคนเห็นตรงกันและตัดสินใจด้วยเหตุและผลว่าเราจะเปลี่ยนสถานะ”

สาเหตุที่รักถึงทางตัน ?

ตุ้ย : ทัศนคติแล้วก็มุมมองในการใช้ชีวิตที่อาจจะไม่สอดคล้องกัน

เรื่องอายุห่าง 5 ปี มีผลไหม ?

ตุ้ย : ผมไม่เชื่อว่าในมุมของอายุมีผล เป็นที่ในความคิดและมุมมองของการใช้ชีวิตมากกว่า

 เรื่องลูกจะอยู่กับใคร ?

ตุ้ย : หลัก ๆ ก็จะอยู่กับแอนนา แต่ก็อยู่ไม่ไกลกันครับ

เรื่องมือที่สาม ?

ตุ้ย : ไม่มีแน่ ๆ ครับ ไม่มีมือที่สาม

ที่ผ่านมามีสาว ๆ เข้ามาทำให้หวั่นไหวหรือเปล่า ?

ตุ้ย : ไม่มีครับ ที่ผ่านมาผมคิดว่าประเด็นนี้ไม่ได้มีผลกับการตัดสินใจ

ทัศนคติที่ว่าไม่ตรงกันเรารู้ตัวเมื่อไร ?

ตุ้ย : มันก็คงจะเป็นระยะ ๆ ผมก็คิดว่าคงจะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน บางทีพอเรามีความคิดเห็น มุมมองในเรื่องต่าง ๆ ก็ใช้เวลาในการปรับตัวที่จะดำเนินต่อให้สมูทที่สุด แต่ก็มาถึงวันที่เราตัดสินใจตรงกัน วันที่ตกลงหย่ากันมันก็มีความเสียใจ ผิดหวัง เพราะจุดเริ่มต้นสร้างครอบครัวมาจากความตั้งใจ มาจากความรู้สึกที่ดี มันถึงช่วงหนึ่งของชีวิตของเส้นทางที่ดำเนินมาแล้วมันไม่สามารถไปต่อได้ มันก็ต้องยอมรับความจริง แล้วก็คุยกันเพื่อเปลี่ยนบทบาทเป็นพ่อและแม่ของลูก

ใครเป็นคนเริ่มต้นตัดสินใจเลิก ?

ตุ้ย : มันไม่มีใครเริ่มต้น มันไม่มีจุดเริ่มต้น มันไม่ใช่ฉากนั้น มันผ่านการพูดคุยกัน ยอมรับในธรรมชาติของกันและกัน

น้องไตตั้นเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร มีการอธิบายให้ลูกฟังไหม ?

ตุ้ย : ถ้าถามตอนนี้ผมไม่ทราบหรอกว่าเขาเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ในมุมเราก็เห็นเขายัง..เรียกว่ายังไงดีล่ะ เขาก็ต้องเข้าใจในวันหนึ่ง ผมไม่ต้องเตรียมคำตอบอะไรเรื่องที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะผมเชื่อว่าลูกมีสัญชาตญาณในการปรับตัวและเข้าใจด้วยเซ้นส์

เราต้องประคับประคองลูกยังไงต่อไป ?

ตุ้ย : ผมเชื่อว่าความรักของพ่อและแม่ยังเหมือนเดิม ความรักเหล่านี้เขาสามารถรับรู้ได้ในความเป็นลูก ผมแค่เชื่อว่าด้วยความรักของเราทั้งสองคนที่พร้อมจะดูแลเขาต่อ เขาก็น่าจะมีพลังในการเติบโตไปสู่โลกที่มีการหมุนเร็วมาก และยังแข็งแรง

ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ได้คุยกับแอนนาไหม ?

ตุ้ย : ทราบครับ คุยกันว่าในแนวทางนี้ถึงจุดที่ต้องมาชี้แจงสถานการณ์ ก็เห็นตรงกัน

เสียดายเวลาไหม แต่งงาน 11 ปี ?

ตุ้ย : มันเสียดายอยู่แล้วครับ แต่เราก็ต้องเดินต่อ

ชีวิตจากนี้ไปวางแผนยังไง ?

ตุ้ย : เอาตรง ๆ ยังไม่ได้วางแผนอะไรเลย เราอยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดครับ แล้วก็หายใจลึก ๆ แล้วเดินต่อไป ในส่วนงานในวงการบันเทิงก็ยังมีครับ

นอกจากมีข่าวลือเรื่องมือที่สาม ยังมีข่าวลือว่าเลิกกันเพราะเรื่องธุรกิจด้วย ว่าล้มละลาย ?

ตุ้ย : เรื่องธุรกิจเป็นเรื่องละเอียด ซับซ้อน ถ้าถามว่าเกี่ยวมั้ย ไม่เกี่ยวครับ เป็นเรื่องของทัศนคติที่ไม่สอดคล้องกันมากกว่า

วันนี้ยังรักแอนนาอยู่ไหม ?

ตุ้ย : รักในฐานะของความเป็นเพื่อนที่ดี ทีมเวิร์กที่ดี และแชร์ความรักไปให้ลูก สภาพจิตใจของแอนนาก็แน่นอนว่าต่างคนต่างต้องผ่านระยะเวลาที่เสียใจ เป็นระยะเวลาที่เราต้องปรับตัว และเดินต่อกับทิศทางที่เราคิดว่าเหมาะสมที่สุด

สินสมรสมีการแบ่งกันยังไง ?

ตุ้ย : ขออนุญาตไม่ชี้แจงดีกว่า

คุณพ่อบอกว่าไม่ทราบว่าหย่ากัน ?

ตุ้ย : คือพ่อผมก็อยู่อีกที่หนึ่ง นาน ๆ นัดกินข้าวกันทีหนึ่ง ท่านก็อายุมากแล้ว ก็เลยไม่อยากเอาเรื่องไม่สบายใจไปรบกวนจิตใจ แต่ก็คุยกันเรียบร้อยแล้ว พ่อก็บอกว่า อ้าวเหรอ แต่เขาก็ให้กำลังใจตลอด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตไหน ๆ ก็ตาม ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ไม่มีอะไรดีเสมอหรือร้ายเสมอ ทุกอย่างปน ๆ กันไป แล้วก็แค่มีสติที่ดีแล้วก็ดำเนินชีวิตไปให้สมดุลที่สุด หายใจลึก ๆ

ได้พูดแล้วโล่งไหม ?

ตุ้ย : มันก็คงจะเป็นจุดหนึ่งที่เรามองเห็นแล้วล่ะว่าควรจะชี้แจง พรุ่งนี้จะเป็นยังไงก็ไม่ทราบ ที่คนโทร. มา ส่วนใหญ่ก็อยู่ในกอง เมื่อวานก็เพิ่งปิดกล้องไป เราก็มีสติกับทุกการตัดสินใจ

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้อ่านไหม ?

ตุ้ย : ยังไม่ได้อ่านครับ จริง ๆ เพิ่งปิดกล้องเมื่อวานนี้

คนมองว่าเป็นเพราะมือที่สาม ?

ตุ้ย : ไม่มีแน่ ๆ ครับ

อนาคตถ้ามีคนใหม่เข้ามา ต้องระวังไหมว่าเขาอาจถูกโยง ?

ตุ้ย : คือผมมองว่าอยู่ที่เรา มุมมอง แน่นอนว่าในแรงกดดันหรืออะไรต่าง ๆ มันมีเป็นปกติอยู่แล้ว ก็ต้องเรียนว่าในการทำงานมาก็เกือบ 20 ปี ก็มีทั้งเรื่องราวที่สุ่มเสี่ยงบ้าง เรื่องราวที่น่ายินดีบ้าง ไม่น่ายินดีบ้าง ปะปนกันไป แต่ถามว่ามันกระทบกับการตัดสินใจของเรามากน้อยแค่ไหน ในที่สุดแล้วมันก็อยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่ใจเรา

สามารถเจอกับแอนนาเหมือนเดิมไหม ?

ตุ้ย : พูดคุยอยู่แล้ว และก็จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลกันมาก มันก็มีความห่วงใยให้กันและกันตลอดเวลา เพราะยังไงก็ตามแล้วเราก็ยังอยากสื่อสารความรู้สึกกับลูกของเรา ก็เปลี่ยนชุดความคิดให้มันดำเนินไปอย่างดีที่สุด เรื่องลูกไม่ต้องวางแผน มันคงดำเนินไปตามสถานการณ์ในปัจจุบัน ในฐานะพ่อแม่ไม่เปลี่ยน และจะไม่มีวันเปลี่ยนครับ

มุมมองเรื่องชีวิตคู่เปลี่ยนไปไหม ?

ตุ้ย : กับตัวเองก็คงจะต้องกลับมาทำความเข้าใจกับตัวเอง วิกฤตครั้งนี้ก็มีจุดที่เราต้องมองตัวเองว่าในการเดินต่อไปเราบกพร่องตรงไหน แล้วก็แก้ไขข้อบกพร่องตรงนั้นยังไง แล้วจะทำให้เรามีกำลังใจเดินต่อ มีกำลังใจทำงาน กลับมาฟิตตัวเอง

ที่ผ่านมาทำงานหนัก มันมีส่วนกระทบกับครอบครัวไหม ?

ตุ้ย : ในเวลามันต้องมีส่วนกระทบอยู่แล้ว อาจจะโดยธรรมชาติของเราเป็นนักกีฬา เวลาลงสนามเราก็จะเต็มที่ ถามว่ามันมีส่วนมั้ย ก็คงมีแหละ ถามว่าจะเปลี่ยนธรรมชาติของการทำงานเราได้มั้ยเนี่ย มันก็ต้องไปคิด มันก็ยากเหมือนกัน

ยอมรับว่าการทำงานหนัก มีส่วนที่ทำให้เราให้เวลากับครอบครัวน้อย ?

ตุ้ย : ก็เคยมีการคุยกันเรื่องนี้ พยายามปรับจูนมาตลอด เรื่องเวลาก็จะเป็นหนึ่งปัจจัยเหมือนกันที่มันอาจจะไม่สมูทนัก ไม่ราบรื่นนัก เรื่องอาชีพเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ว่าอาจจะเป็น..ธรรมชาติสไตล์การทำงานของเราเป็นแบบนั้น

การหย่ากันเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว ?

ตุ้ย : ไม่ได้มองครับ แต่ว่าเป็นเรื่องของการพูดคุยกัน และคุยกันด้วยเหตุและผลและสติครับ เอาอารมณ์วางไว้ข้าง ๆ เป็นทางเลือกที่เห็นร่วมกันแล้วว่าเหมาะที่สุด คิดว่ามันไม่ใช่ว่ามันไม่มีความสุขแล้วเดินต่อไม่ได้ คิดว่าถ้าเราไม่เปลี่ยนมันจะสร้างปัญหาเพิ่มมากกว่า ตอนนี้อยู่คนละบ้าน แต่อยู่ไม่ไกลกัน ก็ยังมีโอกาสได้เจอกันเรื่อย ๆ

ตกลงว่าจะทำหน้าที่พ่อและแม่ให้เต็มที่เพื่อลูก ?

ตุ้ย : ใช่ครับ ใช่

11 ปี ไม่มากพอที่จะยื้อคนสองคนได้ ?

ตุ้ย : ผมไม่ได้มองในเชิงของตัวเลข เวลา หรืออะไรก็ตาม เพราะผมคิดว่ามันไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เรามาพิจารณา ผมมองในมุมของอย่างที่บอก ทัศนคติ มุมมองการใช้ชีวิตต่าง ๆ มันไม่สอดคล้องกันครับ (KAPOOK)

Check Also

หนังคนละม้วน!! “เบลล่า” กล่าว ไม่เคยเจอ “ชิงชิง”  ไม่เคยร่วมทริปกัน ด้าน ผจก.”เวียร์”  ยัน13 ก.ย. นี้ ตอบทุกข้อสงสัย

เบลล่า ราณี บอกไม่เคยเจอ ชิงชิง คริษฐา ที่โดนโยงมือที่สาม เวียร์ ศุกลวัฒน์ หลังอีกฝ่ายบอกเคยไปเที่ยวกับแก๊งด้วยกัน กลายเป็นหนังคนละม้วน แซ่บมาก เป็นประเด็นที่ขาเผือกจับตาก่อนหน้านี้ หลังมีข่าวเมาท์พระเอกดังแอบคบซ้อนกับนางเอกดาวรุ่งช่องเดียวกัน เพราะมีโพสต์รูปสถานที่เดียวกันใน IG ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *