Tuesday , August 20 2019
Home / บันเทิง / “ศรราม” ควง “ติ๊ก” เปิดใจ ชีวิตนี้สมบูรณ์แล้ว พูดซึ้งถึงของรับขวัญลูก ชีวิตผมนี่แหละครับ

“ศรราม” ควง “ติ๊ก” เปิดใจ ชีวิตนี้สมบูรณ์แล้ว พูดซึ้งถึงของรับขวัญลูก ชีวิตผมนี่แหละครับ

ต้องขอแสดงความยินดีอีกครั้ง สำหรับครอบครัวของพระเอกรุ่นใหญ่ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ เพราะในวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ภรรยาสาว ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ได้ให้กำเนิดลูกสาวคนแรก น้องวีจิ จนทำให้คุณพ่อป้ายแดงต้องรีบบินกลับมาที่ประเทศไทยโดยด่วนหลังจากที่ต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเยอรมันเพียงไม่กี่วัน

ล่าสุด หนุ่ม ศรราม ได้ควงแขน ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจถึงวินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าน้องวีจิ เพราะตั้งหน้าตั้งตารอมาถึง 9 เดือนเต็ม โดยงานนี้นอกจากทั้งคู่จะยิ้มแก้มปริที่ได้เห็นหน้าลูกสาวตัวน้อยๆ แล้ว ทางด้านคุณแม่ป้ายแดงยังถือโอกาสบอกความรู้สึกขณะต้องอยู่ในห้องคลอดคนเดียวโดยไร้สามีเคียงข้างช่วงเวลานั้นให้ฟังอีกด้วย

ศรราม : “ตอนนี้ชีวิตสมบูรณ์แล้วครับ (ยิ้ม) มีภรรยา มีลูก มีครอบครัว ได้เป็นคุณพ่อเต็มตัวแล้ว”

วินาทีที่ได้เห็นหน้าน้องครั้งแรก ความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ?

ศรราม : “ตอนนั้นผมไปต่างประเทศครับ ไปทำงานที่เป็นสปอร์ตอีเวนต์ คือมีคิดอยู่แล้วก่อนหน้าที่จะบินได้มาปรึกษากับคุณหมอ ตอนแรกเลยกำหนดที่น้องจะคลอดอยู่ภายในเดือนนี้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าน้องจะมาวันไหน ไม่รู้ว่าจะเป็นช่วงที่ผมไปทำงานหรือไม่ได้ไป แต่ผมก็บอกวีจิไว้ว่า ถ้าวีจิมาก่อน แสดงว่าวีจิอยากให้ปะป๊าไปทำงาน เพราะยังไงพ่อลูกต้องได้เจอกันอยู่แล้วครับ และวินาทีที่ได้เห็นเขาก็ดีใจ อีกส่วนหนึ่งก็คิดว่าตัวเองทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว ตอนเราไม่อยู่เราก็ได้เตรียมทุกอย่างเพื่อดูแลติ๊กกับลูกในขณะที่เราไปทำงาน”

ติ๊ก : “ตอนอยู่ในห้องคลอดไม่ได้มีกังวลอะไรเลยค่ะ เพราะก่อนที่พี่หนุ่มจะเดินทางเราก็ได้คุยกันแล้วนะคะ ก็ไม่ได้กังวลอะไร แต่พอวินาทีที่ได้อยู่ตรงนั้นจริงๆ มันก็รู้สึกเนอะ เพราะเราเคยดูเคสของคนอื่นในยูทูปที่มีคนยืนอยู่ด้วย ซึ่งเราก็อยากให้พี่ยืนอยู่ด้วยข้างๆ (เสียงสั่น) ตอนที่ต้องอยู่คนเดียวมันก็รู้สึกเหมือนตัวคนเดียว หวิวๆ แต่พอเราได้ยินเสียงวีจิก็รู้สึกว่าเรายังมีลูกอยู่กับเรานะ”

น้ำหนักแรกคลอดของน้องเท่าไหร่ ?

ศรราม : “2.658 กรัมครับ สูง 49 เซนติเมตร ห้องพัก 1812 ใครรักเลขไหนเลือกเลขนั้น (หัวเราะ)”

ติ๊ก : “น้องแข็งแรงสมบูรณ์ดีค่ะ”

เป็นวิธีการผ่าคลอด หรือใช้วิธีคลอดแบบธรรมชาติ ?

ติ๊ก : “เป็นการผ่าค่ะ แต่จริงๆ แล้วตั้งใจจะคลอดเองโดยธรรมชาติ ซึ่งรายละเอียดต้องถามคุณหมอจะชัดเจนกว่าค่ะ”

ชื่อน้องวีจิ มีที่มาที่ไปอย่างไร ?

ศรราม : “น้องวีจิแปลว่า วีรสตรีผู้กล้าหารครับ ใช้เป็นทั้งชื่อจริงและชื่อเล่นเลยครับ คือตอนแรกพอรู้ว่าติ๊กเริ่มท้อง เรามาทำอัลตราซาวด์ครั้งแรกตัวน้องเท่าเมล็ดข้าวเปลือก ซึ่งยังไม่สามารถจะระบุเพศได้ พอบอกพี่ๆ สื่อไปก็เกิดแฮชแท็กว่า #ศรรามจูเนียร์ ซึ่งจูเนียร์ก็คือเด็กผู้ชายใช่ไหมครับ เราเลยคิดว่าถ้าเป็นเด็กผู้ชายจะให้ชื่อว่า ด.ช.แทนคุณ ชื่อเล่นชื่อ แผ่นดิน เวลาเรียกก็จะเป็น ด.ช.แทนคุณแผ่นดิน เทพพิทักษ์ แต่ต่อมาเขาก็มาเข้าฝันคุณแม่เป็นเด็กผู้หญิงน่ารักมากเลย”

ติ๊ก : “คือในฝันน้องจะมีสระน้ำและตัวน้องก็โผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำค่ะ และเขามาบอกกับเราว่า หนูมีภาพวาดดอกไม้อันนี้จะให้แม่ แต่ก่อนที่หนูจะให้ แม่ต้องปลุกคนข้างๆ แล้วบอกเขาว่า หนูไม่ใช่เด็กผู้ชาย หนูเป็นเด็กผู้หญิงค่ะ จากนั้นเราก็เลยปลุกพี่ตั้งแต่ตอนตีสามเลยค่ะ และบอกว่าหนูฝันแบบนี้”

ศรราม : “เราก็ได้ทำความเข้าใจกันก่อนที่จะได้มาทำอัลตราซาวด์ถึงจะรู้ว่าเป็นผู้หญิงจริงๆ ซึ่งติ๊กเขาบอกผมแล้วว่า พี่ ลูกไม่ใช่เด็กผู้ชายนะ และพอได้มาอัลตราซาวด์ก็ปรากฎว่าเป็นผู้หญิงจริงๆ คราวนี้ก็เลยคิดว่าถ้าไม่หาชื่อให้เขา เขาจะน้อยใจแล้ว เพราะเขาเริ่มได้ยินเราพูดแล้ว ผมก็หายหน้าแต่ไม่ได้หายตัวจากบ้านไปไหนนะครับ ผมคิดว่าจะให้พระตั้งดีหรือเราจะตั้งเองดี จากนั้นจึงลองเสิร์ทในพจนานุกรมไทยหาคำว่าวีรสตรีผู้กล้าหาร สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออยากปลูกฝังเขา ให้เขารู้จักมีความกตัญญู รู้จักบุญคุณคน บุญคุณแผ่นดิน ได้มีโอกาสตอบแทนคุณผู้ที่มีพระคุณ มีโอกาสตอบแทนคุณแผ่นดิน ผมเองก็เคยรับราชการมานะครับ สาบานตนต่อหน้าธงชัยเฉลิมพลมาแล้วว่า เราจะสื่อสัตย์ และเคารพต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็เลยเอาเป็นชื่อวีรสตรีผู้กล้าหาญแล้วกัน ก็ลองเสิร์จดู ก็ขึ้นมามี วีจิ ด้วย ก็เลยลองมาบอกภรรยาว่า วีจิ ชอบไหม เขาก็บอกว่าชอบ ก็เลยสักชื่อลูกไว้ตรงต้นคอเลย เป็นปีกอยู่ข้างหลัง เป็นนางฟ้าตั้งแต่วันนั้นเพื่อรอเขา”

ตั้งใจจะเลี้ยงน้องอย่างไร ?

ติ๊ก : “โดยส่วนตัว ติ๊กอยากเลี้ยงให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้ แล้วก็มีความกล้าหาญ ไม่กลัวต่ออุปสรรค หรือกลัวในสิ่งที่ควรกลัว ไม่กลัวในสิ่งที่ไม่ควรกลัว คือความกล้ามันสามารถนำพาให้ชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไปสู่ความประสบความสำเร็จได้ เลี้ยงแบบธรรมดาให้ติดดินเข้าไว้ อะไรก็ได้ ที่แบบว่าธรรมดา ง่ายๆ ใช้ชีวิตง่ายๆ เดินทางง่ายๆ ไม่ต้องเรื่องเยอะ อยากเลี้ยงลูกเป็นแบบนั้นค่ะ เป็นในสิ่งที่เราเป็น”

ตั้งใจจะเลี้ยงเองไหม ?

ติ๊ก : “ตั้งใจจะเลี้ยงเองค่ะ (หัวเราะ) “

หนุ่ม : “ต้องเลี้ยงเองสิ เป็นพ่อเป็นแม่ (หัวเราะ) แต่พี่เลี้ยงที่บ้านก็มีอยู่แล้วครับ อาจจะมีดูแลเพิ่มเติมมากขึ้น”

ติ๊ก : “ตอนแรกตั้งใจจะเลี้ยงเองเลย ยังไม่อยากใช้พี่เลี้ยง อยากลองดูว่าการเลี้ยงลูกคนหนึ่งด้วยตัวเอง เหมือนที่แม่เราเลี้ยงเรามา มันไม่น่าที่จะเป็นเรื่องน่ากลัว ก็เลยคืดว่าจะเลี้ยงเองก่อน”

สองคนใครเห่อลูกมากกว่ากัน ?

หนุ่ม : “ติ๊กนะครับ”

ติ๊ก : “ห่ะ จริงเหรอ”

หนุ่ม : “เวลาเขาคุยกับลูกเราจะพูดเพราะมาก เสียงมันน่ารักมากเลย มากกว่าเวลาพูดกับผม”

ติ๊ก : “ไม่ ทางทฤษฎีมันเหมือนจะเป็นเรา แต่การปฎิบัติที่แท้จริง ใครๆ ก็น่าจะรู้นะ ว่าใครที่จะเห่อลูกมากกว่าจริงๆ”

หนุ่ม : “(ยิ้ม) ครับ ดีครับ”

คุณแม่ของหนุ่มว่าอย่างไรบ้าง หลังได้เห็นหน้าหลานสาว ?

หนุ่ม : “คุณแม่ก็ร้องไห้ครับ เหมือนกับว่าได้คลอดเอง (หัวเราะ) คุณย่าดีใจมากครับ ก็เป็นอะไรที่มาเติมเต็มนะครับ คุณย่าก็ดูแลสุขภาพให้ดีมากขึ้น เพราะอยากจะมีชีวิตอยู่กับหลานนานๆ อยากจะเลี้ยงหลาน ก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับครอบครัวครับ”

ทราบว่ามีการไปฝากสเต็มเซลล์ไว้ ?

หนุ่ม : “ใช่ครับ ก็การฝากสเต็มเซลล์มันก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มันต้องบอกว่าในสมัยนี้มันมีเรื่องของการฝากเอาไว้ เพื่อมาใช้ในอนาคต ซึ่งทางเราก็ให้ทางบริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ดูแลให้กับวิจีนะครับ ซึ่งสเต็มเซลล์นี้สามารถเพราะปลูกได้ แล้วผมก็ปรึกษาคุณหมอว่าคุณแม่คุณพ่อ หรือว่าตัวน้องเอง ถ้าเกิดว่าเจ็บไข้ได้ป่วย สิ่งเหล่านั้นสามารถนำไปเพาะเพื่อจะรักษาเขาได้ครับ ก็ได้ฝากเรียบร้อยแล้วครับ”

ตั้งใจจะมีลูกกี่คน ?

หนุ่ม : “ตั้งใจจะมีกี่คน นี่คือภรรยาหรือลูกครับ (หัวเราะ) ลูกว่าจะลองเลี้ยงดูก่อนครับ แต่ยังไงก็อยากจะได้ผู้ชายอีกสักคนหนึ่ง จะได้เป็นเพื่อนกัน เพราะว่าถามเพื่อนๆ แล้ว พอถึงเวลาเพื่อนก็แนะนำว่าควรจะมีสองคนนะ”

จะพักงานเพื่อเลี้ยงลูกไหม ?

หนุ่ม : “หน้าที่ของผมก็คือหัวหน้าครอบครัวอยู่แล้ว ก็ทำงานดูแลครอบครัวเป็นหลัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เลี้ยงลูกเลย ส่วนที่เราจะต้องเลี้ยงลูกมันแน่นอนอยู่แล้ว สัญชาตญาณของความเป็นพ่อ มันก็ต้องดูแลเขาอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว”

ลูกคนที่สอง แพลนไว้ว่าเมื่อไหร่ดี ?

หนุ่ม : “(หัวเราะ) คนแรกเพิ่ง 2 วันเอง ถามไปถึงคนที่สองแล้วเหรอครับ เอาคนแรกก่อน”

ต้องอยู่โรงพยาบาลอีกกี่วันถึงจะกลับบ้านได้ ?

หนุ่ม : “จริงๆ ก็อยากให้คุณแม่เขาพักฟื้นครับ เกี่ยวกับเรื่องแผลให้เรียบร้อย แล้วก็น่าจะกลับสักวันที่ 13 นะครับ คือเราก็ไม่รู้ว่าจะคลอดช่วงไหน ตอนแรกก็กะว่าถ้าเกิดเป็นช่วงสงกรานต์ก็อาจจะจะไม่ได้เจอสื่อมวลชน วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณมากที่มาให้กำลังใจครอบครัวเรา ขอบคุณจริงๆ ครับ”

คุณพ่อมีของรับขวัญอะไรให้ลูกสาวไหม ?

หนุ่ม : “มีชีวิตผมนี่แหละครับ (ยิ้ม) สุดท้ายเราสองคนขอบพระคุณหมอและคณะแพทย์ทุกๆ ท่านนะครับ แล้วก็เจ้าหน้าที่พี่ๆ พยาบาลทุกคนนะครับ รวมทั้งสื่อมวลชนทุกท่านที่เป็นห่วงเป็นใย แล้วก็เป็นกำลังใจให้ครอบครัวเรา สงกรานต์นี้โอกาสปีใหม่ไทย ก็ขอให้ผู้ที่เอ่ยนามมาทั้งหมด สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ แล้วก็กลับไปเยี่ยมบ้าน ไปเที่ยวที่ไหนเดินทางปลอดภัยนะครับ สวัสดีปีใหม่ไทย ขอบคุณครับ (ยิ้ม)” (Sanook)

 

 

 

Check Also

ชาวเน็ตไม่ฮาด้วย คู่รักดาราทำคลิป “ทดสอบความอดทน” แกล้งปั่นหัวแอร์โฮสเตส

คู่รักดาราโดนวิจารณ์เละ ทำคลิปนั่งโดยสารชั้นธุรกิจ แต่ขอทดสอบความอดทนของแอร์โฮสเตส ด้วยการทำตัวเป็นผู้โดยสารเรื่องมากที่สุดในโลก โซเชียลหนุนให้สายการบินฟ้องร้อง เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียกำลังให้ความสนใจและเปิดประเด็นถกเถียงกับคลิปวิดีโอที่โพสต์เอาไว้บนแชนแนลหนึ่งในเว็บไซต์ยูทูบ ที่เป็นการตีแผ่และจงใจทดสอบความอดทนของพนักงานสายการบินชื่อดัง ที่ให้บริการผู้โดยสารในชั้นธุรกิจ แต่ความสะใจของผู้จัดทำคลิปกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากสังคมมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรำคาญใจ และเป็นการพฤติกรรมที่ไร้มารยาท ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *