Tuesday , May 21 2019
Home / บันเทิง / กิ๊ก มยุริญ เปิดใจ หลังบวช 7 เดือน เจอเปรตมาขอส่วนบุญ-อยากไปถึงนิพพาน

กิ๊ก มยุริญ เปิดใจ หลังบวช 7 เดือน เจอเปรตมาขอส่วนบุญ-อยากไปถึงนิพพาน

กิ๊ก มยุริญ เปิดใจหลังบวชนาน 7 เดือน เจอทั้งงู และเปรตมาขอส่วนบุญ เผยที่บวชแล้วสึก เพราะคุณแม่ไม่แฮปปี้ ไม่คิดมีแฟน เพราะอยากไปถึงนิพพาน

ห่างหายจากหน้าจอไปนานพอสมควร สำหรับนักแสดงสาว กิ๊ก มยุริญ ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวตัดสินใจไปบวช 227 วัน หรือประมาณ 7 เดือน ที่ประเทศพม่า และตอนนี้สาวกิ๊กก็ได้สึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดสาวกิ๊ก มาเปิดใจเล่าเรื่องราวตลอด 7 เดือนที่ไปบวช ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

ชีวิตการบวช 7 เดือนเป็นยังไงบ้าง ?

กิ๊ก : มันก็ซ้ำ ๆ ซาก ๆ เหมือนทุกวัน ตื่นตีสองครึ่ง ถึงตีสองห้าสิบ ของทุกวัน มาเดินจงกรม 1 ชั่วโมง นั่งสมาธิอีก 1 ชั่วโมง แล้วไปกินข้าวเช้า กลับมาซักผ้า นั่งสมาธิ เดินจงกรมอะไรประมาณนี้ แล้วก็กินข้าวกลางวัน กลับมานั่ง เดิน นั่ง อ่านหนังสือ อาบน้ำ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ก็จะเป็นแบบนี้ทุกวัน วันนึงนอน 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น คือมันเป็นช่วงที่พี่ฟิตมากเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองยาว ๆ แล้วเวลาที่ได้เป็นนักบวชมันไม่ได้หาง่าย ๆ

ถือว่าลำบากที่สุดในชีวิตไหม ?

กิ๊ก : ไม่ลำบากค่ะ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเลย เพราะว่าเราได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ เป็นเหมือนนักบวชจริง ๆ ไม่ได้ติดต่อใครเลย คือลาตายกับคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่ก่อนไปแล้ว คือครั้งนี้กลับมาไม่รู้จะได้เจอกันอีกไหม ครั้งนี้ก็ขอไปปฏิบัติให้เต็มที่

ทุกวันตั้งแต่ตื่นมาจนเข้านอนไม่พูดสักคำเลยเหรอ ?

กิ๊ก : คือน้อยมากที่จะพูด ถ้าพูดกับพระอาจารย์ เพราะว่าการพูดมันทำให้สติ สมาธิเรามันกำหนดยาก เพราะว่าจิตมันจะปรุงแต่งเร็วมาก เพราะฉะนั้นการที่พูดคุยน้อยที่สุดทำให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติมากที่สุด

เห็นว่าวันแรกที่ไปเจองู ?

กิ๊ก : วันแรกหลังจากที่บวชเรียบร้อยเดินมาที่กุฏิ งูเลื้อยกำลังจะเข้ากุฏิ รู้สึกว่าเขาคงมารับบุญจากเรา ที่นู่นยังอยู่กับธรรมชาติเยอะมาก ยังมีงู มีกบ มีตะขาบ มีสัตว์เยอะมาก ไปก็ดีนะได้อยู่กับธรรมะ ได้เห็นว่าชีวิตของเราอยู่ด้วยความไม่เที่ยง พร้อมจะตายตลอดเวลา มันมีกรณีที่งูเข้ากุฏิมาตอนกลางคืน ขดอยู่หลังประตู ตอนนั้น 3 ทุ่มกว่า ๆ เรากำลังจะไปปิดไฟและไปนอน แล้วเราก็เห็น ตอนนั้นไม่มั่นใจว่าเป็นผ้าเช็ดเท้าหรือว่างู ก็เลยกำหนดสติไปเคาะห้องชีกลอย ช่วยไปดูหน่อยว่านั่นคืออะไร ก็เอาไฟฉายไปส่องก็น่าจะเป็นงู ก็ช่วยกันใหญ่ แต่สุดท้ายก็ต้องไปตามคนมาช่วย คือพี่ไม่กรี๊ดไม่อะไรเลย เพราะพี่เจอบ่อย งูตัวนั้นไม่ใหญ่ แต่เป็นงูมีพิษ ตัวสีดำ แต่ลวดลายสวยงามมาก และมันห่างจากที่พี่นั่งสมาธิ 6 ก้าว พี่ก็คิดในใจว่านี่บุญนะ ถ้าเกิดวิบากกรรมเราเคยฆ่ากันเขาก็คงเลื้อยมากัดเราแล้ว มันก็เลยได้เห็นสัจธรรมว่าชีวิตมันไม่เที่ยงจริง ๆ เราพร้อมตายทุกเมื่อ

นอกจากเจองู เจอแมงมุม เจอทุกอย่าง เห็นว่าเจอเปรตด้วย ?

กิ๊ก : มันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวนะ เพราะเปรตก็เป็น 1 ใน 31 ภพภูมิ เปรตที่พี่เจอ ปกติอยู่ที่เมืองไทยพี่ก็เจอ ตอนนั้นไปปฏิบัติธรรมที่ลำปาง ตอนนั้นเป็นเสียงโหยหวนมาก แล้วมาจากที่ไกล เสียงมันก็จะดัง ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร เขาก็ไม่ยอมเลิกร้องสักที พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปถามพระอาจารย์ว่าได้ยินเสียงนี้มันคืออะไร พระอาจารย์บอกว่าเพื่อนใคร ญาติใคร คนนั้นก็จะได้ยิน แล้วบอกว่าเป็นเปรตให้เราแผ่เมตตาซะ ซึ่งกิ๊กก็มีความรู้ว่าเสียงนี้คือเปรต พอไปที่พม่า พอกิ๊กบวชเสร็จปุ๊บคืนนั้นก็นอน 4 ทุ่มได้ยินเลย แบบเสียงโหยหวนมาก ตอนนั้นไม่กลัว เราบวชเป็นลูกพระพุทธเจ้าแล้ว เราก็แผ่เมตตาไป เสียงก็หายไป เราได้ยินแค่เสียงไม่เห็นภาพ เพราะพี่อธิษฐานตลอดว่าถ้าอยากได้บุญจากข้าพเจ้าอย่ามาให้เห็นตัวเป็น ๆ

สูง ๆ แล้วปากเท่ารูเข็ม ?

กิ๊ก : เปรตมี 12 จำพวก เปรตมีรายละเอียดหลายอย่าง แล้วแต่ว่าทำกรรมแบบไหน คือพี่จะบอกว่าเราต้องทำความดีให้มาก เปรตมีจริง ๆ อย่าไปเกิดในภพภูมินี้เลย เพราะว่าแทบไม่มีอะไรจะกิน เปรตบางจำพวกนี้กินแต่อุจจาระ เสมหะ บางจำพวกทำร้ายตัวเองและกินเลือดตัวเอง

ตั้งแต่เด็กจนก่อนบวชกลัวผีไหม ?

กิ๊ก : กลัวนะ แต่ตั้งแต่ทำรายการ มิติลี้ลับ ก็เริ่มไม่กลัว เพราะรู้ว่าผีมีจริง พี่เคยเห็นเป็นเงาดำ ๆ เหมือนคนเลย แต่ว่าทรงผมไม่ได้เป็นทรงเหมือนพวกเรา เป็นทรงเหมือนคนในอดีต มายืนอยู่ตรงทางแยกในถ้ำที่จังหวัดกาญจนบุรี พี่เคยไปลองของกับพี่ป๋อง ไปเล่นผีถ้วยแก้ว แล้วเราก็ไปที่ตึกตึกหนึ่ง เป็นตึกร้างอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ แต่ตอนนี้เขาสร้างใช้งานเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราไปเล่นกันที่ชั้น 9 ของตึก เชื่อไหมมีคนผีเข้าจริง ๆ ก็มีการถามคำถามกัน และก่อนที่เด็กคนนี้จะผีเข้า ก็มีคำถามว่าคุณต้องการอะไร แก้วมันลากไปที่ ต. และ ย. คือตอนนั้นมันไม่มีสระ ความหมายก็คือ ตาย หลังจากนั้นเด็กคนนั้นใจไม่ดี แล้วมือเขาก็หล่น ผีเข้าเลย เขากรี๊ด พูดคำหยาบ อย่ามายุ่งกับกู แรงเยอะมาก เขาพยายามวิ่งไปกระโดดตึก เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ไปตามคนที่มีความรู้มาช่วย

หลังบวช 7 เดือนมุมมองในการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปไหม ?

กิ๊ก : เปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิง รู้สึกว่าชีวิตมีความสุขมาก การใช้ชีวิตอย่างพอเพียงไม่ใช่เรื่องยากเลย การที่เราจะใช้ชีวิตตามที่พระพุทธเจ้าสอนไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ลงมือทำ ความดีไม่ได้ทำยาก แต่เราลืมที่จะทำเท่านั้นเอง รู้สึกมีความสุขมาก ๆ

พี่มีปัญหาเรื่องความรักหรือเปล่า ถึงไปบวช ?

กิ๊ก : ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความรักใด ๆ แต่เนื่องจากพี่ปฏิบัติธรรมมานานรู้สึกว่าอยากจะเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนให้ละเอียดยิ่งขึ้น ก็เลยคิดว่าการปฏิบัติต้องยาวเท่านั้นเราถึงจะเห็นว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร แล้วมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ

แล้วแบบนี้มุมมองความรักเปลี่ยนไปไหม ?

กิ๊ก : พี่ไม่อยากมีคู่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พี่ก็เคยมีแฟน แต่ก็ไม่อยากมีอีกเลย คือพี่อยากไปถึงนิพพาน เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่พี่ละได้ วางได้ พี่ก็ทำ แต่ถ้ามีใครเข้ามาแล้วเขายอมให้พี่ไปบวชตลอดชีวิตอันนั้นก็น่าสนใจอยู่

ย้อนกลับไปวันที่พี่บอกแม่ว่าจะไปบวช แม่ว่าไงบ้าง ?

กิ๊ก : แม่ก็ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไร เพราะว่าน้องสาวกิ๊กบวชเป็นแม่ชีถาวรแล้ว กิ๊กบวชเป็นแม่ชีชั่วคราว คุณแม่ก็กลัวกิ๊กบวชไม่สึก แต่เราคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่ายังไงกิ๊กก็สึก

สาเหตุที่ออกมาใช้ชีวิตธรรมดาก็เพราะว่าคุณพ่อ คุณแม่ ?

กิ๊ก : ด้วยส่วนหนึ่ง ถ้าเกิดเราบวชไม่สึกตอนนี้คนที่ทุกข์ที่สุดคือท่าน แล้วพี่อยากให้ท่านอนุโมทนาบุญ ไม่อยากให้ท่านมีอกุศลจิตใด ๆ กับการบวชของเรา

แล้ววันที่ลาสิกขาเป็นไงบ้าง ?

กิ๊ก : ก็แอบเศร้านิดนึง รู้สึกว่าตอนแรกที่บวชก็รู้สึกว่าไม่รู้จะได้มาบวชอีกไหม แต่เมื่อลาสิกขาแล้วยังไงก็น่าจะมีโอกาสกลับไปบวชอีกแน่นอน

เห็นว่านำธรรมะไปชี้ทางให้คนใกล้ตัวอีกด้วย ?

กิ๊ก : พี่ธงธงค่ะ เขาได้เรียนธรรมะตั้งแต่พี่สาวเสีย ตอนนั้นเขาจะกระโดดกองไฟตายตาม แต่พอเขามีธรรมะเขาก็รับได้กับคำว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่ล่าสุดเคสที่ต้องบอกว่าพี่ธงสุดยอด คือเคสของคุณแม่ป่วยหนักมาก วันนั้นพี่ธงโทร. มาบอกว่าแม่อาการหนักหมอบอก 4 ทุ่มคืนนี้ไม่น่ารอด พี่ก็เลยบอกพี่ธงว่าทำใจดี ๆ นะ วันนี้กิ๊กสแตนด์บายถ้าเกิดมีอะไรก็โทร. มาหากิ๊กแล้วกัน ทีนี้พี่ธงก็ไปจุดธูปต่อหน้าพระขอให้คุณแม่อาการดีขึ้น ถ้าแม่เขาดีขึ้นเขาจะขอบวช เชื่อไหมวันนั้น 4 ทุ่มแม่พี่ธงก็ไม่ไป ณ วันนี้แม่พี่ธงก็ยังมีชีวิตอยู่ พี่ธงนี่ต้องบอกเลยว่าผ่านวิกฤตได้ด้วยธรรมะ เพราะเขาบอกว่าตอนที่แม่แย่มาก ๆ ตอนพี่สาวเสีย เขากำหนดสติตลอดเวลา เขาได้เห็นว่าทุกครั้งที่เขากำหนดสติ ความเสียใจ ความโศกเศร้า มันทำร้ายเขาไม่ได้ (Kapook)

Check Also

“โทนี่” นับวันรักยิ่งหวาน “แก้ว” ยิ่งกว่าคนที่ใช่ หัวใจรู้สึกไม่อยากมองใครแล้ว

เป็นอีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงที่ขยันเติมความหวานให้กับหัวใจจริงๆ สำหรับ โทนี่ รากแก่น และ แก้ว–จริญญา ศิริมงคลสกุล เพราะตั้งแต่ออกมาเปิดตัวว่ากำลังศึกษาดูใจกัน ทั้งคู่ก็ขยันจัดทริปสวีทเสิร์ฟความฟินผ่านโลกโซเชียลอยู่ตลอด…ตลอด ล่าสุดได้มีโอกาสเจอกับฝ่ายชายในงาน My Empire My Own Rule ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *