Monday , December 10 2018
Home / บันเทิง / วงการบันเทิงเศร้า.. สิ้นผกก.ตบจูบ! อาเปี๊ยก พิศาล หัวใจวาย เสียชีวิตแล้วในวัย73ปี!

วงการบันเทิงเศร้า.. สิ้นผกก.ตบจูบ! อาเปี๊ยก พิศาล หัวใจวาย เสียชีวิตแล้วในวัย73ปี!

วงการบันเทิงเศร้า.. สิ้นผกก.ตบจูบ! อาเปี๊ยก พิศาล หัวใจวาย เสียชีวิตแล้วในวัย73ปี!  ด้านลูกสาว “อ้อม พิยดา” ยันไม่ติดใจการรักษา เผยกำหนดสวดอภิธรรมศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาส

นับเป็นข่าวสุดเศร้าของวงการบันเทิงไทย วานนี้ (4 ธ.ค.) มีรายงานว่าช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. นายพิศาล อัครเศรณี หรือ เปี๊ยก พิศาล นักแสดงรุ่นใหญ่-ผู้กำกับฯ ชื่อดัง เสียชีวิตแล้วจากอาการหัวใจวาย ด้วยวัย 73 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำการรักษามาตลอดหลายปี

ขณะที่ อ้อม พิยดา และ พี่ชายโอ อัครพล, น้องสาวอ๋อ ศิรดา และ น้องชายโอ๊ต นนทพร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการจากไปของคุณพ่อ พร้อมเผยข้อมูลว่าในวันฌาปนกิจศพทางครอบครัวตั้งใจจะแจกหนังสือประวัติชีวิตของคุณพ่อ ซึ่งท่านได้เขียนเอาไว้ด้วยก่อนเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน ให้กับแขกที่มาร่วมส่งท่านในวันสุดท้าย

 

ก่อนที่คุณจะไปโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ ท่านได้บ่นบ้างไหมว่ามีอาการยังไงบ้าง ?

 

โอ – “ท่านบอกว่าหายใจก็ไม่ออกและก็เริ่มปวดบริเวณด้านหลัง ซึ่งตอนนั้นโอ๊ตเป็นคนที่อยู่กับคุณพ่อ”

 

โอ๊ต – “ก็คือพอคุณพ่อบอกว่าท่านมีอาการปวดมากขึ้น เราก็เลยเรียกรถพยาบาลมารับคุณพ่อที่บ้านเพื่อให้คุณหมอได้ทำการตรวจ จากนั้นพอไปถึงคุณหมอเขาก็ได้ให้ยาแก้ปวดเบื้องต้นและรอดูอาการ ส่วนทางเราเองก็ได้มีการติดต่อไปหาคุณหมอที่เคยทำบอลลูนให้กับคุณพ่อ แล้วจึงย้ายไปยังอีกโรงพยาบาล แต่อาการของคุณพ่อก็ไม่ดีขึ้นจากนั้นท่านก็ไปอย่างสงบครับ”

 

คุณหมอได้ชี้แจงไปว่าอาการทั้งหมดเกิดจากอะไร ?

 

อ้อม – “คือคุณหมอเข้ามาตอนที่อาการค่อนข้างที่จะแบบ…เหมือนอาการเริ่มต้นของคนที่เป็นโรคหัวใจวาย ก็คือแน่นหน้าอกหรือเจ็บหลัง ซึ่งพอตอนหลังหัวใจคุณพ่อท่านก็เหมือนมันช็อกไป แล้วคุณหมอก็มาช่วยปั๊มค่ะ ใช้เวลาปั๊มหัวใจอยู่นานมาก ปั๊มอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง เหมือนรอให้เกิดปาฏิหาริย์ แต่ก็ไม่มีสัญญาณชีพเกิดขึ้นเลย”

 

สุขภาพของคุณพ่อในช่วงที่ผ่านมาท่านเป็นอย่างไรบ้าง ?

 

อ๋อ – “สุขภาพท่านก็แข็งแรงดีค่ะ แต่อาจจะมีเหนื่อยบ้าง เวลาทำงานในช่วงหลังท่านก็เหนื่อยบ่อย”

 

โอ๊ต – “ก็คือคุณพ่อจะเป็นโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งท่านจะเป็นอยู่ประมาณครึ่งเส้น เพราะคุณพ่อเคยได้ทำบอลลูนไปแล้วหนึ่งเส้น แต่มันเหลืออีกครึ่งเส้นที่คุณหมอบอกว่ายังไม่ต้องทำก็ได้ และให้ใช้วิธีการทานยาแทน ท่านก็เลยมีปัญหาแค่ตรงนี้แหละครับ ตรงที่คุณหมอให้ท่านคุมอาหารและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณพ่อท่านจะไม่ค่อยได้คุมสักเท่าไหร่และอาจจะทานนู่นทานนี่บ้าง”

 

ระหว่างที่นำตัวคุณพ่อส่งโรงพยาบาล คุณพ่อท่านได้พูดอะไรกับเราบ้างไหม ?

 

อ้อม – “ไม่นะคะ คือไม่ทันตั้งตัวเลย ทุกอย่างมันเร็วมาก เนื่องจากอาการเริ่มต้นมันเป็นแค่อาการเจ็บหลัง เราก็เลยไม่ได้อะไร และคำพูดสุดท้ายที่เหมือนท่านพูดกับพี่ชายก็คือ ‘โอ โอ พ่อหายใจไม่ออก’ และจากนั้นท่านก็ไปเลย”

 

คุณพ่อเคยมีอาการลักษณะนี้มานานแล้วหรือยัง หรือว่าเพิ่งจะเริ่มเป็นเมื่อวาน ?

 

อ้อม – “เมื่อวานนี้เลยค่ะ ที่ผ่านมาก็ปกติดี”

 

จากข่าวที่ออกมาเหมือนหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะการรักษาที่ไม่ถูกวิธี ?

 

อ้อม – “ไม่น่าจะเป็นการรักษาที่ไม่ถูกวิธีนะคะ คือมันน่าจะเป็นปกติทางการแพทย์นี่แหละค่ะ เพียงแต่การสั่งงานมันอาจจะขลุกขลักไปบ้าง เนื่องจากว่าช่วงที่เราไปถึงโรงพยาบาลมันดึกแล้ว และทีมแพทย์ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็ให้ความช่วยเหลือกันเต็มที่”

 

ครอบครัวเรายังมีความรู้สึกติดใจอยู่บ้างไหมกับการจากไปของคุณพ่อ ?

 

โอ – “ไม่ครับ เราไม่ติดใจอะไรเลย เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าทุกคนทำเต็มที่ คงไม่มีใครไม่หวังดีหรอก ทุกคนต่างก็หวังดีกันหมด”

 

อ้อม – “เราเชื่อว่าทุกคนทำหน้าที่ด้วยความหวังดีค่ะ”

 

ถือว่าเป็นเรื่องกะทันหันสำหรับครอบครัวไหม ?

 

อ้อม – “กะทันหันมาก เพราะตอนไปตรวจท่านยังเดินไปเลยนะ เดินเข้าไปได้ปกติ”

 

โอ – “ยังบอกให้น้องชายให้กลับมาพรุ่งนี้เช้าเลย ไม่ต้องนอนเฝ้าหรอก ไปเอาเสื้อผ้ามาก่อน คือปกติมากๆ ครับ”

 

เห็น หนุ่ม กรรชัย บอกว่าถ้าเป็นหมอโรคหัวใจจริงๆ จะรู้ว่าการปวดข้างหลังมันมาจากโรคหัวใจ ?

 

อ้อม – “ใช่ค่ะ จริงๆ เราอาจจะไปเข้าโรงพยาบาลอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งอาจจะยังไม่ได้ทราบสาเหตุขนาดนั้น พอเขารู้แล้วก็เลยย้ายโรงพยาบาล เพราะคุณพ่อโทรไปปรึกษากับคุณหมอเจ้าของไข้ พอรู้เรื่องปุ๊บก็เลยรีบย้าย”

 

คุณพ่อยังยกหูโทรศัพท์โทรหาคุณหมอเองเลย ?

 

โอ๊ต – “น้าเวชครับ น้าเวชผู้ช่วยพ่อเป็นคนโทรครับ เพราะเขามีเบอร์อยู่ แต่ตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว และจริงๆ คุณหมอเจ้าของไข้ก็อยู่เมืองจีนพอดี เลยโทรไปหา ผอ.เก่าของโรงพยาบาลแทน ท่านก็เลยบอกว่าให้ย้ายมาที่นี่ดีกว่า”

 

เราเชื่อไหมว่าถ้าเจอหมอถูกโรคอาจจะไม่เป็นแบบนี้ ?

 

อ้อม – “จริงๆ แล้วอ้อมคิดว่าเป็นเวลาของคุณพ่อมากกว่า ซึ่งจริงๆ การเราก็สูญเสียคุณพ่อไป เราก็อยากจะมองในด้านที่ดีมากกว่า เรียกว่าพ่อไปสบายที่สุดเลย เพราะไม่ได้เจ็บ ไม่ได้ปวดอะไร เหมือนเบลอๆ แล้วบอกว่าพ่อหายใจไม่ถนัดนะ จากนั้นก็ไปเลยภายในเวลาแค่แป๊บเดียว”

อ้อมก็ไปไม่ทันได้ดูใจใช่ไหม ?

 

อ้อม -“ไม่ทันค่ะ ไปถึงก็คือปั๊มแล้วค่ะ”

 

ใครที่ได้อยู่กับอาเปี๊ยกครั้งสุดท้าย

 

โอ – “ผมครับ คือคุณพ่อมองหน้าแล้วบอกว่า ‘พ่อหายใจไม่ออก ช่วยพ่อหน่อย’ แค่นั้นแหละครับ นี่คือประโยคสุดท้ายที่พ่อพูด”

 

อ้อม – “หัวใจล้มเหลวไป หัวใจหยุดการทำงาน หลอดเลือดมันช็อก คุณหมอบอกว่าเหมือนหลอดเลือดมันตีบฉับพลัน เลยทำให้ไม่จ่ายเลือดเข้าไปในหัวใจ แล้วหัวใจพ่อก็มีปัญหาอยู่แล้ว อย่างที่น้องชายบอกไปว่าเส้นเลือดตีบไปหนึ่งเส้น ซึ่งทำไปแล้ว เหลืออีกครึ่งเส้น ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะพ่อด้วยที่อาจจะกินอาหารอะไรที่ถูกใจแต่ว่าอาจจะไม่ถูกกับร่างกาย ก็เลยทำให้เกิดผลตรงนี้”

 

ท่านได้พูดเปรยๆ หรือสั่งเสียอะไรไหม ?

 

อ้อม – “มีเนอะ ซึ่งเราตกใจมาก อย่างหนังสือที่เราจะแจกตอนเผาค่ะ พ่อก็ทำมานานแล้ว เป็นหนังสือประวัติเขาเอง”

 

ตอนนั้นได้ถามท่านไหมว่าทำไมถึงรีบทำ ?

 

อ้อม – “ตอนนั้นก็เหมือนเขาอายุเยอะแล้ว เขาก็เลยอยากเขียนประวัติตัวเขาเองประมาณนั้นค่ะ”

 

ไม่ได้มีลางบอกเหตุอะไรเลยสำหรับครอบครัวเรา ?

 

อ้อม – “ไม่มีนะ เพราะมันนานแล้ว แกอยากเขียน อยากเก็บรวบรวมโปสเตอร์ เรื่องราวของเขา เรื่องลูก เรื่องชีวิตของเขา และพอทำเสร็จเขาก็บอกน้องเลขาที่สนิทว่า หรือจะเอาไว้แจกตอนงานศพเขา ซึ่งหนังสือเล่มนี้ทำไว้นานแล้วเป็นปีแล้วตั้งแต่ นาวาอายุ 7 เดือน แต่รูปเล่มเพิ่งเสร็จตอน 6 เดือนที่ผ่านมานี้เอง”

 

ลูกๆ ตั้งรับกับความสูญเสียกะทันหันนี้อย่างไรบ้าง ?

 

โอ๊ต – “ก็ยังไม่รู้จะตั้งรับอย่างไรเหมือนกัน”

 

นอกจากหนังสือมีคำสั่งเสียอะไรที่พูดกับลูกๆ ไหม ?

 

โอ – “คุณพ่อห่วงลูกทุกคน แต่ตอนนี้ลูกทุกคนก็อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว เขาก็สบายใจประมาณหนึ่ง”

 

ยังมีอะไรที่อาเปี๊ยกค้างคาแล้วต้องสานต่อไหม ?

 

อ้อม – “เหมือนจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ คือท่านมีโปรเจ็คที่คิดจะทำแต่ยังไม่ได้เริ่ม มีละครที่ยังไม่ได้ออนแอร์ แต่คุณพ่อก็พูดกับอ้อมนะว่าถ้าเหนื่อยก็อยู่สบายๆ ดีกว่า”

 

คุณพ่อสอนอะไรหรือมีสิ่งที่ทำให้เรานึกถึงไหม ?

 

อ้อม – “สอนมาตลอดให้เราตรงเวลา และอดทน”

 

โอ – “คุณพ่อเป็นคนที่มีความอดทนสูง แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียคือ ถ้าเขาไม่เจ็บจริงๆ ขนาดจะต้องเข้าโรงพยาบาลเขาจะไม่บ่น หรือไม่ปริปากเลย มีน้ำอดน้ำทนที่สูงมาก บางทีเลยทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่”

 

อ้อม – “คือเขาจะยอมไปเมื่อไม่ไหวจริงๆ เราถึงได้ไม่โทษใคร แต่เขาก็เคยพูดกับอ้อมนะว่า ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าเวลาพ่อไปจะพ่อจะไม่ให้ลูกลำบาก พ่อจะตายไปเลยแบบนี้”

 

คุณพ่อยังมีห่วงอะไรบ้างไหม ?

 

อ้อม – “ไม่น่ามีแล้วนะคะ”

 

โอ – “ช่วงหลังอาจจะเหงาๆ หน่อย เพราะลูกๆ ก็กระจายกันทำงาน ไม่ค่อยได้รวมตัวกันเท่าไหร่”

 

อ๋อ และ โอ๊ต สิ่งที่เราคิดถึงคุณพ่อเสมอคืออะไร?

 

อ๋อ – “คุณพ่อสอนเสมอว่าให้เราเกิดมาแล้วอยู่บนดิน ให้คลุกดิน และให้ถ่อมเนื้อถ่อมตัว (ร้องไห้)”

 

โอ๊ต – “คุณพ่อสอนให้มองคนที่ความดี ใครที่ดีกับเราก็ดีด้วย ไม่เกี่ยวว่าฐานะจะยากดีมีจน เราดูแลหมด”

 

อ้อมกับโอ ทำงานในวงการบันเทิง?

 

โอ – “จริงๆ ตอนนี้ผมก็เฟดมาทำธุรกิจส่วนตัวแล้วครับ”

 

อ้อม – “ก็ยังตามรอยอยู่ค่ะ เดี๋ยวก็สานต่อไปค่ะ ยังทำงานตรงนี้อยู่ เป็นผู้จัดอยู่ (ร้องไห้) ยังเป็นนักแสดงอยู่”

 

มีอะไรอยากบอกพ่อไหม?

 

อ้อม – (น้ำเสียงสั่นเครือ) “พวกเราทุกคนจะเป็นเด็กดีอย่างที่พ่อสอนเรา”

 

โอ – “พ่อหลับให้สบายไม่ต้องห่วงนะ พวกเรารักกัน จะดูแลกันและกันตลอดไปครับ”

 

กำหนดการจะขอพระราชทานเพลิงศพไหม ?

 

อ้อม – “น่าจะเผาเลยนะคะ แต่คงดูอีกทีว่าจะยังไง เราคุยกันถึงแค่วันสวด ส่วนจะเผาวันไหนและจะแจ้งให้ทราบอีกทีค่ะ”

สำหรับการสวดพระอภิธรรมศพ เปี๊ยก-พิศาล อัครเศรณี จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม ไปจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม โดยในคืนวันที่ 5 ธันวาคม ทางครอบครัวจะงดการสวดพระอภิธรรมศพ ส่วนพิธีฌาปนกิจ ณ ตอนนี้ ยังไม่ได้มีการกำหนดแน่ชัด คาดว่าต้องรอปรึกษาและพูดคุยกันภายในครอบครัวเป็นลำดับถัดไป

อาเปี๊ยกถือเป็นบุคคลที่มีผลงานอันทรงคุณค่าต่อแวดวงบันเทิงมาเนิ่นนาน เป็นทั้งนักแสดงและก้าวมาเป็นผู้กำกับควบคู่กันไปในเวลาถัดมา สำหรับผลงานเด่นที่อาเปี๊ยกเคยสร้างไว้มาให้เหล่าแฟนคลับได้ร่วมรำลึกถึงกัน

เริ่มที่ มนต์รักอสูร ละครที่ถูกสร้างขึ้นจากนวนิยาย โดยอาเปี๊ยกทั้งแสดงเองและเป็นผู้กำกับเอง ซึ่งมนต์รักอสูรถูกสร้างเป็นทั้งละครและภาพยนตร์หลากหลายเวอร์ชั่น รวมถึงเป็นผลงานละครเรื่องที่ 2 ของอาเปี๊ยกที่สร้างชื่อมากๆ เมื่อครั้งก้าวเข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงใหม่ๆ เมื่อปี 2018

ต่อกันที่ ละอองดาว เป็นอีกหนึ่งผลงานของอาเปี๊ยกที่โดดเด่นไม่แพ้เรื่องไหน เป็นบทประพันธ์ที่ถูกหยิบมาสร้างเป็นหนังและละครหลากหลายเวอร์ชั่น โดยอาเปี๊ยกนำแสดงเองในรูปแบบละครเมื่อปี 2519 รวมถึงพร้อมกำกับและเล่นเองด้วยในรูปแบบของภาพยนตร์เมื่อปี 2523 นอกจากนี้ลูกสาวคนสวยอย่าง อ้อม พิยดา ก็ยังได้ละเลงแอคติ้งในรูปแบบละครเมื่อปี 2550 ด้วย

รักประกาศิต ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานติดตาตรึงใจแฟนละครหลายคน และก็อีกเช่นเคยเมื่อ อาเปี๊ยก พิศาล ทั้งกำกับเองและเล่นเองในรูปแบบภาพยนตร์เมื่อปี 2523 ส่วนก่อนหน้านั้นในปี 2520 เจ้าตัวก็เคยได้รับบท ภูชิชย์ ในรูปแบบละครทีวีมาแล้วครั้งหนึ่ง

ถูกสร้างมาถึง 3 ครั้ง 3 หน สำหรับละครแนวตบจูบที่ใครๆ ก็ติดตาอย่าง ไฟรักอสูร ซึ่งเรื่องนี้อาเปี๊ยกมีส่วนร่วมทั้ง 3 เวอร์ชั่น โดยในปี 2527 เป็นภาพยนตร์ที่เจ้าตัวนำแสดงเอง ส่วนเวอร์ชั่นละครในปี 2535 และ 2552 อาเปี๊ยกเป็นผู้กำกับ ซึ่งสร้างชื่อให้กับ พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง และ บอย ปกรณ์ จากบทพระเอกจอมซาดิสม์ให้ติดตาคนดูมาจนถึงทุกวันนี้

ก็ต้องบอกว่าผลงานแต่ละชิ้นไม่ธรรมดาทั้งนั้น และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่หยิบยกมาให้ชื่นชมกัน เพราะถ้าหากนับกันจริงๆ ล่ะก็ พิศาล อัครเศรณี มีผลงานทั้งที่แสดงเองและเป็นผู้กำกับมากมายจนนับไม่ถ้วน ซึ่งแม้ตัวจะจากไปแต่ผลงานเหล่านี้จะยังคงเป็นเครื่องการันตีความสามารถของนักแสดงอาวุโสคนนี้อยู่ตลอดกาล

ทั้งนี้ คนวงการบันเทิงได้ร่วมไว้อาลัย อาเปี๊ยก-พิศาล กันอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่ได้พูดถึงในความทรงจำที่เคยได้ร่วมงานด้วย อาทิ

ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธ์ุไพบูลย์ “เรื่องเศร้าเสียใจส่งท้ายปี อาเปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี จากไปแล้ว ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันเมื่อตีสองของวันที่ ๔ ธันวาคม ฉันเป็นแฟนติดตามสะครทีวีที่อาเปี๊ยกเล่นเป็นพระเอกมาตั้งแต่ ช่อง ๕ ติดใจที่พระเอกหล่อ เล่นเก่ง เสียงดี จนไม่คิดว่าจะได้มาร่วมงานในอีกหลายปีต่อมา ฉันทำหน้าที่ ผู้ช่วย ผกก. ของอาเปี๊ยก ในเรื่อง ป่ากามเทพ ของน้าแป้น อมรา พรหมโมบล ทางช่อง ๓ อาควบแสดงเป็นพระเอกคู่กับ พี่ตั๊ก มยุรา @tuckmayura อีกตำแหน่งนึงด้วย อาไม่ดุเหมือนภาพที่เห็น ตรงกันข้ามอาใจดี พูดจาไพเราะ อ่อนหวาน ดวงตาแพรวพราวมีแววยิ้มเวลาที่สนทนาปราศรัยกัน ฉันชอบดูเวลาอากำกับการแสดงเป็นที่สุด เมื่อเวลาอาต้องเข้าฉากในฐานะพระเอก อาจะส่งเสียงมาหาฉันว่า “ป้าจ๋าา ป้าดูมอนิเตอร์แทนอาด้วยนะ อะไรไม่ดี ป้าก็สั่ง คัท เลยนะจ๊ะป้าจ๋า อาฝากด้วยนะ” แค่นี้ฉันก็ทำงานแทนอาด้วยความคึกคัก กระตือรือร้นแล้ว เสียงหล่อหวานของพระเอกเจ้าบทบาทยังคงกังวานอยู่ในหัวฉันตลอดไป ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของอาเปี๊ยก ผู้เป็นเสมือนครูสอนการกำกับละครของฉันอีกหนึ่งคน ขอให้อามีความสุขในภพภูมิที่สงบสุขตลอดไป รักอาเปี๊ยกเสมอ พิศาล อัครเศรณี พ.ศ.๒๔๘๘-๒๕๖๑”

หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ “ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของอาเปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี และขอเป็นกำลังใจให้กับ น้องอ้อมพิยดา และครอบครัวให้ผ่านช่วงเวลาไปให้ได้ด้วยนะครับ ด้วยความรักและเคารพ ครอบครัวเทพพิทักษ์”

 

จ๋า-ยศสินี ณ นคร “อีกหนึ่งความสูญเสียของพวกเราทุกคน ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอัครเศรณี และขอส่งกำลังใจถึงพี่อ้อมนะคะ รักนะคะพี่” (Rakdara,GossipStar,Kapook,Sanook)

 

 

Check Also

“มิ้นต์ ชาลิดา” เห็นใจ “แมท” โดนโยงเป็นนางเอกฝากครรภ์ ลำบากใจเป็นคนกลาง “แอฟ-แมท”

มีเรื่องต้องออกมาให้เคลียร์อีกแล้ว สำหรับนางเอกสาว “มิ้นต์ ชาลิดา” ที่ล่าสุดโดนคนจับผิดไม่ทักทายเพื่อนแก๊งค์เฟอร์บี้อย่าง “แมท ภีรนีย์” ในวันแจกปฎิทินช่อง 3 รวมไปถึงประเด็นข่าวลือที่หลายคนพุ่งเป้าว่า “แมท” เป็นนางเอกย่องฝากครรภ์ที่รพ.ดัง   พอได้เจอสาว “มิ้นต์” ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *